โบโลญญาเพลย์ออฟแชมป์ 1964 เป็นเรื่องของทีมที่ต้องเปลี่ยนการแข่งขันยาวทั้งฤดูกาลให้เป็นชัยชนะในนัดตัดสินเพียงเกมเดียว หลังจบลีกด้วย54คะแนนเท่ากับอินเตอร์ โบโลญญาของฟุลวิโอ แบร์นาร์ดินีจึงเดินทางไปสนามโอลิมปิโกในกรุงโรม ก่อนชนะ2–0เมื่อวันที่7มิถุนายนและคว้าแชมป์ลีกสมัยที่เจ็ด ท่ามกลางความสูญเสียประธานสโมสรที่เพิ่งเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น
โบโลญญาเพลย์ออฟแชมป์ 1964 ทำไมต้องมีนัดพิเศษ
การแข่งขันปกติ34นัดยังแยกสองทีมบนสุดไม่ได้ โบโลญญาชนะ22 เสมอ10 และแพ้2 ส่วนอินเตอร์ชนะ23 เสมอ8 และแพ้3 ในระบบชนะได้สองคะแนน ทั้งสองจึงมี54คะแนนเท่ากัน แม้จำนวนชัยชนะและความพ่ายแพ้จะต่างกัน
ทั้งคู่ยิงได้54ประตูเท่ากันอีกด้วย แต่โบโลญญาเสีย18ลูก ขณะที่อินเตอร์เสีย21ลูก ความได้เปรียบด้านประตูเสียไม่ได้ทำให้โบโลญญาได้รับแชมป์ทันที การตัดสินตำแหน่งแชมป์ในฤดูกาลนั้นต้องใช้เกมเพลย์ออฟ จึงมีนัดเพิ่มเติมที่กรุงโรมแทนการประกาศผู้ชนะจากผลต่างประตู
ในวันสุดท้ายของโปรแกรมปกติ วันที่31พฤษภาคม โบโลญญาชนะลาซิโอ1–0จากจุดโทษของเฮลมุท ฮัลเลอร์ ส่วนอินเตอร์ชนะอตาลันตา2–1 ทั้งสองฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเองสำเร็จ แต่ไม่มีใครสร้างช่องว่างด้านคะแนนได้ เกมที่โอลิมปิโกจึงเกิดขึ้นหลังจากต่างฝ่ายต่างชนะนัดปิดฤดูกาล
โบโลญญามาถึงจุดนี้ด้วยเกมรับที่เสียประตูน้อยและแนวรุกซึ่งมีฮารัลด์ นีลเซนเป็นกำลังสำคัญ เขาทำ21ประตูในโปรแกรม34นัดและนำตารางดาวซัลโว การเป็นคู่ชิงกับอินเตอร์จึงมีพื้นฐานจากผลงานทั้งปี ไม่ได้อาศัยเพียงความหวังว่าจะสร้างความประหลาดใจในนัดพิเศษ
การเตรียมทีมของแบร์นาร์ดินี
การเลือกบรูโน คาปราเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่โดดเด่นของแบร์นาร์ดินี คาปราเป็นผู้เล่นด้านขวาที่ถูกนำมาใช้ในบทบาทริมเส้นฝั่งซ้ายพร้อมเสื้อหมายเลข11 การวางคนที่คู่แข่งคาดไม่ถึงเช่นนี้เปลี่ยนลักษณะงานของพื้นที่ด้านข้าง และทำให้อินเตอร์ต้องรับมือกับโจทย์ที่ต่างจากการเจอปีกทั่วไป
บทบาทของคาปรามีทั้งการช่วยทีมยามไม่ได้ครองบอลและการสนับสนุนแนวรุก คำว่าริมเส้นในกรณีนี้จึงไม่ได้หมายถึงผู้เล่นที่รอบอลเพื่อเลี้ยงเข้าหากองหลังเพียงอย่างเดียว เขาสามารถเชื่อมงานระหว่างพื้นที่ด้านข้างกับเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ลึกลงไปได้ด้วย

โบโลญญายังคงมีแกนหลักในหลายตำแหน่ง วิลเลียม เนกรีเฝ้าประตู ฟรันโก ยานิคอยู่ในแนวรับ โรมาโน โฟลยีกับจาโคโม บุลกาเรลลีเป็นส่วนสำคัญของแดนกลาง และนีลเซนกับฮัลเลอร์อยู่ในกลุ่มผู้เล่นเกมรุก การปรับคาปราจึงเกิดขึ้นภายในทีมที่มีองค์ประกอบหลักต่อเนื่องจากฤดูกาล
