แท็กติกกรันเดอินเตอร์ ในช่วงต้นทศวรรษ1960ทำงานผ่านความสัมพันธ์ระหว่างเกมรับ การจ่ายบอลจากแดนลึก และผู้เล่นที่พาบอลหรือวิ่งขึ้นไปข้างหน้า เฮเลนิโอ เอร์เรราสร้างทีมซึ่งเสียประตูยาก แต่ยังมีความเร็วและทักษะพอจะเปลี่ยนการแย่งบอลสำเร็จให้เป็นโอกาสยิงภายในเวลาไม่นาน ความสมดุลนี้พาอินเตอร์ได้แชมป์ลีกปี1963 ปี1965 และปี1966
แท็กติกกรันเดอินเตอร์เริ่มจากโครงสร้างที่เอร์เรราวาง
เอร์เรราเข้ามาคุมอินเตอร์ในปี1960 หลังประสบความสำเร็จกับบาร์เซโลนา เขาไม่ได้เริ่มต้นด้วยทีมแชมป์ที่พร้อมอยู่แล้ว ช่วงแรกยังพยายามนำแนวทางเกมรุกที่ไหลลื่นจากสเปนมาใช้ ก่อนปรับทีมให้มีความแน่นอนในการป้องกันมากขึ้น
การเปลี่ยนสำคัญคือการมีผู้เล่นคอยเก็บกวาดอยู่ด้านหลังแนวประกบตัว อาร์มันโด ปิคคีทำหน้าที่ลิเบโรหรือกองหลังอิสระ เมื่อเพื่อนด้านหน้าต้องติดตามคู่แข่ง เขามีหน้าที่อ่านพื้นที่ที่เหลือและช่วยรับมือบอลที่ผ่านแนวแรกเข้ามา
งานของลิเบโรจึงต่างจากการให้กองหลังทุกคนจับผู้เล่นตรงหน้าเหมือนกันทั้งหมด ทีมมีทั้งคนเข้าปะทะและคนคอยคุ้มกันด้านหลัง การแบ่งหน้าที่นี้ลดความเสี่ยงจากการแพ้การดวลครั้งเดียว และทำให้แนวรับมีโอกาสแก้สถานการณ์ก่อนคู่แข่งจะเข้าถึงประตู
เอร์เรราไม่ใช่ผู้คิดค้นคาเตนัชโช แต่เป็นผู้ฝึกสอนที่ใช้แนวคิดดังกล่าวจนประสบความสำเร็จสูง การเข้าใจทีมของเขาจึงควรเริ่มจากหน้าที่ของผู้เล่น โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างตัวประกบกับตัวคุ้มกัน มากกว่าการนับจำนวนกองหลังแล้วสรุปวิธีเล่นทั้งหมด
ซัวเรซกับการเริ่มเกมรุก
หลุยส์ ซัวเรซกลับมาร่วมงานกับเอร์เรราที่อินเตอร์ในปี1961 หลังเคยทำงานด้วยกันที่บาร์เซโลนา เขาเป็นกองกลางผู้กำหนดทิศทางเกมจากตำแหน่งลึก ใช้การมองพื้นที่และคุณภาพการส่งบอลเชื่อมแนวรับกับผู้เล่นที่พร้อมวิ่งโจมตี
ซัวเรซสามารถลงมารับบอลใกล้กองหลังแล้วส่งระยะไกลอย่างแม่นยำไปให้ซานโดร มัซโซลากับชาอีร์ ความเร็วของผู้รับมีความหมายเมื่อคนจ่ายเห็นจังหวะเดียวกัน หากบอลออกช้า ช่องที่เปิดอยู่ก็อาจถูกปิดก่อนผู้เล่นแนวรุกจะใช้ประโยชน์ได้

การจ่ายบอลจากแดนลึกจึงเป็นจุดเริ่มต้นของเกมรุกที่มีเป้าหมาย ไม่ใช่การเตะบอลทิ้งเพื่อให้ทีมได้พักเท่านั้น ซัวเรซช่วยให้การแย่งบอลคืนของกองหลังไม่จบลงเพียงการหยุดคู่แข่ง แต่กลายเป็นโอกาสบังคับให้คู่แข่งต้องหันกลับไปป้องกันทันที
เขายังเป็นผู้นำทางเทคนิคในทีมที่มีนักเตะอายุน้อยหลายคน ประสบการณ์ของเขาช่วยให้การเล่นเร็วมีคนคอยเลือกจังหวะ เมื่อควรเร่งก็ส่งบอลไปข้างหน้าอย่างแม่นยำ ส่วนคุณค่าของผู้วิ่งอยู่ที่การทำให้คนจ่ายมีเป้าหมายที่สามารถเข้าถึงพื้นที่อันตรายได้จริง
การป้องกันและการเปลี่ยนจังหวะ
