เม็ตซ์รองแชมป์ 1998 ฟังดูเหมือนเรื่องราวของทีมที่แพ้ทาง แต่ตัวเลขจริงกลับสวนทาง เพราะเอฟซี เม็ตซ์ จบฤดูกาล 1997/98 ด้วยคะแนนเท่ากับล็องส์ แชมป์ประจำปีนั้นเป๊ะ 68 คะแนน สิ่งที่ทำให้เม็ตซ์ต้องรับตำแหน่งรองแชมป์คือผลต่างประตูที่ตามหลังอยู่เพียงเล็กน้อย ไม่ใช่ฟอร์มการเล่นที่ด้อยกว่าตลอดทั้งฤดูกาล และจนถึงทุกวันนี้ตำแหน่งนี้ยังคงเป็นผลงานลีกสูงสุดที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรที่ไม่เคยมีใครทำได้ดีกว่า
ผลงานเม็ตซ์พามาถึงโอกาสแชมป์อย่างไร
ฤดูกาล 1997/98 เป็นปีแรกที่ดิวิชัน 1 ฝรั่งเศสปรับรูปแบบใหม่ ลดจำนวนทีมจาก 20 เหลือ 18 ทีม และตัดโปรแกรมจาก 38 นัดเหลือ 34 นัดต่อทีม ทำให้ทุกนัดมีน้ำหนักต่อผลลัพธ์สุดท้ายมากขึ้นกว่าเดิม เม็ตซ์ภายใต้การคุมทีมของโฌแอล มูแลร์ ซึ่งทำงานกับสโมสรจากแคว้นลอแรนแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 1989 และเคยพาทีมคว้าแชมป์คูปเดอลาลีกในฤดูกาล 1995/96 มาก่อนหน้านี้แล้ว เดินเกมด้วยแนวทางที่เน้นความมั่นคงในแนวรับเป็นหลัก จบฤดูกาลด้วยสถิติชนะ 20 เสมอ 8 แพ้ 6 จากทั้งหมด 34 นัด เสียประตูเพียง 28 ลูกตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวรับที่รั่วน้อยที่สุดของดิวิชันปีนั้น ผลงานเช่นนี้ทำให้เม็ตซ์ไม่เคยหลุดจากกลุ่มลุ้นแชมป์ตลอดช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล สโมสรลงเล่นเกมเหย้าที่สนามแซ็งแซ็งโฟเรียง ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นลอแรนมาโดยตลอด และกลายเป็นเวทีที่แฟนบอลท้องถิ่นได้เห็นทีมของตัวเองสู้กับทีมชั้นนำของประเทศได้แบบสูสีตลอดฤดูกาล น่าสนใจว่าไม่กี่ปีหลังจากนั้น มูแลร์ย้ายไปคุมทีมล็องส์ คู่แข่งในฤดูกาลนี้เอง และได้รับเลือกเป็นผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2001/02 ของลีกเอิงด้วย ซึ่งสะท้อนว่าแนวทางการทำทีมของเขาได้รับการยอมรับในวงการฟุตบอลฝรั่งเศสอย่างกว้างขวาง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กับสโมสรใดสโมสรหนึ่ง
สองทีมจบด้วยตัวเลขใด

เมื่อนับคะแนนกันจริง ล็องส์แชมป์ประจำฤดูกาลจบด้วยสถิติชนะ 21 เสมอ 5 แพ้ 8 ยิงได้ 55 เสียไป 30 ประตู ผลต่างประตู +25 รวม 68 คะแนน ส่วนเม็ตซ์จบด้วยชนะ 20 เสมอ 8 แพ้ 6 ยิงได้ 48 เสียไป 28 ประตู ผลต่างประตู +20 รวม 68 คะแนนเท่ากัน
| สโมสร | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | ผลต่าง | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ล็องส์ (แชมป์) | 21 | 5 | 8 | 55 | 30 | +25 | 68 |
| เม็ตซ์ (รองแชมป์) | 20 | 8 | 6 | 48 | 28 | +20 | 68 |
