เฟอร์กูสันวางมือ 2013 มีวันสำคัญสามวันซึ่งทำหน้าที่ต่างกัน วันที่ 8 พฤษภาคมคือการประกาศว่าจะเลิกคุมทีมเมื่อจบฤดูกาล วันที่ 12 พฤษภาคมคือเกมเหย้าสุดท้ายกับสวอนซี ซิตี้และการอำลาแฟนบอลที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ส่วนวันที่ 19 พฤษภาคมคือเกมสุดท้ายจริงที่เวสต์บรอมวิช อัลเบียน การแยกสามช่วงนี้ช่วยให้เห็นทั้งการตัดสินใจส่วนตัว การส่งท้ายในสนาม และภาระที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องส่งต่อให้ผู้จัดการทีมคนใหม่
ประกาศวางมือเกิดเมื่อใด
เฟอร์กูสันวางมือ 2013 หลังยืนยันแชมป์แล้ว
วันที่ 8 พฤษภาคม 2013 สโมสรประกาศว่าอเล็กซ์ เฟอร์กูสันจะยุติงานผู้จัดการทีมเมื่อฤดูกาลสิ้นสุดลง เขาเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 1986 จึงทำงานที่ยูไนเต็ดนานกว่ายี่สิบหกปี เมื่อข่าวออกมา ทีมได้แชมป์พรีเมียร์ลีกไปแล้วจากชัยชนะเหนือแอสตัน วิลลา 3–0 เมื่อวันที่ 22 เมษายน การประกาศจึงเกิดหลังทราบผลการแข่งขันชิงแชมป์ แต่ก่อนเตะครบโปรแกรม
เฟอร์กูสันอธิบายในเวลานั้นว่าตนคิดเรื่องนี้อย่างรอบคอบและเห็นว่าเป็นจังหวะเหมาะสม เขาแสดงความเชื่อมั่นต่อคุณภาพทีมแชมป์ การผสมอายุของผู้เล่น และระบบเยาวชน ความเห็นเหล่านี้บอกสิ่งที่ผู้จัดการทีมประเมินในวันอำลา ไม่ใช่การรับประกันว่าผลงานของผู้สืบทอดจะออกมาเหมือนเดิม
เขายังประกาศรับบทบาทกรรมการและทูตของสโมสรหลังเลิกคุมทีมด้วย การวางมือครั้งนี้จึงเป็นการออกจากหน้าที่จัดทีมและกำกับการแข่งขัน ไม่ได้หมายถึงตัดความสัมพันธ์กับยูไนเต็ดทันที ขณะเดียวกันผู้เล่นยังมีหน้าที่ลงสนามในสองนัดที่เหลือ และเฟอร์กูสันยังเป็นผู้รับผิดชอบทีมในช่วงนั้น
เกมเหย้าสุดท้ายกับเกมสุดท้ายต่างกันอย่างไร
วันที่ 12 พฤษภาคม ยูไนเต็ดชนะสวอนซี 2–1 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ฮาเวียร์ เอร์นันเดซทำประตูขึ้นนำในครึ่งแรก มิชูตีเสมอช่วงต้นครึ่งหลัง ก่อนริโอ เฟอร์ดินานด์ทำประตูชัยนาทีที่ 87 เกมจึงมีทั้งการขึ้นนำ การถูกไล่ตาม และประตูตัดสินช่วงท้าย ซึ่งทำให้แฟนบอลเจ้าถิ่นได้ฉลองชัยชนะพร้อมกับส่งผู้จัดการทีมที่อยู่กับพวกเขามายาวนาน
วันนั้นยังมีพิธีรับถ้วยพรีเมียร์ลีกด้วย ภาพเฟอร์กูสันกับถ้วยและแฟนบอลในสนามเหย้าจึงกลายเป็นภาพจำของการอำลา แต่ถ้วยนี้เป็นรางวัลที่ทีมยืนยันสิทธิ์ไปตั้งแต่เดือนเมษายน
หลังการแข่งขันเฟอร์กูสันกล่าวขอบคุณผู้ที่ร่วมทางกับสโมสรและขอให้แฟนบอลสนับสนุนผู้จัดการทีมคนใหม่ คำขอนั้นทำให้พิธีอำลาเชื่อมไปถึงฤดูกาลถัดไปด้วย เขากำลังบอกให้ความผูกพันกับทีมเดินต่อ แม้บุคคลที่ยืนข้างสนามจะเปลี่ยนไป

อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา วันที่ 19 พฤษภาคม ยูไนเต็ดไปเยือนเวสต์บรอมวิชที่เดอะ ฮอว์ธอร์นส์ นี่คือเกมที่ 1,500 และเกมสุดท้ายที่เฟอร์กูสันคุมสโมสร โดยนับการแข่งขันรวมหลายรายการ ไม่ใช่เฉพาะพรีเมียร์ลีก นัดนี้จบด้วยผลเสมอ 5–5 และมีเรื่องราวต่างจากการอำลาในบ้านอย่างมาก
