อินเตอร์ยุคโฟนี ทีมของโฟนีรักษาความสำเร็จสองปีได้อย่างไรพร้อมเกมรุกที่หลากหลาย

อัลเฟรโด โฟนี ผู้ฝึกสอนอินเตอร์

อินเตอร์ยุคโฟนี เป็นตัวอย่างของทีมที่ได้แชมป์สองปีต่อเนื่องด้วยผลงานซึ่งเปลี่ยนไปมากระหว่างฤดูกาล อัลเฟรโด โฟนีพาทีมคว้าเซเรีย อาปี1953ด้วยการเสียประตูน้อย ก่อนรักษาถ้วยในปี1954พร้อมยอดยิงที่เพิ่มขึ้นถึง21ลูก ผู้เล่นอย่างเลนนาร์ต สโกกลุนด์ เบนิโต ลอเรนซี และอิชต์วาน เญร์สมีส่วนสำคัญ แต่ความสำเร็จยังพึ่งการกระจายหน้าที่ทำประตูและการเก็บคะแนนในเกมที่สูสีด้วย

อินเตอร์ยุคโฟนีกับแชมป์ที่รอมาสิบสามปี

โฟนีเริ่มคุมอินเตอร์ในฤดูกาล1952–53 สโมสรไม่ได้แชมป์ลีกมาตั้งแต่ปี1940 ช่วงเวลาสิบสามปีนั้นครอบคลุมทั้งสงครามและการฟื้นฟุตบอลหลังสงคราม การกลับมาเป็นแชมป์จึงมีความหมายต่อทีมที่เคยประสบความสำเร็จมาก่อน แต่ต้องรอนานกว่าจะยืนบนสุดของลีกอีกครั้ง

อินเตอร์เริ่มต้นได้แข็งแกร่ง ครึ่งแรกของฤดูกาลเก็บ30คะแนนจากจำนวนสูงสุด34คะแนน โดยผ่าน17นัดแรกโดยไม่แพ้ การเปิดฤดูกาลด้วยชัยชนะ1–0เหนือโคโมและอตาลันตาสะท้อนวิธีสะสมผลการแข่งขันที่ไม่ต้องยิงมากทุกนัด หากรักษาประตูที่ทำได้ไว้จนจบเกม

ทีมของโฟนีใช้แนวทางรับที่เรียกว่าคาเตนัชโช และจบลีกด้วยการเสีย24ประตูจาก34นัด น้อยกว่ายูเวนตุสซึ่งเสีย40ลูกอย่างชัดเจน แม้อินเตอร์ยิงเพียง46ลูกเทียบกับ73ของคู่แข่ง ผลรวมกลับเป็น47คะแนนต่อ45 ทำให้การป้องกันมีน้ำหนักโดยตรงต่อเส้นทางแชมป์

ช่วงท้ายฤดูกาลอินเตอร์เจอความยากลำบากมากขึ้น แต่รับรองแชมป์ได้ก่อนเกมเยือนยูเวนตุสในนัดที่32แล้ว การแพ้สามนัดสุดท้ายจึงไม่เปลี่ยนผู้ชนะลีก อย่างไรก็ตาม ผลเหล่านั้นทำให้ตารางสุดท้ายมีช่องว่างเพียงสองคะแนน ซึ่งดูแคบกว่าความได้เปรียบในวันที่ทีมคว้าถ้วยได้แน่นอน

เกมรุกปีที่สองกระจายภาระอย่างไร

ในฤดูกาล1953–54 สโกกลุนด์เป็นผู้เล่นริมเส้นชาวสวีเดนที่ช่วยเพิ่มมิติให้การเข้าทำ ส่วนลอเรนซีกับเญร์สเป็นกำลังสำคัญในการจบสกอร์ การมีผู้เล่นต่างลักษณะช่วยให้อินเตอร์ใช้การบุกได้หลายจังหวะ ทั้งจากด้านข้างและการหาพื้นที่รับบอลใกล้ประตู

จำนวนประตูของแต่ละคนแสดงว่าทีมไม่ได้ฝากทุกอย่างไว้กับชื่อใดชื่อหนึ่ง จีโน อาร์มาโนยิง13ลูกมากที่สุดของอินเตอร์ ตามด้วยลอเรนซี12 สโกกลุนด์10 แซร์โจ บริเกนตี9 และเญร์ส8 รวมแล้วห้าคนนี้ทำ52จาก67ประตูของทีม โดยยังมีประตูจากผู้เล่นคนอื่นช่วยเติมในเกมต่างๆ

ผนังคอนกรีตและโครงหลังคาด้านนอกซานซีโร
ด้านข้างสนามซานซีโรในสภาพยุคใหม่

เญร์สเคยเป็นดาวยิงสูงสุดของทีมในฤดูกาลแชมป์แรกด้วย15ลูก แต่ปีถัดมาจำนวนของเขาลดลงขณะที่ยอดรวมทีมเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนผู้ทำประตูหลักจึงไม่ได้ทำให้พลังบุกลดลง อาร์มาโนและผู้เล่นรอบตัวช่วยรับภาระมากขึ้น และอินเตอร์มีทางไปสู่ชัยชนะที่ไม่จำกัดอยู่กับฟอร์มของกองหน้าคนเดียว

