ดาวซัลโว42นัด อย่างแอนดี โคลและอลัน เชียเรอร์ทำ 34 ประตูเท่ากัน แต่ไม่ได้ใช้จำนวนเกมเท่ากัน โคลลงเล่นให้นิวคาสเซิล 40 นัดในฤดูกาล 1993/94 ส่วนเชียเรอร์ลงให้แบล็กเบิร์นครบ 42 นัดในปี 1994/95 ความต่างอีกด้านคือโคลไม่มีประตูจากจุดโทษเลย ขณะที่เชียเรอร์ยิงจุดโทษสำเร็จสิบครั้ง ยอดรวมจึงบอกว่าใครเป็นดาวซัลโวของปีนั้น ส่วนจำนวนเกมและชนิดประตูช่วยอธิบายว่าทั้งคู่ไปถึงยอดเดียวกันด้วยองค์ประกอบแบบใด
34ประตูของสองฤดูกาล
ดาวซัลโว42นัด คนละปีและคนละทีม
โคลได้รางวัลดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 1993/94 จาก 34 ประตูในปีที่นิวคาสเซิลเพิ่งเลื่อนชั้นและจบอันดับสาม หนึ่งฤดูกาลต่อมา เชียเรอร์ทำยอดเท่ากันให้แบล็กเบิร์นซึ่งได้แชมป์ลีก ทั้งสองจึงไม่ได้แบ่งรางวัลกันในฤดูกาลเดียว และ 34 ประตูของเชียเรอร์ในกรณีนี้เป็นผลงานก่อนย้ายไปนิวคาสเซิล
ลีกทั้งสองปีมี 22 สโมสร แต่ละทีมพบคู่แข่งอีก 21 ทีมทั้งเหย้าและเยือน รวม 42 นัด ตัวเลขนี้อธิบายขนาดโปรแกรมของสโมสรได้ตรงที่สุด ส่วนผู้เล่นต้องดูอีกชั้นว่าได้ลงสนามจริงกี่ครั้ง เพราะการมีชื่ออยู่กับทีมตลอดปีไม่ได้ทำให้ทุกเกมในปฏิทินกลายเป็นเกมของนักเตะคนนั้น
การเทียบสองฤดูกาลนี้จึงเริ่มจากผลงานยิงประตู แล้วค่อยพิจารณาว่าทีมรอบตัวเปลี่ยนประตูเหล่านั้นเป็นคะแนนได้มากเพียงใด
42นัดของลีกไม่ใช่42นัดของนักเตะ
ลงตัวจริงและตัวสำรอง
โคลเป็นตัวจริงในเกมลีก 40 นัดของฤดูกาล 1993/94 โดยไม่มีนัดที่ลงจากม้านั่งสำรอง ขณะที่เชียเรอร์เป็นตัวจริงครบ 42 นัดในปี 1994/95 และไม่มีการลงเป็นตัวสำรองเช่นกัน เมื่อวัดด้วยจำนวนครั้งที่ลงสนาม โคลจึงมีค่าเฉลี่ย 34 หาร 40 เท่ากับ 0.85 ประตูต่อเกม ส่วนเชียเรอร์ได้ 34 หาร 42 หรือประมาณ 0.81

หากใช้ 42 เป็นตัวหารของโคลด้วย ค่าเฉลี่ยจะลดลงมาเท่ากับเชียเรอร์ทันที แต่ตัวเลขนั้นตอบเรื่องประตูของนักเตะต่อโปรแกรมทั้งทีม แทนที่จะตอบว่าทำประตูได้เท่าใดต่อครั้งที่ลงเล่น สำหรับโคล สองเกมที่ไม่ได้ลงสนามจึงเป็นความต่างที่ทำให้การเปรียบเทียบด้วยยอดรวมเพียงอย่างเดียวมองไม่เห็น
อัตราต่อเกมยังไม่ใช่อัตราต่อ 90 นาที เพราะการออกสตาร์ตไม่ได้แปลว่าจะอยู่จนจบทุกนัด และการถูกเปลี่ยนออกก็ไม่ทำให้จำนวนนัดลดลง ตัวเลข 0.85 กับ 0.81 ในที่นี้จึงเป็นประตูต่อการลงสนาม ไม่ใช่การอ้างว่าผู้เล่นทั้งสองมีเวลาในสนามเท่ากันทุกครั้ง
ยิงได้ในกี่เกม
โคลทำประตูใน 26 จาก 40 นัดที่ลงเล่น ส่วนเชียเรอร์ทำได้ใน 24 จาก 42 นัด คิดเป็นร้อยละ 65 กับประมาณร้อยละ 57.1 ตามลำดับ โคลจึงกระจายประตูไปยังเกมจำนวนมากกว่าเล็กน้อย ขณะที่ยอด 34 ของเชียเรอร์รวมอยู่ในเกมที่มีชื่อเป็นผู้ทำประตูน้อยกว่าสองนัด
จำนวนเกมที่ยิงได้ช่วยแยกความถี่ออกจากยอดรวม แต่ยังไม่บอกว่าประตูแต่ละลูกมีค่าต่อผลการแข่งขันเท่ากันหรือไม่ การยิงเพิ่มในเกมที่นำขาดกับการยิงประตูเดียวของเกมต่างเพิ่มยอดส่วนตัวหนึ่งลูกเหมือนกัน จึงไม่สามารถนำจำนวนเกมที่ยิงได้ไปแทนจำนวนชัยชนะที่ผู้เล่นสร้างให้ทีมโดยตรง
