กำเนิดซูเปอร์เดปอร์ จากดิ้นรนสู่ทีมที่ลุ้นแชมป์

สนามริอาซอร์ รังเหย้าของเดปอร์ติโบ ลา กอรุญญา

กำเนิดซูเปอร์เดปอร์เกิดขึ้นระหว่างสองความรู้สึกที่ห่างกันมากของแฟนเดปอร์ติโบ ลา กอรุนญา ในปี 1992 พวกเขายังต้องลุ้นเพลย์ออฟเพื่อรักษาที่นั่งในลาลีกา แต่หนึ่งปีถัดมา ทีมเดียวกันจบอันดับสามและได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรปเป็นครั้งแรก การเปลี่ยนแปลงนี้มีเบเบโตกับเมาโร ซิลวาเป็นกำลังสำคัญ ทว่าพื้นฐานของทีมมาจากนักเตะที่ผ่านการเลื่อนชั้นและความยากลำบากด้วยกันมาก่อน

ก่อนกำเนิดซูเปอร์เดปอร์ ริอาซอร์ต้องผ่านการเอาตัวรอด

เดปอร์ติโบกลับสู่ลีกสูงสุดในปี 1991 หลังห่างหายไป 18 ปี ทีมของอาร์เซนิโอ อิเกลเซียสตัดสินการเลื่อนชั้นด้วยชัยชนะเหนือมูร์เซียในนัดสุดท้าย โซรัน สโตยาดิโนวิชยิงสองประตูในครึ่งหลัง ทำให้เจ้าบ้านแซงขึ้นจบอันดับสองของเซกุนดา เบื้องหลังวันสำคัญนั้นคือผลงานในริอาซอร์ ซึ่งเดปอร์ติโบชนะถึง 17 จาก 19 เกมเหย้าตลอดฤดูกาล

แต่การกลับมาของสโมสรไม่ได้แปลว่าทุกอย่างพร้อมสำหรับลาลีกา อาร์เซนิโอถอยจากตำแหน่งโค้ช ก่อนมาร์โก อันโตนิโอ โบโรนัตเข้ารับงาน ทีมพบปัญหาเรื่องการทำประตูและต้องกลับไปหาอาร์เซนิโอระหว่างฤดูกาล 1991–92 เมื่อจบโปรแกรม เดปอร์ติโบมีเพียง 31 คะแนนจากชัยชนะแปดนัด เสมอ 15 และแพ้ 15 อยู่อันดับ 17 ซึ่งยังต้องลงเพลย์ออฟกับเรอัล เบติส

เกมแรกที่ริอาซอร์จบด้วยชัยชนะ 2–1 ส่วนเกมเยือนเบนิโต บียามารินเสมอ 0–0 ผลรวมช่วยให้เดปอร์ติโบรอดตกชั้น การรักษาสถานะครั้งนี้มีความหมายต่ออนาคตอย่างยิ่ง เพราะทำให้สโมสรสามารถสร้างทีมต่อในระดับสูงสุดได้ การซื้อผู้เล่นใหม่ช่วงฤดูร้อนจึงเริ่มจากทีมที่เพิ่งผ่านการทดสอบเรื่องความอยู่รอด ไม่ใช่ทีมที่มีอันดับบนตารางรองรับความมั่นใจอยู่แล้ว

ด้านนอกสนามเบนิโต บียามารินและต้นไม้ริมทางเข้า
ด้านนอกสนามเบนิโต บียามารินในเซบียาเมื่อปี 2019

สองนักเตะบราซิลเข้ามาเติมคนละส่วน

ฤดูร้อนปี 1992 เป็นช่วงที่เดปอร์ติโบเปลี่ยนรูปแบบองค์กรเป็นบริษัทกีฬาจำกัด และดึงเบเบโตกับเมาโร ซิลวามาจากบราซิลภายใต้การบริหารของเอากุสโต เซซาร์ เลนดอยโร ทั้งคู่จะเป็นแชมป์โลกในปี 1994 แต่ในวันที่มาถึงลา กอรุนญา ผลงานที่ต้องพิสูจน์คือการช่วยสโมสรซึ่งเพิ่งรอดจากเพลย์ออฟ

เบเบโตทำให้โอกาสในแดนหน้ามีน้ำหนักขึ้น

เบเบโตจบฤดูกาลแรกด้วย 29 ประตูในลีกและรางวัลปิชิชี เขาเป็นผู้เล่นเดปอร์ติโบคนแรกที่ได้รางวัลดาวซัลโวสูงสุดของลีกสูงสุด ตัวเลขนี้คิดเป็นมากกว่าสองในห้าของ 67 ประตูที่ทีมทำได้ทั้งฤดูกาล จึงอธิบายได้ว่าการมาถึงของเขาเพิ่มพลังการจบสกอร์มากเพียงใด อย่างไรก็ตาม รายชื่อกองหน้ายังมีเคลาดิโออยู่ด้วย ทีมไม่ได้เปลี่ยนผู้เล่นแนวรุกทุกคนเพียงเพื่อเปิดทางให้ดาวเตะใหม่