สองแชมป์ที่มีตัวเลขต่างกัน

ผลงานลีกของอินเตอร์ในสองฤดูกาลแชมป์ของโฟนี
รายการ 1952–53 1953–54
ชนะ 19 20
เสมอ 9 11
แพ้ 6 3
ประตูได้ 46 67
ประตูเสีย 24 32
คะแนน 47 51

ปีที่สองอินเตอร์เสียประตูมากขึ้นแปดลูก แต่แพ้น้อยลงครึ่งหนึ่งและมีคะแนนเพิ่มสี่แต้ม จำนวนเกมเท่ากันทั้งสองฤดูกาลจึงเปรียบเทียบได้ตรงโดยไม่ต้องปรับตามขนาดลีก ภาพที่ได้คือทีมเพิ่มความสามารถในการยิงพร้อมรักษาผลการแข่งขันได้สม่ำเสมอขึ้น แม้ความแน่นของแนวรับในแง่จำนวนประตูเสียจะลดลง

การยิง67ลูกยังทำให้อินเตอร์เป็นทีมทำประตูมากที่สุดของลีกปี1953–54 เหนือมิลานหนึ่งลูก ความสำเร็จครั้งที่สองจึงมีเกมรุกเป็นส่วนสำคัญอย่างชัดเจน ภาพจำเรื่องการตั้งรับอธิบายจุดเริ่มของโฟนีได้ แต่ไม่ครอบคลุมผลงานทั้งหมดของทีมที่เขาพัฒนาในปีถัดมา

หกประตูเหนือยูเวนตุสยังไม่ใช่จุดจบการลุ้น

เมื่อผ่านครึ่งแรกของฤดูกาล1953–54 อินเตอร์ ฟิออเรนตินา และยูเวนตุสมีคะแนนเท่ากัน การแข่งขันจึงยังเปิดกว้าง ก่อนที่คู่ต่อสู้หลักในช่วงปลายจะเป็นยูเวนตุส วันที่4เมษายน1954 อินเตอร์เปิดซานซีโรชนะคู่แข่งรายนี้6–0และขยับขึ้นนำตาราง

สโกกลุนด์กับบริเกนตียิงคนละสองประตู อีกสองลูกมาจากอาร์มาโนและฟุลวิโอ เนสตี เกมสำคัญจึงมีผู้ทำประตูสี่คนและไม่ได้อาศัยลอเรนซีกับเญร์สในบัญชีผู้ยิงเลย ผลนัดนี้เป็นตัวอย่างเด่นของความหลากหลายที่ช่วยให้อินเตอร์โจมตีคู่แข่งได้ แม้รายชื่อผู้ทำประตูจะต่างจากภาพที่แฟนบอลอาจคุ้นเคย

โครงหลังคาสีแดงของซานซีโรจากมุมต่ำ
โครงสร้างซานซีโรจากภาพถ่ายยุคหลังเกมอินเตอร์กับยูเวนตุสปี1954

หลังจากนั้นอินเตอร์แพ้นาโปลี2–1ในวันที่18เมษายน ขณะที่ยูเวนตุสชนะสปาล3–1และกลับขึ้นนำ การชนะคู่แข่งโดยตรงด้วยสกอร์ขาดจึงยังไม่รับประกันแชมป์ อินเตอร์ต้องกลับไปเก็บคะแนนจากโปรแกรมที่เหลือ โดยไม่สามารถใช้ผล6–0มาชดเชยคะแนนของนัดถัดไปได้

เกมเสมอที่ช่วยเปิดทางสู่วันสุดท้าย

วันที่16พฤษภาคม อินเตอร์เสมอปาแลร์โม2–2 ขณะเดียวกันยูเวนตุสแพ้อตาลันตา3–2 คะแนนจึงกลายเป็นอินเตอร์47และยูเวนตุส46 แม้อินเตอร์ไม่ได้ชนะในวันนั้น แต่หนึ่งคะแนนที่ได้ก็เพียงพอให้ขึ้นนำอีกครั้ง เมื่อคู่แข่งพลาดหนักกว่าในอีกสนาม

ทั้งสองทีมชนะนัดรองสุดท้าย ทำให้แชมป์ต้องตัดสินวันที่30พฤษภาคม1954 อินเตอร์ชนะตรีเอสตินา4–2จากลอเรนซีหนึ่งลูก เญร์สสอง และสโกกลุนด์หนึ่ง ส่วนยูเวนตุสชนะนาโปลี3–2 คะแนนสุดท้ายจึงเป็น51ต่อ50 อินเตอร์รักษาความได้เปรียบหนึ่งคะแนนจนจบฤดูกาล

โฟนีกลายเป็นโค้ชคนแรกของอินเตอร์ที่ได้แชมป์ลีกสองครั้งต่อเนื่อง ความสำเร็จนี้รวมทั้งการสร้างฐานเกมรับในปีแรกและการเพิ่มแหล่งทำประตูในปีที่สอง โดยยังต้องอาศัยคะแนนจากเกมเสมอและชัยชนะที่ไม่ได้ขาดลอยด้วย ทีมจึงยืนยันความแข็งแกร่งผ่านการแข่งขันทั้งฤดูกาล ไม่ได้ถูกนิยามด้วยผลนัดใดนัดหนึ่งเพียงอย่างเดียว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO