เคมเปสในลาลีกามีชื่อเสียงจากการยิงประตูให้บาเลนเซียก่อนฟุตบอลโลกปี 1978 จะทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษของอาร์เจนตินา มาริโอ เคมเปสเป็นดาวซัลโวลีกสเปนสองฤดูกาลติดต่อกันด้วย 24 และ 28 ประตู ผลงานทั้งสองชุดเกิดขึ้นก่อนเขายิงสองประตูในนัดชิงฟุตบอลโลก จึงไม่ควรเล่าราวกับบาเลนเซียเพิ่งซื้อนักเตะที่ดังจากการเป็นแชมป์โลกมาเสริมทีม
เคมเปสในลาลีกาเริ่มจากการตัดสินใจของปาซิเอกีโต
เคมเปสย้ายจากโรซาริโอ เซ็นทรัลมาบาเลนเซียในช่วงฤดูร้อนปี 1976 โดยมีเบร์นาร์ดิโน เปเรซ หรือปาซิเอกีโต ผู้ทำงานด้านเทคนิคของสโมสร เป็นคนสำคัญในการนำเขามา บทบาทของปาซิเอกีโตในเรื่องนี้คือการคัดเลือกและดึงนักเตะ ไม่ใช่การเป็นโค้ชที่คุมเคมเปสตลอดสองฤดูกาลแรกในลีก
บาเลนเซียกำลังเข้าสู่ช่วงปรับทีมภายใต้ประธานโฆเซ รามอส กอสตา เคมเปสจึงเข้ามาพร้อมความหวังใหม่ของสโมสร แต่เขายังต้องแสดงให้เห็นว่าความสามารถจากฟุตบอลอาร์เจนตินาจะใช้ได้ในสเปน การย้ายข้ามทวีปไม่ทำให้ตำแหน่งดาวซัลโวตกเป็นของเขาโดยอัตโนมัติ
การเปิดตัวกับสโมสรและการประเดิมลีกเป็นคนละเกม
สโมสรบันทึกการลงเล่นครั้งแรกของเคมเปสไว้วันที่ 16 สิงหาคม 1976 ในฟุตบอลถ้วยอุ่นเครื่องตารอนจาที่เมสตายา บาเลนเซียเสมอทีมจากมอสโก 2–2 ก่อนแพ้ในการดวลจุดโทษ เกมนี้เป็นการเริ่มต้นในเสื้อของสโมสร แต่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของยอดประตูที่ทำให้เขาได้รางวัลปิชิชี
เมื่อถึงเกมลีกวันที่ 5 กันยายน บาเลนเซียพบเซลตา บีโกในบ้านและชนะ 2–0 เคมเปสเป็นผู้ทำประตูทั้งสองลูก การเปิดลีกจึงให้ผลต่างจากเกมอุ่นเครื่องอย่างชัดเจน เขาไม่เพียงได้ลงสนาม แต่ช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะด้วยการจบสกอร์ของตัวเองตั้งแต่นัดแรก

24 ประตูในฤดูกาลแรก แต่ทีมจบอันดับเจ็ด
ตลอดฤดูกาล 1976–77 เคมเปสทำ 24 ประตูในลีกและคว้ารางวัลดาวซัลโว ตัวเลขนี้เป็นประตูในลาลีกาฤดูกาลเดียว ไม่รวมเกมอุ่นเครื่อง ฟุตบอลถ้วย หรือทีมชาติ การแยกการแข่งขันทำให้เห็นขนาดผลงานของเขาในเส้นทางเก็บคะแนนของบาเลนเซียโดยตรง
อย่างไรก็ตาม บาเลนเซียจบที่อันดับเจ็ด มี 36 คะแนนจาก 34 นัด ทีมชนะ 13 เสมอ 10 และแพ้ 11 นัด โดยยิง 53 และเสีย 47 ประตู ประตูของเคมเปสจึงเป็นส่วนสำคัญของแนวรุก แต่ไม่ได้ชดเชยผลการแข่งขันที่เสียไปได้ทุกครั้ง
ฤดูกาลเดียวกันยังมีการเปลี่ยนผู้ฝึกสอน เอริเบร์โต เอร์เรราไม่ได้คุมทีมจนจบปี ภาพของดาวยิงที่ทำผลงานต่อเนื่องจึงเกิดขึ้นท่ามกลางทีมที่ยังหาความมั่นคง ผลงานส่วนตัวกับสถานการณ์ของสโมสรไม่ได้เคลื่อนไปในระดับเดียวกันเสมอ
หากมองเฉพาะตารางผู้ทำประตู เคมเปสอยู่บนยอดของการแข่งขัน แต่เมื่อมองตารางทีม แอตเลติโก มาดริดเป็นแชมป์ลีกปีนั้น ความต่างนี้ช่วยอธิบายว่ารางวัลปิชิชีบอกความสำเร็จในการยิงประตูของนักเตะ ขณะที่ตำแหน่งแชมป์ต้องอาศัยแต้มของทีมตลอดฤดูกาล