เมาโร ซิลวาเข้าร่วมแดนกลางที่มีฟรานอยู่แล้ว

เมาโร ซิลวาเข้ามาอยู่ในกลุ่มกองกลางร่วมกับฟราน โฆเซ รามอน และอัลดานา ฟรานเป็นผู้เล่นจากแคว้นกาลิเซียที่อยู่กับสโมสรมาตั้งแต่ก่อนเลื่อนชั้น จึงเชื่อมทีมยุคใหม่เข้ากับเส้นทางเดิมของเดปอร์ติโบได้ ขณะที่เมาโรไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่นที่มาช่วยระยะสั้น เขาอยู่กับสโมสรตั้งแต่ปี 1992 จนถึงปี 2005 ส่วนเบเบโตเล่นถึงปี 1996 สองการซื้อครั้งเดียวกันจึงให้ทั้งผลทันทีในเกมรุกและความต่อเนื่องระยะยาวในแดนกลาง

แกนเดิมยังปรากฏในตำแหน่งอื่นด้วย ผู้รักษาประตูปาโก ลิอาโญอยู่ในทีมตั้งแต่ฤดูกาลหนีตกชั้น เช่นเดียวกับกองหลังมิโรสลาฟ จูคิช การเปรียบเทียบรายชื่อสองปีทำให้เห็นว่าซูเปอร์เดปอร์ไม่ได้เกิดจากการล้างทีม แต่เกิดจากการเพิ่มคุณภาพเข้าไปในกลุ่มผู้เล่นที่มีประสบการณ์ร่วมกัน และมีอาร์เซนิโอเป็นคนจัดทีมต่อจากช่วงวิกฤต

จากเกมในริอาซอร์สู่การนำหัวตาราง

เดปอร์ติโบขึ้นนำลีกตั้งแต่นัดที่สองของฤดูกาล 1992–93 หลังบุกชนะเซบียา จากนั้นวันที่ 3 ตุลาคม ทีมกลับจากการตามเรอัล มาดริด 0–2 มาเป็นฝ่ายชนะในริอาซอร์ เกมนี้ทำให้การเริ่มต้นที่ดีมีความหมายมากกว่าการเก็บคะแนนจากช่วงโปรแกรมสั้น ๆ เพราะผู้มาเยือนคือคู่แข่งที่มีเป้าหมายคว้าแชมป์ และเจ้าบ้านยังกลับมาได้แม้เสียเปรียบถึงสองประตู

ความสำเร็จไม่ได้หยุดอยู่ที่บ่ายวันนั้น เดปอร์ติโบครองตำแหน่งผู้นำไปถึงนัดที่ 23 ก่อนเสียจังหวะในสามเกมต่อมา ได้แก่ การแพ้ที่เบร์นาเบว เสมอเตเนริเฟ และแพ้ที่คัมป์นู จากนั้นทีมอยู่ในอันดับสามจนจบฤดูกาล ลำดับเหตุการณ์นี้ช่วยแยกความหมายของคำว่าทีมลุ้นแชมป์ออกจากคำว่าทีมแชมป์ เดปอร์ติโบก้าวเข้าไปแข่งขันกับหัวตารางได้จริง แม้ยังรักษาตำแหน่งสูงสุดจนถึงเส้นชัยไม่ได้

อัฒจันทร์สีน้ำเงินและแดงของคัมป์นู
อัฒจันทร์ภายในสนามคัมป์นูในบาร์เซโลนา

ตัวเลขที่เปลี่ยนไปทั้งสองด้านของสนาม

ฤดูกาล 1991–92 เดปอร์ติโบยิง 37 ประตูและเสีย 48 ส่วนปี 1992–93 ยิงเพิ่มเป็น 67 และเสียลดลงเหลือ 33 นั่นคือประตูได้เพิ่ม 30 ขณะที่ประตูเสียลด 15 การเปลี่ยนแปลงจึงกว้างกว่าผลงานของดาวยิงคนเดียว ลิอาโญได้รับรางวัลซาโมราในปีเดียวกับที่เบเบโตได้ปิชิชี สะท้อนว่าทีมมีผลงานส่วนบุคคลระดับแนวหน้าทั้งหน้าประตูคู่แข่งและหน้าประตูของตนเอง

จำนวนชัยชนะเพิ่มจากแปดเป็น 22 นัด ส่วนคะแนนเพิ่มจาก 31 เป็น 54 ภายใต้ระบบชนะได้สองคะแนนที่ใช้ในขณะนั้น เดปอร์ติโบจบตามบาร์เซโลนาแชมป์ลีกเพียงสี่คะแนน และตามเรอัล มาดริดอันดับสองสามคะแนน ช่องว่างนี้ต่างจากภาพทีมอันดับ 17 เมื่อหนึ่งปีก่อนอย่างชัดเจน

รางวัลของการสร้างทีมคือประตูสู่ยุโรป

ประตูเดียวของมาร์กอส บาเลสในเกมกับซาราโกซานัดที่ 34 ทำให้เดปอร์ติโบรับประกันสิทธิ์เล่นฟุตบอลยุโรปเป็นครั้งแรกของสโมสรได้สำเร็จ นี่คือผลลัพธ์ที่จับต้องได้ของซูเปอร์เดปอร์รุ่นเริ่มต้น สโมสรซึ่งเพิ่งต้องป้องกันที่นั่งในลาลีกาได้ขยายเป้าหมายออกไปนอกประเทศ โดยอาศัยดาวเตะใหม่ร่วมกับคนที่ช่วยพาทีมขึ้นมาแต่แรก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO