บอร์กโดซ์แชมป์ 1999 ตัดสินกันในนัดสุดท้ายของฤดูกาลเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 1999 เมื่อฌีรงแด็ง เดอ บอร์กโดซ์ เดินทางไปเยือนปารีส แซ็ง-แฌร์แม็ง ที่ปาร์กเดแพร็งส์ ด้วยคะแนนนำโอลิมปิก มาร์กเซย คู่แข่งอยู่เพียง 1 แต้มก่อนลงเตะนัดปิดฤดูกาล และจบลงด้วยชัยชนะที่ทำให้บอร์กโดซ์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของฝรั่งเศสสมัยที่ 5 ของสโมสร
ก่อนเกมสุดท้ายสองทีมมีเงื่อนไขอะไร
ก่อนลงเตะนัดที่ 34 อันเป็นนัดปิดฤดูกาล 1998/99 บอร์กโดซ์มีคะแนนนำมาร์กเซยอยู่เพียง 1 แต้ม เงื่อนไขจึงเรียบง่ายในทางทฤษฎีแต่กดดันในทางปฏิบัติ บอร์กโดซ์ต้องทำผลงานให้ไม่แพ้ที่ปาร์กเดแพร็งส์อย่างน้อยเสมอกับผลของมาร์กเซยในสนามของตัวเอง มิเช่นนั้นมาร์กเซยจะแซงขึ้นเป็นแชมป์แทนได้ทันทีหากคว้าชัยชนะและบอร์กโดซ์พ่ายแพ้ ทั้งสองทีมจึงต้องลงเตะพร้อมกันในเวลาเดียวกันของวันที่ 29 พฤษภาคม เพื่อป้องกันไม่ให้ทีมใดทีมหนึ่งรู้ผลของอีกฝ่ายก่อนแล้วปรับเกมได้เปรียบ นี่คือรูปแบบมาตรฐานของนัดชี้ชะตาแชมป์ในลีกฝรั่งเศสเมื่อสองทีมนำห่างกันเพียงเล็กน้อยในนัดสุดท้าย ทีมบอร์กโดซ์ฤดูกาลนั้นอยู่ภายใต้การคุมทีมของเอลี โบป์ ซึ่งเข้ามารับตำแหน่งตั้งแต่เดือนธันวาคม 1997 และคุมทีมต่อเนื่องยาวจนถึงปี 2003 เขาจึงเป็นผู้วางรากฐานทีมชุดที่เดินทางมาถึงจุดตัดสินแชมป์ในฤดูกาลที่สองที่เขาทำงานกับสโมสรเต็มฤดูกาล
เกมปารีสกับบอร์กโดซ์เปลี่ยนสกอร์อย่างไร

เกมที่ปาร์กเดแพร็งส์เปิดฉากด้วยการแลกประตูกันไปมา ก่อนที่สกอร์จะจบลงที่ปารีส แซ็ง-แฌร์แม็ง 2 บอร์กโดซ์ 3 ประตูชี้ขาดของเกมนี้เกิดขึ้นในนาทีสุดท้ายของการแข่งขัน เมื่อปาสกาล เฟนดูโน กองหน้าดาวรุ่งวัย 17 ปีของบอร์กโดซ์ สอดบอลผ่านขาผู้รักษาประตูของปารีส แซ็ง-แฌร์แม็ง แบร์นาร์ ลามา เข้าไปเป็นประตูชัย และเป็นประตูแรกในอาชีพค้าแข้งระดับทีมชุดใหญ่ของเขาด้วย จังหวะนี้เกิดขึ้นในสถานการณ์ที่กดดันที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะเป็นนาทีสุดท้ายของนัดที่ตัดสินแชมป์ลีกทั้งฤดูกาล และผู้ทำประตูก็เป็นผู้เล่นที่เพิ่งก้าวขึ้นมาจากทีมเยาวชนไม่นาน
ผลมาร์กเซยอีกสนามส่งผลต่ออันดับอย่างไร
ในเวลาเดียวกันกับที่ปาร์กเดแพร็งส์ โอลิมปิก มาร์กเซย ลงเล่นเกมเหย้าพบกับเอฟซี น็องต์ และเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 1 ประตูต่อ 0 ผลการแข่งขันนี้ทำให้มาร์กเซยเก็บ 3 คะแนนเต็มจากนัดสุดท้ายเช่นเดียวกับบอร์กโดซ์ แต่เนื่องจากทั้งสองทีมต่างเก็บชัยชนะได้พร้อมกัน ช่องว่างคะแนนที่มีอยู่ก่อนหน้านัดนี้จึงไม่เปลี่ยนแปลง มาร์กเซยจบฤดูกาลด้วย 71 คะแนน จากการชนะ 21 เสมอ 8 แพ้ 5 ส่วนบอร์กโดซ์จบด้วย 72 คะแนน จากการชนะ 22 เสมอ 6 แพ้ 6 ผลงานของมาร์กเซยในวันนั้นจึงเป็นการทำหน้าที่ของตัวเองอย่างสมบูรณ์แล้ว เพียงแต่บอร์กโดซ์ก็ทำผลงานในระดับเดียวกันในเวลาเดียวกันเช่นกัน ทำให้ตำแหน่งแชมป์ไม่พลิกกลับ