28 ประตูในปีถัดมาและการกลับสู่พื้นที่ยุโรป
ฤดูกาล 1977–78 เคมเปสเพิ่มผลงานเป็น 28 ประตูและได้ปิชิชีอีกครั้ง เขาไม่ได้เป็นดาวยิงที่เด่นเพียงปีแรกหลังย้ายทีม แต่รักษาความสามารถในการทำประตูไว้ได้เมื่อเข้าสู่ปีที่สองกับสโมสร จำนวนประตูเพิ่มขึ้นสี่ลูก และเป็นอีกฤดูกาลที่เขายิงมากกว่าผู้เล่นคนอื่นในลีก
บาเลนเซียภายใต้มาร์แซล โดมิงโกจบอันดับสี่ด้วย 39 คะแนน ทีมชนะ 16 เสมอ 7 และแพ้ 11 นัด ยิง 54 ประตูและเสีย 33 ประตู เมื่อเทียบกับปีก่อน จำนวนประตูได้ของทั้งทีมเพิ่มเพียงหนึ่งลูก แต่ประตูเสียลดลง 14 ลูก จึงเห็นว่าการขยับอันดับไม่ได้เกิดจากการยิงของเคมเปสอย่างเดียว

โดมิงโกเข้ามาหลังทำงานกับบูร์โกส และมานซาเนโดเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ตามมาร่วมบาเลนเซียด้วย การกลับไปมีพื้นที่ในฟุตบอลยุโรปจึงสัมพันธ์กับการปรับองค์ประกอบทั้งทีม สำหรับเคมเปส รางวัลดาวซัลโวครั้งที่สองเกิดขึ้นพร้อมอันดับสโมสรที่ดีขึ้น แม้แชมป์ลาลีกายังเป็นของเรอัล มาดริด
ฟุตบอลโลกเพิ่มชื่อเสียงให้คนที่ทำผลงานมาแล้ว
หลังจบฤดูกาลลีก 1977–78 เคมเปสไปเล่นฟุตบอลโลกที่อาร์เจนตินาและทำหกประตูจนเป็นดาวซัลโวของรายการ สองประตูเกิดขึ้นในนัดชิงกับเนเธอร์แลนด์ ซึ่งอาร์เจนตินาชนะ 3–1 หลังต่อเวลาพิเศษ ผลงานนั้นทำให้ความสามารถของเขาปรากฏต่อสายตาผู้ชมทั่วโลกในเวทีที่ใหญ่ขึ้น
สำหรับแฟนบาเลนเซีย เขาไม่ได้เป็นผู้เล่นที่เพิ่งถูกค้นพบจากทัวร์นาเมนต์นั้น เพราะก่อนฟุตบอลโลก เคมเปสยิงในลาลีกาสองฤดูกาลรวมกันแล้ว 52 ประตู ยอดนี้มาจาก 24 บวก 28 โดยยังไม่รวมการแข่งขันอื่น เป็นพื้นฐานผลงานระดับสโมสรที่เกิดก่อนช่วงเวลาอันโด่งดังกับทีมชาติ
ลำดับเวลานี้ยังทำให้เห็นคุณค่าของงานดึงนักเตะของปาซิเอกีโต สโมสรได้เคมเปสเข้ามาก่อนฟุตบอลโลกสองปี และมีช่วงเวลาสร้างความสัมพันธ์กับแฟนบอลผ่านเกมที่เมสตายา ความเป็นวีรบุรุษของอาร์เจนตินาเพิ่มความหมายให้เส้นทางเดิมของเขา มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นทั้งหมด
ถ้วยกับบาเลนเซียตามมาในช่วงต่อไป
เคมเปสยังมีส่วนสำคัญกับแชมป์ฟุตบอลถ้วยปี 1979 และคัพวินเนอร์สคัพปี 1980 ของบาเลนเซีย ความสำเร็จเหล่านี้เกิดหลังสองรางวัลดาวซัลโวแรก ไม่ควรถูกรวมเป็นผลงานฤดูกาล 1976–77 หรือ 1977–78 เพราะจะทำให้ช่วงที่ทีมยังพัฒนาและยังไม่ได้ถ้วยหายไปจากเรื่อง
เมื่อมองสองปีแรกโดยไม่ให้ฟุตบอลโลกกลบรายละเอียด เคมเปสคือดาวยิงที่ทำประตูได้ทันที รักษาระดับจนเป็นปิชิชีสองครั้ง และอยู่ในทีมซึ่งขยับจากอันดับเจ็ดขึ้นสู่อันดับสี่ เรื่องของเขาจึงมีทั้งความยอดเยี่ยมเฉพาะตัวและขอบเขตของสิ่งที่ผู้เล่นคนเดียวทำให้สโมสรได้ ก่อนถ้วยรางวัลของทีมจะตามมาในเวลาต่อไป

