แบล็กเบิร์น1995 เป็นแชมป์ที่สร้างขึ้นเป็นขั้น ๆ หลังเลื่อนชั้น เคนนี ดัลกลิชเริ่มจากทีมที่มีแกนเดิมและเพิ่มอลัน เชียเรอร์ จากนั้นเติมผู้รักษาประตู กองกลาง และแนวรับ ก่อนคริส ซัตตันเข้ามาเสริมคู่หน้าในฤดูกาลแชมป์ เงินสนับสนุนของแจ็ก วอล์กเกอร์ทำให้ทีมเลือกผู้เล่นได้ แต่ผลในสนามยังต้องอาศัยการประสานงานของปีก กองกลาง และกองหลัง จนอันดับสี่ในปีแรกกลายเป็นรองแชมป์และแชมป์ในสองปีถัดมา
เลื่อนชั้นแล้วต้องสร้างฐานทันที
แบล็กเบิร์น1995 มีรากจากทีมแรกของพรีเมียร์ลีก
แบล็กเบิร์นเลื่อนชั้นในปี 1992 และดึงเชียเรอร์จากเซาแธมป์ตันเข้ามาก่อนเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกนัดแรก การเสริมกองหน้าคนสำคัญเกิดขึ้นขณะที่ทีมยังมีผู้เล่นที่ร่วมงานกับดัลกลิชอยู่ก่อนแล้ว จึงเป็นการเพิ่มอาวุธให้โครงสร้างเดิม ไม่ใช่รื้อทุกตำแหน่งและเริ่มใหม่พร้อมกัน
เกมเปิดลีกที่เสมอคริสตัล พาเลซ 3–3 วันที่ 15 สิงหาคม 1992 มีบ็อบบี มิมม์สเฝ้าเสา โคลิน เฮนดรีอยู่ในแนวรับ ทิม เชอร์วูดกับมาร์ก แอตกินส์ลงเล่นในทีมเดียวกับสจวร์ต ริปลีย์ ส่วนไมค์ นิวเวลล์และเชียเรอร์เป็นตัวเลือกแนวรุก รายชื่อเหล่านี้ทำให้เห็นว่าทีมมีทั้งผู้เล่นหลายตำแหน่งและคู่ประสานสำหรับกองหน้าคนใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น
ปีแรกแบล็กเบิร์นจบอันดับสี่ ตามแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 13 คะแนน จากนั้นฤดูกาล 1993/94 ขยับเป็นรองแชมป์และลดช่องว่างเหลือแปดคะแนน สโมสรไม่ได้กระโดดจากการหนีตกชั้นไปยืนหัวตารางในครั้งเดียว แต่ผ่านการแข่งขันกับกลุ่มบนมาแล้วสองฤดูกาล
เชียเรอร์ย้อนถึงช่วงที่ตัดสินใจย้ายว่า การพูดคุยกับดัลกลิช เรย์ ฮาร์ฟอร์ด และวอล์กเกอร์ทำให้เขาเห็นความทะเยอทะยานของสโมสร นอกจากผู้จัดการทีมและผู้สนับสนุนเงินแล้ว งานฝึกสอนกับความเข้าใจระหว่างผู้เล่นจึงเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่นักเตะเข้ามาร่วมด้วย
เติมผู้รักษาประตูและแดนกลาง
ฟลาวเวอร์ส แบตตี และเพียร์ซ
ระหว่างฤดูกาล 1993/94 แบล็กเบิร์นได้เดวิด แบตตีกับเอียน เพียร์ซเข้ามาในเดือนตุลาคม ก่อนทิม ฟลาวเวอร์สย้ายมาในเดือนพฤศจิกายน การเสริมครั้งนี้ครอบคลุมกองกลาง กองหลัง และผู้รักษาประตู ทำให้การไล่คู่แข่งไม่ได้พึ่งการเพิ่มกองหน้าอย่างเดียว

ฟลาวเวอร์สเข้ามาในทีมที่มิมม์สเคยเป็นผู้รักษาประตูของฤดูกาลแรก ส่วนเพียร์ซเพิ่มตัวเลือกในแนวรับที่มีเฮนดรีอยู่แล้ว การมาของแบตตีเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทีมช่วงรองแชมป์ แต่เขาลงเล่นลีกเพียงห้านัดในฤดูกาลแชมป์ถัดมา จึงไม่ควรมองว่าการซื้อผู้เล่นคนหนึ่งหมายถึงเขาจะเป็นตัวจริงตลอดเส้นทางทุกปี
ในปี 1994/95 เชอร์วูดเป็นกัปตันทีม ลงลีก 38 นัดและทำหกประตูจากแดนกลาง ขณะที่เฮนดรีลง 40 นัด แกนที่อยู่กับทีมมาหลายช่วงจึงยังมีบทบาทสำคัญควบคู่กับคนที่ย้ายเข้ามา ความต่อเนื่องของผู้เล่นเหล่านี้ช่วยให้การเสริมทีมแต่ละครั้งต่อเข้ากับงานเดิมได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนวิธีประสานงานทั้งหมด
