เซบียาแชมป์ลีกปี 1946 เพราะผลเสมอ 1–1 ที่เลสกอร์ตส์รักษาความได้เปรียบเหนือบาร์เซโลนาไว้ได้ นัดวันที่ 31 มีนาคมไม่ใช่รอบชิงที่เริ่มจากศูนย์ แต่เป็นเกมลีกนัดสุดท้ายซึ่งสองทีมอันดับบนสุดลงสนามพร้อมคะแนนที่สะสมมาต่างกัน เซบียานำหนึ่งแต้ม จึงไม่จำเป็นต้องชนะเพื่อคว้าถ้วย
ประตูของฆวน อาเราโฆทำให้ทีมเยือนขึ้นนำ ก่อนบาร์เซโลนาตีเสมอได้ แต่ผลเสมอเพียงพอสำหรับเซบียาและไม่เพียงพอสำหรับเจ้าบ้าน ความหมายของเกมนี้จึงอยู่ทั้งที่ผู้ทำประตู ผู้รักษาประตู และเงื่อนไขในตารางซึ่งทำให้สกอร์เดียวกันนำความรู้สึกต่างกันมาสู่ทั้งสองฝ่าย
เซบียาแชมป์ลีกปี 1946 ต้องผ่านเงื่อนไขใด
ก่อนเกมสุดท้าย เซบียามี 35 คะแนนและบาร์เซโลนา 34 คะแนน ลีกขณะนั้นให้สองคะแนนสำหรับชัยชนะและหนึ่งคะแนนสำหรับผลเสมอ หากแบ่งแต้มกัน ความห่างหนึ่งคะแนนก็ยังอยู่ แต่ถ้าบาร์เซโลนาชนะ เจ้าบ้านจะเพิ่มเป็น 36 คะแนนและแซงเซบียาทันที
| ผลของเกมที่เลสกอร์ตส์ | เซบียา | บาร์เซโลนา |
|---|---|---|
| เซบียาชนะ | 37 คะแนน | 34 คะแนน |
| เสมอ | 36 คะแนน | 35 คะแนน |
| บาร์เซโลนาชนะ | 35 คะแนน | 36 คะแนน |
นี่คือเหตุผลที่เกมถูกจดจำเหมือนนัดชิง ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสเป็นแชมป์และพบกันโดยตรง แต่การเป็นเกมลีกทำให้เซบียามีผลเสมอเป็นทางเลือกจากงานที่ทำไว้ก่อนหน้า ไม่ต้องต่อเวลาหรือยิงจุดโทษเพื่อหาผู้ชนะในวันนั้น
บาร์เซโลนาเคยชนะมาแล้ว แต่ไม่ได้ถือแต้มต่อ
การพบกันครึ่งฤดูกาลแรกเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 1945 จบด้วยเซบียาแพ้บาร์เซโลนาในบ้าน 2–3 อย่างไรก็ตาม ชัยชนะนัดนั้นไม่ได้ทำให้บาร์เซโลนามีคะแนนเหนือกว่าเมื่อถึงเกมกลับ ผลงานกับคู่แข่งทั้งหมดตลอดฤดูกาลยังเป็นตัวกำหนดตำแหน่งก่อนนัดตัดสิน
ในเดือนมีนาคม บาร์เซโลนาชนะมาดริด 1–0 เสมอเอร์กูเลส 0–0 ชนะเซลตา 3–1 และเสมอกัสเตยอน 1–1 ก่อนรับเซบียา ช่วงสี่เกมนั้นไม่มีความพ่ายแพ้ แต่มีสองนัดที่ได้เพียงผลเสมอ ความไร้พ่ายระยะสั้นจึงไม่ได้หมายความว่าจะเก็บคะแนนได้เต็มตามที่ต้องการทุกสัปดาห์
เมื่อบาร์เซโลนากลับมาเล่นในบ้านเพื่อเจอผู้นำ งานจึงชัดเจนว่าต้องชนะ ส่วนเซบียาต้องรักษาความได้เปรียบที่เหลืออยู่ให้ได้ การนำหนึ่งแต้มอาจดูน้อย แต่เปลี่ยนจำนวนผลการแข่งขันที่ทีมยอมรับได้จากหนึ่งทางเป็นสองทาง

อาเราโฆทำประตู แต่ทีมต้องรักษาผลไปจนจบ
รามอน เอนซินัสจัดทีมลงเล่นโดยมีบุสโตเฝ้าประตู ฆัวกินกับบิยาลองกาอยู่ในแนวรับ และผู้เล่นอย่างอัลโกเนโร อันตูเนซ เอกีลุซ โลเปซ อาร์ซา อาเราโฆ เอร์เรรา และกัมโปสอยู่ในชุดตัวจริง ประวัติสโมสรบันทึกรายชื่อเหล่านี้ไว้กับวันที่เซบียาคว้าแชมป์ที่เลสกอร์ตส์