| คู่แข่งขัน | ผล | สนาม |
|---|---|---|
| ปารีส แซ็ง-แฌร์แม็ง พบ บอร์กโดซ์ | 2-3 | ปาร์กเดแพร็งส์ |
| มาร์กเซย พบ น็องต์ | 1-0 | สต๊าดเวลอโดรม |
| สโมสร | ชนะ | เสมอ | แพ้ | คะแนน |
|---|---|---|---|---|
| บอร์กโดซ์ (แชมป์) | 22 | 6 | 6 | 72 |
| มาร์กเซย (รองแชมป์) | 21 | 8 | 5 | 71 |
ตัวเลขในตารางแสดงให้เห็นว่าทั้งสองทีมมีสถิติที่ใกล้เคียงกันมากตลอดฤดูกาล มาร์กเซยแพ้น้อยกว่าบอร์กโดซ์ถึง 1 นัด แต่ก็เสมอมากกว่าถึง 2 นัด ซึ่งทำให้เก็บคะแนนได้น้อยกว่าในภาพรวม ส่วนบอร์กโดซ์ชนะมากกว่าถึง 1 นัดเช่นกัน และนั่นคือส่วนต่างที่ทำให้จบฤดูกาลด้วยคะแนนมากกว่า 1 แต้มพอดี
ประตูเฟนดูโนปิดการลุ้นอย่างไร

ประตูของเฟนดูโนในนาทีสุดท้ายที่ปาร์กเดแพร็งส์คือจุดที่ปิดการลุ้นแชมป์ของฤดูกาลนั้นอย่างเป็นทางการ เพราะทันทีที่บอร์กโดซ์ขึ้นนำ 3 ต่อ 2 ผลการแข่งขันของมาร์กเซยที่ชนะน็องต์อยู่ก่อนแล้วก็ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงอันดับหนึ่งของตารางอีกต่อไป บอร์กโดซ์ปิดฤดูกาลด้วยคะแนนนำอยู่ 1 แต้มเท่าเดิม และคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของฝรั่งเศสสมัยที่ 5 ในประวัติศาสตร์สโมสรได้สำเร็จ สิ่งที่ทำให้ช่วงเวลานี้ถูกจดจำเป็นพิเศษคือผู้ทำประตูชัยเป็นผู้เล่นวัย 17 ปีที่เพิ่งลงสนามให้ทีมชุดใหญ่ และนัดนี้ก็เป็นประตูแรกในอาชีพของเขาด้วย นักเตะดาวรุ่งที่ก้าวขึ้นมาตัดสินเกมระดับแชมป์ลีกได้ตั้งแต่ยังไม่ทันเก็บประสบการณ์กับทีมชุดใหญ่มากนัก ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ไม่บ่อยในวงการฟุตบอลระดับสูงสุด และทำให้ชื่อของเขาถูกจดจำควบคู่ไปกับความสำเร็จของทีมตั้งแต่วันนั้น การคว้าแชมป์ด้วยประตูจากผู้เล่นดาวรุ่งในสถานการณ์กดดันเช่นนี้ทำให้ฤดูกาล 1998/99 ของบอร์กโดซ์ถูกเล่าขานต่อมาในฐานะหนึ่งในนัดปิดฤดูกาลที่ตึงเครียดที่สุดของลีกฝรั่งเศสในทศวรรษ 1990 ทั้งจากช่องว่างคะแนนที่แคบเพียง 1 แต้ม และจังหวะตัดสินที่มาถึงในวินาทีสุดท้ายของการแข่งขัน หากมองในบริบทที่กว้างขึ้น แชมป์สมัยที่ 5 ของบอร์กโดซ์ครั้งนี้มาห่างจากแชมป์สมัยที่ 4 ในฤดูกาล 1986/87 นานถึง 12 ปี ก่อนหน้านั้นสโมสรเคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของฝรั่งเศสมาแล้วในปี 1950, 1984 และ 1985 ทำให้ฤดูกาล 1998/99 กลายเป็นการกลับมาสู่จุดสูงสุดของวงการฟุตบอลฝรั่งเศสอีกครั้งของสโมสรจากเมืองบอร์กโดซ์ หลังจากที่ต้องรอคอยมานานกว่าทศวรรษ