ยูไนเต็ดนำ 3–0 ในครึ่งแรก ก่อนเจ้าถิ่นไล่เข้ามา ทีมเยือนขยับหนีอีกครั้งจนเป็น 5–2 แต่เวสต์บรอมวิชยังทำสามประตูคืนช่วงท้าย โรเมลู ลูกากูซึ่งลงมาเป็นตัวสำรองทำแฮตทริกในครึ่งหลัง แฟนบอลจึงไม่ได้เห็นเฟอร์กูสันจบอาชีพด้วยชัยชนะ แม้เห็นทีมของเขาทำถึงห้าประตูก็ตาม
ผลเสมอไม่ได้กระทบตำแหน่งแชมป์ที่ตัดสินแล้ว แต่เป็นผลนัดสุดท้ายที่เพิ่มลงในสถิติการคุมทีมของเขา เดอะ ฮอว์ธอร์นส์จึงเป็นจุดที่ภารกิจแข่งขันของผู้จัดการทีมสิ้นสุดจริง

จำนวนแชมป์ควรนับกรอบใด
เฟอร์กูสันพายูไนเต็ดได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 13 ครั้ง เริ่มจากฤดูกาล 1992/93 และสิ้นสุดที่ 2012/13 ตำแหน่งแรกยุติการรอแชมป์ลีกสูงสุดของสโมสรนาน 26 ปี ส่วนตำแหน่งสุดท้ายทำให้ยอดแชมป์ลีกสูงสุดตลอดประวัติศาสตร์ยูไนเต็ดเป็น 20 ครั้ง ตัวเลข 13 เป็นผลงานของผู้จัดการทีมในพรีเมียร์ลีก ขณะที่ 20 รวมแชมป์ยุคก่อนพรีเมียร์ลีกของสโมสรด้วย
ผลงานของเขายังมีความต่อเนื่องหลายช่วง ยูไนเต็ดได้แชมป์สามฤดูกาลติดต่อกันระหว่าง 1998/99 ถึง 2000/01 และทำอีกครั้งระหว่าง 2006/07 ถึง 2008/09 ทั้งสองชุดความสำเร็จอยู่ห่างกันหลายปี แสดงให้เห็นว่าการรักษาทีมในระดับแชมป์ไม่ได้จำกัดอยู่กับผู้เล่นรุ่นเดียวหรือช่วงเวลาสั้น ๆ
รายงานสรุปฤดูกาล 2012/13 ของพรีเมียร์ลีกแจกแจงอันดับตลอด 21 ฤดูกาลของเฟอร์กูสันว่าเป็นแชมป์ 13 ครั้ง รองแชมป์ห้าครั้ง และอันดับสามสามครั้ง นอกจากจำนวนถ้วยแล้ว การไม่หลุดสามอันดับแรกในช่วงดังกล่าวยังอธิบายระดับความคาดหวังที่ผู้สืบทอดต้องเผชิญ ยูไนเต็ดคุ้นเคยกับการเริ่มฤดูกาลในฐานะทีมที่มีสิทธิ์แข่งขันเพื่อแชมป์
จำนวนเกมก็มีกรอบต่างกันเช่นกัน รายงานฉบับเดียวกันแยกเกมพรีเมียร์ลีก 810 นัดออกจากเกมคุมยูไนเต็ดทั้งหมด 1,500 นัด ประวัติของเฟอร์กูสันเริ่มก่อนลีกเปลี่ยนชื่อในปี 1992 และยังมีฟุตบอลถ้วยในประเทศกับการแข่งขันระหว่างประเทศอีกหลายรายการ ยอดใหญ่จึงไม่ใช่จำนวนเกมในลีกเดียว
การส่งต่องานเปิดคำถามใด
วันที่ 9 พฤษภาคม หนึ่งวันหลังประกาศวางมือ เดวิด มอยส์ได้รับการยืนยันเป็นผู้สืบทอด เขาจะออกจากเอฟเวอร์ตันหลังทำงานที่นั่นสิบเอ็ดปี และเข้ารับตำแหน่งกับยูไนเต็ดอย่างเป็นทางการวันที่ 1 กรกฎาคมด้วยสัญญาหกปี การประกาศผู้จัดการทีมคนใหม่จึงเกิดก่อนเฟอร์กูสันลงคุมสองนัดสุดท้าย แต่วันเริ่มงานจริงอยู่หลังฤดูกาลจบ
มอยส์มีประสบการณ์พรีเมียร์ลีกยาวนาน เขาเคยพาเอฟเวอร์ตันจบอันดับสี่ในปี 2004/05 และเข้าชิงเอฟเอคัพปี 2009 อย่างไรก็ตาม การรับงานที่ยูไนเต็ดหมายถึงการดูแลทีมที่เพิ่งเป็นแชมป์และถูกเปรียบเทียบกับความสำเร็จที่สะสมมายี่สิบเอ็ดฤดูกาล ความคุ้นเคยกับลีกจึงเป็นพื้นฐานหนึ่ง ส่วนการทำงานกับผู้เล่นและความคาดหวังของสโมสรใหม่เป็นภารกิจอีกส่วน
เมื่อมอยส์แถลงข่าวครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม เขาแสดงความภูมิใจที่ได้รับโอกาสและขอบคุณเฟอร์กูสันกับคณะกรรมการ การส่งต่อจึงมีทั้งการรับรองจากคนเดิมและการเริ่มรับผิดชอบด้วยตนเอง มรดกของเฟอร์กูสันในปี 2013 ไม่ได้มีเพียงถ้วยใบสุดท้าย แต่รวมถึงมาตรฐานการลุ้นแชมป์ที่ฝังอยู่ในชีวิตของสโมสร และทีมงานใหม่ต้องหาวิธีทำให้มาตรฐานนั้นดำเนินต่อในการแข่งขันฤดูกาลถัดไป