อาเราโฆยิงให้ทีมเยือนนำในช่วงต้นเกม ประตูนั้นเพิ่มความกดดันให้บาร์เซโลนา เพราะการตีเสมอเพียงลูกเดียวจะยังไม่พอแซงในตาราง ฝ่ายเจ้าบ้านต้องหาประตูมากกว่าเซบียาเมื่อจบการแข่งขัน ขณะที่ทีมเยือนไม่ได้เสียเงื่อนไขผลเสมอจากการขึ้นนำไปก่อน
บราโบทำประตูให้บาร์เซโลนาตีเสมอ 1–1 และความสำคัญจึงย้ายมาที่การไม่เสียประตูเพิ่ม บุสโตมีบทบาทสำคัญในการหยุดเกมรุกเจ้าบ้าน ประวัติสโมสรกล่าวถึงความแน่นอนของเขาในวันนั้นร่วมกับผลงานของฆวน อาร์ซา แชมป์จึงไม่ควรถูกย่อเหลือเพียงจังหวะยิงประตูของอาเราโฆ
เมื่อเกมจบที่ 1–1 เซบียามี 36 คะแนนและบาร์เซโลนา 35 คะแนน ไม่ได้เป็นการได้แชมป์ด้วยผลต่างประตูหรือการเปรียบเทียบผลพบกันเอง เพราะคะแนนสุดท้ายต่างกันอยู่แล้ว ชัยชนะของบาร์เซโลนาในเกมแรกจึงไม่สามารถเปลี่ยนผลสรุปของลีกได้

แชมป์ที่เกิดจาก 26 นัด ไม่ใช่ผลเสมอนัดเดียว
เซบียาจบฤดูกาลด้วยชัยชนะ 14 นัด เสมอ 8 และแพ้ 4 จากทั้งหมด 26 นัด ขณะที่บาร์เซโลนาชนะ 14 เสมอ 7 และแพ้ 5 ทั้งสองทีมชนะเท่ากัน ความต่างหนึ่งคะแนนในตารางจึงสอดคล้องกับการที่เซบียามีผลเสมอมากกว่าหนึ่งนัดและความพ่ายแพ้น้อยกว่าหนึ่งนัด
ภาพรวมนี้ทำให้เข้าใจคุณค่าของการรักษาผลในเกมสุดท้ายได้ชัดขึ้น เซบียาไม่ได้เป็นแชมป์เพราะชนะมากกว่าทุกทีมในทุกด้าน แต่เก็บคะแนนรวมได้มากที่สุด การทำให้เกมที่อาจแพ้จบลงด้วยผลเสมอมีน้ำหนักจริงในลีกที่ทุกแต้มสะสมต่อกัน
เกมรุกตลอดฤดูกาลก็ไม่ได้มีอาเราโฆเพียงคนเดียว กัมโปสทำ 15 ประตู ฆวน อาร์ซา 14 และอาเราโฆ 11 ตามข้อมูลของลาลีกา ผู้ยิงประตูที่ถูกจดจำที่สุดในวันคว้าแชมป์จึงไม่ใช่ผู้ทำประตูสูงสุดของทีมในฤดูกาลนั้น แต่เป็นคนที่ทำประตูตรงกับช่วงเวลาซึ่งกำหนดปลายทางของการแข่งขัน
เอนซินัสกับทีมที่มีประสบการณ์ลุ้นแชมป์
ก่อนปี 1946 เซบียาเคยได้รองแชมป์ลีกในปี 1940 และ 1943 แล้ว การคว้าถ้วยครั้งนี้จึงเป็นการเปลี่ยนทีมที่เคยเข้าใกล้ความสำเร็จให้ไปถึงตำแหน่งสูงสุด ภายใต้เอนซินัสซึ่งกลับมาทำงานกับสโมสรอีกครั้งในช่วงปี 1945–1947
เรื่องของเซบียาที่เลสกอร์ตส์แสดงให้เห็นว่าผลเสมออาจมีค่าต่างกันตามงานที่ทำมาก่อนหน้า อาเราโฆช่วยให้ทีมมีประตู บุสโตกับเพื่อนร่วมทีมรักษาสกอร์ และคะแนนจากอีก 25 นัดทำให้ผล 1–1 เพียงพอสำหรับแชมป์ ความทรงจำของวันนั้นจึงเป็นเรื่องของการจบฤดูกาลให้ได้ตามเงื่อนไข มากกว่าการต้องเอาชนะคู่แข่งในนัดสุดท้ายเสมอไป