จาชินโต ฟัคเค็ตติทำให้แบ็กซ้ายมีส่วนกับการบุกอย่างเด่นชัด เขาได้รับอิสระให้เติมขึ้นไป ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่กับการรักษาตำแหน่งในแนวรับ การขึ้นจากด้านหลังเพิ่มผู้เล่นอีกคนให้เกมรุกในช่วงที่คู่แข่งกำลังถอยกลับและจัดระเบียบใหม่
ความแตกต่างของตำแหน่งเริ่มต้นทำให้คู่แข่งต้องตัดสินใจว่าจะส่งใครออกไปหยุดเขา หากผู้เล่นริมเส้นตามลงมา เกมรุกของฝ่ายนั้นก็ต้องถอยลึก หากกองหลังขยับออกไปรับมือ พื้นที่ด้านในอาจเปิดให้ผู้เล่นคนอื่นของอินเตอร์เข้าทำได้ นี่คือประโยชน์เชิงแท็กติกของการมีแบ็กที่โจมตีได้
ในฤดูกาล1965–66 ฟัคเค็ตติทำสิบประตูจาก32เกมลีก ตัวเลขนี้แสดงผลของการใช้เขาในเกมรุกอย่างเป็นรูปธรรม เขาเป็นผู้เล่นที่เริ่มจากแนวรับแต่สามารถมีส่วนกับการจบสกอร์ จึงเพิ่มทางเลือกให้ทีมมากกว่าการรอให้กองหน้าทำประตูฝ่ายเดียว

แนวคิดการเข้าทำของเอร์เรราให้ความสำคัญกับการเคลื่อนบอลไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ผู้เล่นแดนกลางต้องส่งบอลได้ดี และผู้เล่นแนวหน้าต้องเคลื่อนที่ทันจังหวะที่บอลออก การตั้งรับกับการบุกจึงเชื่อมกันผ่านการตัดสินใจไม่กี่ครั้งหลังเปลี่ยนการครองบอล
ระบบนี้ยังต้องการความพร้อมทางร่างกายและความเข้าใจร่วมกันของทีม เอร์เรราให้ความสำคัญกับการเตรียมสภาพจิตใจและการเก็บตัวก่อนแข่งขัน ผู้เล่นจึงไม่ได้ฝึกเพียงทักษะส่วนตัว แต่ต้องพร้อมทำหน้าที่ในจังหวะที่ทั้งทีมเปลี่ยนจากป้องกันเป็นโจมตี
ผลในลีกที่สะท้อนความสมดุล
ในฤดูกาล1962–63 อินเตอร์เสียเพียง20ประตูจาก34เกม เฉลี่ยประมาณ0.59ลูกต่อนัด นี่เป็นฐานสำคัญของแชมป์ เพราะทีมลดจำนวนประตูที่ต้องยิงเพื่อชนะในแต่ละสัปดาห์ลงได้ เกมรับที่แน่นอนจึงช่วยให้โอกาสเข้าทำแต่ละครั้งมีน้ำหนักต่อผลการแข่งขันมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผลงานของกรันเดอินเตอร์ไม่ได้หมายความว่าระบบรับประกันชัยชนะทุกปี ฤดูกาล1963–64 ทีมต้องตัดสินแชมป์กับโบโลญญาและเป็นฝ่ายแพ้ ก่อนกลับมาคว้าลีกในสองฤดูกาลถัดมา ความสำเร็จสามครั้งในสี่ปีจึงเกิดควบคู่กับการแข่งขันที่ยังมีคู่แข่งท้าทายอย่างจริงจัง
ฤดูกาล1965–66 มัซโซลายิง19ประตู อันเจโล โดเมงกินียิง12 และฟัคเค็ตติยิงสิบ สามคนจากบทบาทต่างกันรวมเป็น41ประตู การแบ่งภาระนี้ทำให้เห็นว่าทีมที่มีชื่อเสียงเรื่องเกมรับยังต้องอาศัยผู้เล่นเข้าทำหลายประเภทเพื่อรักษาระดับผลงานในลีก
อินเตอร์ยืนยันแชมป์ปี1966ด้วยการชนะลาซิโอ4–1ในนัดรองสุดท้าย เป็นแชมป์ลีกสมัยที่สิบของสโมสรและนำมาซึ่งดาวดวงแรก ผลลัพธ์นี้เชื่อมความแน่นอนของปิคคี การจ่ายบอลของซัวเรซ และการขึ้นเกมของฟัคเค็ตติเข้าด้วยกัน ความสำเร็จของทีมจึงอยู่ที่การทำให้หน้าที่ต่างกันสนับสนุนกันได้ครบทั้งสองด้านของสนาม