ด้านกว้างของสนามก็เป็นส่วนสำคัญ เชียเรอร์อธิบายว่าระบบ 4–4–2 มีเจสัน วิลค็อกซ์ทางซ้ายและริปลีย์ทางขวา ทั้งสองมองหาทางส่งบอลเข้าเขตโทษอย่างรวดเร็ว กองหน้าจึงรู้ว่าจะเตรียมเข้ารับบอลแบบใด การมีผู้เล่นที่ส่งบอลให้ตรงกับความต้องการของคนในเขตโทษทำให้ขุมกำลังไม่ได้เป็นเพียงรายชื่อดาวดังแยกกัน
ซัตตันแบ่งภาระเชียเรอร์
49 ประตูของคู่หน้า
ซัตตันย้ายจากนอริชในช่วงก่อนฤดูกาล 1994/95 และจบปีด้วย 15 ประตูในลีก เมื่อรวมกับ 34 ของเชียเรอร์ คู่หน้าทำได้ 49 จากทั้งหมด 80 ประตูของแบล็กเบิร์น แต่คุณค่าของซัตตันไม่ได้อยู่ที่การยิงเพิ่มอย่างเดียว บางเกมเขาเป็นคนจบสกอร์จากการทำงานของเชียเรอร์ ทำให้บทบาทของคู่หน้าเปลี่ยนไปตามจังหวะ
เกมชนะโคเวนทรี 4–0 ที่อีวูดพาร์กวันที่ 27 สิงหาคม 1994 ซัตตันทำแฮตทริก ลูกแรกเกิดหลังมิก ควินน์ถูกไล่ออก เมื่อริปลีย์เปิดจากขวาให้เขาโหม่งลงเข้ามุมประตู ลูกที่สองเป็นการยิงจากนอกเขตโทษ ส่วนลูกที่สามซัตตันเข้าจบระยะใกล้จากงานของเชียเรอร์ทางขวา วิลค็อกซ์เป็นผู้ทำอีกประตูของทีม

เกมนั้นแสดงทั้งการรับลูกเปิด การยิงเองจากระยะไกล และการเข้าจบบอลที่คู่หน้าสร้างให้ แต่การได้เปรียบจำนวนผู้เล่นก็มีส่วน ก่อนโคเวนทรีเหลือสิบคน แบล็กเบิร์นยังต่อเกมได้ไม่ลื่นไหล และฟลาวเวอร์สต้องเซฟลูกยิงของพอล คุกกับจูเลียน ดาร์บี การชนะขาดท้ายเกมจึงไม่ได้แปลว่าทีมควบคุมทุกช่วงได้ตั้งแต่ต้น
เมื่อคู่หน้าทั้งสองต่างทำประตูและสร้างจังหวะให้กัน คู่แข่งต้องรับมือมากกว่าการปิดเชียเรอร์คนเดียว ขณะเดียวกัน การเปิดของริปลีย์และประตูของวิลค็อกซ์ทำให้เห็นว่าความสำเร็จของคู่หน้าต่อกับผู้เล่นด้านข้างโดยตรง ดัลกลิชจึงได้ทั้งตัวจบสกอร์เพิ่มและความยืดหยุ่นของคนที่จะเข้าพื้นที่สุดท้าย
ความต่อเนื่องก่อนวันตัดสิน
เจ็ดชัยชนะช่วงขึ้นนำ
แบล็กเบิร์นแซงนิวคาสเซิลขึ้นนำด้วยช่วงชนะเจ็ดนัดติดต่อกันที่สิ้นสุดด้วยชัยชนะเหนือเซาแธมป์ตัน 3–2 ที่อีวูดพาร์กในเดือนธันวาคม จากนั้นชนะอีกสี่จากห้าเกม ก่อนแพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0–1 ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดวันที่ 22 มกราคม การสร้างแต้มเป็นช่วงยาวทำให้ทีมมีฐานสำหรับรับมือวันที่สะดุด
ตลอดฤดูกาลแชมป์ แบล็กเบิร์นชนะเกมเหย้า 17 นัด เสมอสอง และแพ้สอง เก็บ 53 คะแนนที่อีวูดพาร์ก ส่วนเกมเยือนชนะสิบ เสมอหก และแพ้ห้า ได้อีก 36 คะแนน รวมเป็น 89 คะแนน ความแข็งแกร่งในบ้านจึงให้แต้มส่วนใหญ่ แต่การชนะนอกบ้านสิบครั้งก็ช่วยให้ทีมไม่ต้องพึ่งสนามของตัวเองเพียงด้านเดียว
เมื่อครบ 42 นัด แบล็กเบิร์นได้แชมป์เหนือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดหนึ่งคะแนน เส้นทางสามปีประกอบด้วยกองหน้าที่เข้ามาตั้งแต่ปีแรก การเติมตำแหน่งอื่นระหว่างไล่แชมป์ และคู่หน้าใหม่ที่ทำงานกับปีกชุดเดิมได้ ผลตอบแทนของการลงทุนจึงปรากฏผ่านการพัฒนาทีมทั้งชุดและคะแนนสะสม ไม่ได้เกิดจากการเซ็นสัญญาครั้งใดครั้งหนึ่งลำพัง