ตัวเลขเหล่านี้บอกเรื่องราวที่ต่างกันสองแบบ ล็องส์ชนะมากกว่าหนึ่งนัดและยิงประตูได้มากกว่าถึง 7 ลูก แต่ก็แพ้มากกว่าเม็ตซ์ถึง 2 นัด ขณะที่เม็ตซ์เสมอบ่อยกว่าและแพ้น้อยกว่า แต่ยิงประตูได้น้อยกว่าเจ้าของแชมป์ เมื่อนำผลต่างประตูมาเทียบกัน ล็องส์จึงมีตัวเลขที่ดีกว่าอยู่ 5 ลูก ซึ่งเพียงพอที่จะตัดสินอันดับหนึ่งของตารางเมื่อคะแนนเท่ากันเป๊ะ นี่คือฤดูกาลที่ทำให้ล็องส์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของฝรั่งเศสได้เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์สโมสรที่มีรากฐานมาจากเมืองเหมืองถ่านหินในแคว้นปาส์-เดอ-กาแล
เกณฑ์ใดถูกใช้ตัดสินลำดับ
กติกาของดิวิชัน 1 ฝรั่งเศสฤดูกาลนั้นใช้ผลต่างประตูเป็นเกณฑ์แรกในการจัดอันดับทีมที่มีคะแนนเท่ากัน ก่อนจะไปพิจารณาจำนวนประตูที่ยิงได้เป็นลำดับถัดไปหากผลต่างประตูยังเท่ากันอีก กรณีของล็องส์กับเม็ตซ์จบลงตั้งแต่ขั้นแรก เพราะผลต่างประตู +25 ของล็องส์เหนือกว่า +20 ของเม็ตซ์อย่างชัดเจน ไม่จำเป็นต้องพิจารณาสถิติพบกันเองระหว่างสองทีมหรือจำนวนประตูที่ยิงได้เพิ่มเติมแต่อย่างใด นี่คือเหตุผลที่คำอธิบายว่าเม็ตซ์ “แพ้เพราะสถิติ” นั้นแม่นยำกว่าคำว่าเม็ตซ์ “เล่นได้แย่กว่า” เพราะทั้งสองทีมมีคะแนนเท่ากันจนถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาล การใช้ผลต่างประตูเป็นเกณฑ์ตัดสินเช่นนี้หมายความว่าทุกประตูที่แต่ละทีมเสียหรือยิงได้ตลอด 34 นัดล้วนมีผลต่อตำแหน่งสุดท้ายบนตาราง ไม่ใช่แค่ผลแพ้ชนะในแต่ละนัดเพียงอย่างเดียว หากเม็ตซ์เสียประตูน้อยลงอีกเพียงไม่กี่ลูก หรือยิงเพิ่มได้อีกเล็กน้อยตลอดฤดูกาล ผลลัพธ์สุดท้ายของตารางคะแนนอาจพลิกกลับทั้งหมด นี่คือเหตุผลที่แฟนบอลเม็ตซ์จำนวนไม่น้อยยังคงพูดถึงฤดูกาลนี้ด้วยความรู้สึกเสียดายปนความภูมิใจไปพร้อมกัน
จะประเมินรองแชมป์โดยไม่ลดเหลือความพ่ายแพ้อย่างไร

การมองตำแหน่งรองแชมป์ของเม็ตซ์เพียงในฐานะ “การพลาดแชมป์” อาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริงทั้งหมด เพราะอันดับสองในฤดูกาล 1997/98 ถือเป็นผลงานลีกสูงสุดที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรจนถึงปัจจุบัน ไม่มีฤดูกาลใดของเม็ตซ์ทั้งก่อนหน้าและหลังจากนั้นที่จบด้วยอันดับสูงกว่านี้ ทีมที่แพ้เพียง 6 นัดตลอดฤดูกาล น้อยกว่าแชมป์ที่แพ้ถึง 8 นัด ย่อมสะท้อนถึงความสม่ำเสมอที่หาได้ยากในดิวิชันที่มีการแข่งขันสูง แนวรับที่เสียประตูเพียง 28 ลูกยังเป็นเครื่องยืนยันว่าแนวทางของโฌแอล มูแลร์ ประสบความสำเร็จในแบบของตัวเอง แม้จะไม่ได้จบด้วยถ้วยแชมป์ก็ตาม การอ่านตัวเลขทั้งฤดูกาลจึงควรมองว่าเม็ตซ์คือทีมที่แข่งขันกับล็องส์ได้แบบสูสีจนถึงวินาทีสุดท้าย ไม่ใช่ทีมที่ตามหลังอยู่ห่างไกลตั้งแต่ต้น การจบฤดูกาลด้วยคะแนนเท่ากับแชมป์เป๊ะเช่นนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยในประวัติศาสตร์ลีกฝรั่งเศส และเป็นเครื่องเตือนใจว่าตำแหน่งบนตารางคะแนนบางครั้งก็บอกเรื่องราวได้ไม่ครบทั้งหมดของฤดูกาลนั้น สำหรับแฟนบอลของเม็ตซ์ ฤดูกาลนี้จึงยังคงถูกจดจำในฐานะจุดสูงสุดของสโมสรมากกว่าจะเป็นเพียงความผิดหวังที่มาพร้อมตัวเลขเฉียดฉิว