จุดโทษกับประตูจากจังหวะเล่น
โคล 34 ลูกโดยไม่มีจุดโทษ
ประตูทั้ง 34 ของโคลในปี 1993/94 ไม่มีลูกใดมาจากจุดโทษ ส่วนเชียเรอร์มีสิบประตูจากจุดโทษในยอด 34 ของปีถัดมา เมื่อตัดจุดโทษออกจึงเหลือ 34 กับ 24 ประตูตามลำดับ คิดเป็นค่าเฉลี่ยต่อการลงสนาม 0.85 ของโคล และประมาณ 0.57 ของเชียเรอร์
คำว่าประตูที่ไม่ใช่จุดโทษไม่ได้หมายถึงประตูจากการเล่นต่อเนื่องทุกลูก เพราะอาจรวมจังหวะที่เริ่มจากเตะมุมหรือฟรีคิกด้วย การแบ่งกลุ่มนี้แยกหน้าที่ผู้ยิงจุดโทษออกจากการจบสกอร์รูปแบบอื่น แต่ไม่ได้แจกแจงวิธีเข้าทำทั้งหมดของทั้งสองคน
นิวคาสเซิลเองยิงจุดโทษสำเร็จเก้าครั้งจากที่ได้รับ 11 ครั้งในฤดูกาลของโคล แม้ประตูเหล่านั้นไม่ได้เข้ายอดเขา ส่วนแบล็กเบิร์นได้จุดโทษ 12 ครั้งและยิงเข้าสิบในปีแชมป์ จึงเห็นความต่างระหว่างประตูจากจุดโทษของสโมสรกับผู้รับหน้าที่ยิงได้ชัดเจน การไม่มีจุดโทษในยอดของโคลไม่ได้หมายความว่าทีมไม่เคยได้รับโอกาสประเภทนี้
สิบจุดโทษของเชียเรอร์คิดเป็นประมาณร้อยละ 29.4 ของประตูส่วนตัว และยังเป็นประตูที่นับเต็มในการแข่งขันจริง การแยกออกเพื่อเปรียบเทียบองค์ประกอบไม่ใช่การลดจำนวนประตูที่เขาทำได้หรือเปลี่ยนผู้ชนะรางวัล อีกทั้งไม่สามารถสมมุติว่าโคลจะยิงจุดโทษของทีมเข้าได้ทั้งหมดหากเป็นคนรับหน้าที่แทน
คนข้างกองหน้าช่วยสร้างโอกาส
เบียร์ดสลีย์กับซัตตัน
โคลมีปีเตอร์ เบียร์ดสลีย์เป็นคู่หน้าในปีที่ยิง 34 ประตู เบียร์ดสลีย์ทำอีก 21 ลูก ทำให้ทั้งคู่รวมกัน 55 ประตูจากทั้งหมด 82 ของนิวคาสเซิล ส่วนเชียเรอร์มีคริส ซัตตันซึ่งย้ายจากนอริชก่อนฤดูกาล 1994/95 และทำ 15 ประตู คู่หน้าของแบล็กเบิร์นจึงรวมกัน 49 ลูกจากประตูทีมทั้งหมด 80

เฉพาะผลงานของดาวซัลโว โคลคิดเป็นประมาณร้อยละ 41.5 ของประตูนิวคาสเซิล ขณะที่เชียเรอร์คิดเป็นร้อยละ 42.5 ของแบล็กเบิร์น แม้ประตูรวมทีมต่างกันสองลูก แต่สัดส่วนที่ทั้งสองรับผิดชอบใกล้เคียงกันมาก ส่วนเมื่อรวมคู่หน้า นิวคาสเซิลมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 67.1 และแบล็กเบิร์นประมาณร้อยละ 61.3
ทั้งโคลและเชียเรอร์ยังได้รับการบันทึก 13 แอสซิสต์ในฤดูกาลที่ทำ 34 ประตู จึงมีส่วนร่วมโดยตรงในประตูรวมคนละ 47 ครั้งตามนิยามสถิติของพรีเมียร์ลีก ตัวเลขนี้ไม่ใช่ประตูส่วนตัวเพิ่มอีก 13 ลูก แต่แสดงว่าหน้าที่ของทั้งคู่มีด้านสร้างประตูให้เพื่อนด้วย
ภาพที่ได้จึงมีทั้งความเหมือนและความต่าง ยอด 34 เท่ากัน สัดส่วนประตูต่อทีมใกล้เคียงกัน และแอสซิสต์เท่ากัน แต่โคลใช้เกมน้อยกว่าสองนัดและไม่มีจุดโทษ ขณะที่เชียเรอร์ลงครบโปรแกรมพร้อมรับหน้าที่จุดโทษให้ทีมแชมป์ นี่คือรายละเอียดที่ทำให้ฤดูกาลยอดเยี่ยมสองปีมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง

