เชลซีระบบสามกองกลาง 2005 คือคำอธิบายที่ตรงที่สุดของฤดูกาลที่ทีมจากลอนดอนตะวันตกเสียประตูเพียง 15 ลูกจาก 38 นัด ชนะ 29 เสมอ 8 แพ้ครั้งเดียว และเก็บ 95 คะแนน ทิ้งอาร์เซนอลที่ได้ 83 คะแนนกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้ 77 คะแนน ตัวเลขฝั่งเกมรับคือสิ่งที่ทำให้ฤดูกาลนี้ถูกพูดถึงยาวนาน แต่ที่มาของมันไม่ได้อยู่ที่กองหลังสี่คนเพียงอย่างเดียว มันเริ่มจากการจัดคนในแดนกลางใหม่
โครงสร้างใหม่ต่างจากปีก่อนอย่างไร
ฤดูกาล 2003/04 เชลซีจบอันดับสองด้วย 79 คะแนน ชนะ 24 เสมอ 7 แพ้ 7 ยิงได้ 67 และเสีย 30 ประตู เป็นทีมที่ดีแต่ยังรั่วพอสมควร พอโชเซ มูรินโญ เข้ามารับงานในฤดูร้อนปี 2004 เขาเปิดฤดูกาลด้วยระบบ 4-4-2 ไดมอนด์ที่ค่อนข้างแคบ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น 4-3-3 อย่างรวดเร็ว ความต่างของสองระบบไม่ได้อยู่ที่จำนวนกองหน้าอย่างที่ชื่อเรียกบอก แต่อยู่ที่วิธีจัดชั้นในแดนกลาง
ใน 4-4-2 ทั่วไปของยุคนั้น กองกลางสองคนต้องรับผิดชอบทั้งการไล่บอลและการเติมเกม เมื่อคนหนึ่งขึ้นไป อีกคนต้องคุมพื้นที่กว้างคนเดียว การเพิ่มเป็นสามคนทำให้หน้าที่ถูกแบ่งใหม่ได้ หนึ่งคนยืนต่ำเป็นฐานถาวร อีกสองคนผลัดกันขึ้น และไม่มีช่วงเวลาที่พื้นที่หน้ากองหลังถูกทิ้งว่าง ผลลัพธ์ของการจัดแบบนี้เห็นได้จากตัวเลขเสียประตูที่ลดจาก 30 เหลือ 15 ภายในหนึ่งฤดูกาล โดยเป็นการเสียในบ้านเพียง 6 ลูก
คนคุมพื้นที่หน้ากองหลังทำอะไร

คนที่ยืนต่ำที่สุดในสามคนนั้นคือโคลด มาเกเลเล ซึ่งย้ายมาเชลซีตั้งแต่ปี 2003 สโมสรอธิบายบทบาทของเขาไว้ตรงไปตรงมาว่าเป็นกองกลางที่ยอมยืนอยู่หน้าแนวรับสี่คน แทบไม่ขึ้นไปไกลกว่าเพื่อนร่วมแดนกลาง และยอมเสียโอกาสสร้างชื่อส่วนตัวเพื่อประโยชน์ของทีม หน้าที่หลักถูกระบุไว้สามข้อคือตัดอันตรายก่อนจะก่อตัว ป้องกันการสวนกลับ และรบกวนคนถือบอลของคู่แข่งไม่ให้เล่นง่าย
จุดที่คนมักเข้าใจผิดคือคิดว่างานแบบนี้เป็นงานเกมรับล้วน ๆ พรีเมียร์ลีกเองระบุว่าบทบาทที่ถูกตั้งชื่อตามเขาไม่ได้เป็นเกมรับอย่างเดียว เพราะคนที่ยืนตำแหน่งนี้คือจุดรับบอลแรกหลังทีมแย่งบอลคืนมาได้ และเป็นคนตัดสินว่าจะจ่ายสั้นเพื่อตั้งเกมใหม่หรือจ่ายยาวเพื่อสวนทันที ความสม่ำเสมอตรงนี้ส่งผลถึงผู้รักษาประตูโดยตรง ฤดูกาลนั้นเปตร์ เช็ก เก็บคลีนชีตได้ 24 นัด มากที่สุดในลีก และมีช่วงที่ไม่เสียประตูในลีกติดต่อกันถึง 1,025 นาที ทำลายสถิติเดิม 694 นาทีของปีเตอร์ ชไมเคิล
ทั้งทีมเก็บคลีนชีตรวม 25 นัดในฤดูกาลเดียว และระหว่างเดือนธันวาคม 2004 ถึงกุมภาพันธ์ 2005 มีช่วงที่ไม่เสียประตูติดต่อกัน 10 นัดรวด สถิติเสียประตูน้อยที่สุดและคลีนชีตมากที่สุดชุดนี้ยังไม่มีทีมใดในพรีเมียร์ลีกทำลายได้จนถึงปัจจุบัน
ผู้เล่นกลางคนอื่นเติมเกมเมื่อใด
เมื่อมีคนยืนเฝ้าพื้นที่หน้ากองหลังตลอดเวลา กองกลางอีกสองคนจึงขึ้นเกมได้โดยไม่ต้องคอยหันหลังกลับมามอง แฟรงก์ แลมพาร์ด คือคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดจากเงื่อนไขนี้ ฤดูกาล 2004/05 เขาทำได้ 13 ประตูในลีก และเป็นผู้จ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูสูงสุดของลีกด้วย 18 ครั้ง ตัวเลขสองชุดนี้ไม่ค่อยอยู่ในตัวคนเดียวกัน โดยเฉพาะกองกลางที่ต้องลงมาช่วยเกมรับด้วย
จังหวะเติมเกมของเขามักเกิดหลังทีมได้บอลคืนในแดนตัวเอง ไม่ใช่ตอนที่ทีมกำลังครองบอลนิ่ง ๆ เพราะช่วงที่คู่แข่งเพิ่งเสียบอลคือช่วงที่แนวรับยังไม่จัดรูป เกมปิดแชมป์เป็นตัวอย่างที่ชัด วันที่ 30 เมษายน 2005 เชลซีบุกไปชนะโบลตัน 2-0 จากสองประตูของแลมพาร์ดในนาทีที่ 60 และ 76 แล้วปีนั้นเขาได้รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของสมาคมผู้สื่อข่าวฟุตบอลอังกฤษ
สิ่งที่ต้องระวังคือการอ่านว่าระบบสามกองกลางทำให้คนกลางทุกคนทำประตูได้มากขึ้นโดยอัตโนมัติ หลักฐานที่มีบอกแค่ว่าผลงานของแลมพาร์ดในฤดูกาลนั้นเป็นแบบนี้ ส่วนการบอกว่าใครวิ่งขึ้นไปกี่ครั้งต่อเกม หรือขึ้นในจังหวะไหนบ้าง ไม่มีข้อมูลสาธารณะให้ตรวจสอบย้อนหลัง
ความสมดุลสะท้อนในผลอะไร

ผลรายนัดตลอดฤดูกาลเป็นหลักฐานที่ตรงที่สุด เชลซีแพ้เพียงนัดเดียวคือเกมเยือนแมนเชสเตอร์ ซิตี ในเดือนตุลาคม ขึ้นเป็นจ่าฝูงหลังชนะเอฟเวอร์ตัน 1-0 เมื่อ 6 พฤศจิกายน และนำห่างถึง 11 คะแนนตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ อีกตัวเลขที่บอกเรื่องการรักษาผลได้ดีคือทั้งฤดูกาลทีมนี้เสียแต้มหลังจากขึ้นนำ 1-0 ไปแล้วเพียงครั้งเดียว
| รายการ | 2003/04 | 2004/05 |
|---|---|---|
| คะแนนรวม | 79 | 95 |
| ชนะ เสมอ แพ้ | 24-7-7 | 29-8-1 |
| ยิงได้ | 67 | 72 |
| เสียประตู | 30 | 15 |
ตารางนี้อธิบายอะไรได้และอธิบายอะไรไม่ได้ ส่วนที่อธิบายได้คือการเปลี่ยนแปลงเกิดที่ฝั่งเกมรับเป็นหลัก จำนวนประตูที่ยิงเพิ่มขึ้นแค่ห้าลูก แต่จำนวนที่เสียลดลงครึ่งหนึ่ง ส่วนที่อธิบายไม่ได้คือการชี้ว่าการเปลี่ยนมาใช้สามกองกลางเป็นสาเหตุเดียว ฤดูกาลนั้นทีมเปลี่ยนทั้งผู้จัดการทีมและผู้เล่นหลายตำแหน่ง การแยกผลของปัจจัยแต่ละอย่างต้องใช้ข้อมูลระดับจังหวะเล่นที่ยุคนั้นไม่มีเก็บไว้
ข้อจำกัดนี้เป็นเรื่องจริงและควรพูดตรง ๆ ค่าคาดหวังประตูและแผนที่ตำแหน่งยืนของฤดูกาล 2004/05 ไม่มีเผยแพร่แบบสาธารณะ เว็บสถิติอย่างอันเดอร์สแตทมีข้อมูลพรีเมียร์ลีกย้อนหลังไกลสุดเพียงฤดูกาล 2014/15 สิ่งที่ยืนยันได้จึงเป็นผลลัพธ์ คือแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกของสโมสรในรอบ 50 ปี พร้อมสถิติเสียประตูน้อยที่สุดและคลีนชีตมากที่สุดที่ยังยืนอยู่ ส่วนคำอธิบายว่าโครงสร้างแดนกลางทำงานอย่างไรนั้นมาจากคำนิยามบทบาทของสโมสรและบทวิเคราะห์ของลีก ไม่ใช่จากชุดข้อมูลที่วัดได้