ฝั่งอินเตอร์มีทั้งอาร์มันโด ปิคคี จาชินโต ฟัคเค็ตติ หลุยส์ ซัวเรซ และซานโดร มัซโซลา การจัดทีมของแบร์นาร์ดินีต้องรับมือทั้งคนคุมพื้นที่ด้านหลัง คนเริ่มเกมจากแดนกลาง และผู้เล่นที่พร้อมขึ้นไปโจมตี การเลือกตัวจึงเกี่ยวกับหน้าที่ระหว่างเกมพอ ๆ กับชื่อเสียงของนักเตะ
เมื่อเทียบกับการแข่งขันแบบเก็บคะแนน นัดตัดสินเปิดพื้นที่ให้รายละเอียดเล็ก ๆ มีผลมากขึ้น ทั้งสองทีมไม่สามารถกลับไปแก้คะแนนในสัปดาห์ถัดไปได้ ความสามารถในการรักษาสมดุลและไม่เสียรูปเกมก่อนจังหวะสำคัญจึงเป็นส่วนหนึ่งของโจทย์ที่โบโลญญาต้องทำให้สำเร็จ
สองประตูที่กรุงโรม
ประตูแรกเกิดในนาที75จากลูกยิงของโฟลยีที่แฉลบฟัคเค็ตติเข้าประตู โบโลญญาขึ้นนำ1–0หลังเกมดำเนินมานานกว่าหนึ่งชั่วโมง จังหวะนี้ถูกเล่าในประวัติสโมสรผ่านชื่อโฟลยีผู้ยิง ขณะที่บันทึกสถิติบางชุดลงเป็นการทำเข้าประตูตัวเองของฟัคเค็ตติ
หลังประตูแรก อินเตอร์เหลือเวลาปกติอีก15นาทีเพื่อกลับเข้าสู่เกม ขณะที่โบโลญญาสามารถรักษาความได้เปรียบจากการขึ้นนำไว้ได้ ช่วงท้ายจึงเปลี่ยนจากการแข่งขันที่ทั้งคู่ยังเสมอกันเป็นการทดสอบว่าทีมของแบร์นาร์ดินีจะป้องกันระยะห่างและใช้โอกาสครั้งต่อไปได้หรือไม่
นาที83 นีลเซนทำประตูที่สองให้โบโลญญา จังหวะนี้เพิ่มระยะห่างเป็น2–0ก่อนหมดเวลาปกติเจ็ดนาที ดาวยิงที่ช่วยพาทีมมาถึง54คะแนนจึงมีส่วนโดยตรงกับการปิดการแข่งขันนัดพิเศษอีกครั้ง

โบโลญญารักษาสกอร์จนจบเกมและได้สคูเด็ตโต้ อินเตอร์ไม่ได้เพิ่มแชมป์ลีกตามถ้วยยุโรปที่เพิ่งได้มาในปีนั้น ผลนัดเดียวจึงแยกความสำเร็จสองรายการออกจากกันอย่างชัดเจน และทำให้โบโลญญากลายเป็นผู้ชนะของการแข่งขันภายในประเทศ
ความหมายของแชมป์หลังการจากไปของประธาน
เรนาโต ดัลลาราเสียชีวิตวันที่3มิถุนายน1964 สี่วันก่อนนัดตัดสิน เขาอยู่ระหว่างการหารือที่สำนักงานลีกในมิลานเกี่ยวกับการจัดการแข่งขันกับฝ่ายอินเตอร์ การจากไปของประธานผู้ดูแลสโมสรมายาวนานจึงเกิดขึ้นในช่วงที่โบโลญญาใกล้ถึงเป้าหมายที่สุด
ดัลลารามีส่วนในการสร้างทีมผ่านการสนับสนุนผู้เล่นอย่างนีลเซนกับฮัลเลอร์และการทำงานของแบร์นาร์ดินี แชมป์ที่กรุงโรมจึงผูกกับผลงานการบริหารที่สะสมมาก่อนหน้า แม้เขาจะไม่ได้อยู่เห็นการคว้าแชมป์ในวันแข่งขัน
สำหรับสโมสร นี่คือแชมป์ลีกสมัยที่เจ็ดและเป็นการกลับมาครองตำแหน่งหลังรอ23ปีนับจากปี1941 ส่วนสำหรับทีมชุด1964 ความสำเร็จเกิดจากการทำงานสองระดับต่อเนื่องกัน คือรักษาผลงานจนจบลีกที่54คะแนน แล้วปรับรายละเอียดของทีมให้ผ่านคู่แข่งในนัดสุดท้ายที่ตัดสินทุกอย่าง
ความยินดีไม่ได้จำกัดอยู่ที่กรุงโรม บันทึกของลูกา โกลโดนีซึ่งสโมสรเก็บไว้เล่าถึงผู้คนในโบโลญญาที่ติดตามการแข่งขันทางวิทยุ ก่อนออกมาเฉลิมฉลองบนถนนหลังจบเกม แชมป์จึงกลายเป็นประสบการณ์ร่วมของทั้งเมือง แม้แฟนบอลจำนวนมากจะไม่ได้อยู่ในสนามโอลิมปิโกก็ตาม

