ซานซีโรขยายสนาม 1955 คือช่วงที่สนามฟุตบอลของมิลานเปลี่ยนจากอัฒจันทร์ระดับเดียวรอบสนามไปสู่โครงสร้างที่มีชั้นบนซ้อนขึ้นมา การเพิ่มอัฒจันทร์ชั้นสองช่วยรองรับผู้ชมมากขึ้น พร้อมสร้างทางลาดวนซึ่งกลายเป็นส่วนสำคัญของรูปลักษณ์ภายนอก งานครั้งนี้เกิดขึ้นหลังอินเตอร์เริ่มใช้ซานซีโรร่วมกับมิลาน และเป็นคนละโครงการกับการเพิ่มชั้นสามและหลังคาขนาดใหญ่ก่อนฟุตบอลโลกปี1990
ก่อนซานซีโรขยายสนาม 1955 สองทีมมาอยู่ร่วมกันอย่างไร
ซานซีโรเริ่มจากความต้องการของปิเอโร ปิเรลลี ประธานมิลานที่ผลักดันให้สร้างสนามฟุตบอลใกล้สนามแข่งม้าในย่านเดียวกัน โครงสร้างแรกประกอบด้วยอัฒจันทร์ตรงสี่ด้านและรองรับผู้ชมประมาณ35,000คน เปิดใช้งานในวันที่19กันยายน1926ด้วยเกมระหว่างมิลานกับอินเตอร์ แต่ในเวลานั้นทีมเจ้าของบ้านประจำยังเป็นมิลาน
อินเตอร์ใช้สนามอารีนา ชีวีกาเป็นบ้านของตน ก่อนย้ายมาใช้ซานซีโรตั้งแต่ฤดูกาล1947–48 การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้สนามเดียวรองรับเกมเหย้าของสโมสรใหญ่สองแห่งในเมือง คู่แข่งยังคงมีชื่อ สีเสื้อ และแฟนบอลของตนเอง แต่สนามแข่งขันประจำกลายเป็นพื้นที่ร่วมกัน
ในด้านกรรมสิทธิ์ เทศบาลมิลานซื้อสนามไว้ตั้งแต่ปี1935 การขยายในเวลาต่อมาจึงอยู่ในบริบทของสนามที่เป็นทรัพย์สินของเมืองและให้สโมสรใช้แข่งขัน โครงการขนาดใหญ่มีความหมายต่อทั้งฟุตบอลและพื้นที่สาธารณะของมิลาน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความต้องการของทีมเดียวเหมือนช่วงเริ่มก่อสร้าง
จากสี่อัฒจันทร์สู่ความต้องการพื้นที่ชั้นบน
การขยายในทศวรรษ1930เชื่อมมุมระหว่างอัฒจันทร์เดิมเข้าด้วยกัน ทำให้ความจุเพิ่มเป็นประมาณ55,000คน รูปทรงโดยรวมจึงต่อเนื่องรอบสนามมากขึ้น เมื่อถึงโครงการปี1955 พื้นที่เดิมผ่านการเพิ่มส่วนเชื่อมเหล่านี้มาแล้ว วิธีเพิ่มผู้ชมครั้งใหม่จึงใช้การยกอัฒจันทร์ขึ้นอีกระดับ
การเพิ่มชั้นบนทำให้สนามรองรับผู้ชมอีกกลุ่มโดยยังใช้พื้นที่แข่งขันเดิมอยู่ ผู้ชมที่นั่งสูงขึ้นมองเห็นสนามจากมุมชันกว่าแถวล่าง และสามารถตามรูปทรงการยืนของทีมได้จากตำแหน่งที่ต่างออกไป นี่เป็นผลโดยตรงของการเปลี่ยนระดับที่นั่ง แม้คุณภาพการมองเห็นของแต่ละแถวจะยังขึ้นกับตำแหน่งจริงภายในสนาม

การใช้สนามร่วมยังทำให้ประโยชน์ของอัฒจันทร์ใหม่ครอบคลุมการแข่งขันของทั้งสองสโมสร มิลานและอินเตอร์สามารถรับผู้ชมในโครงสร้างที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องสร้างสนามคนละแห่ง พื้นที่เดียวจึงเป็นบ้านของความทรงจำฟุตบอลสองสี และสิ่งที่เกิดขึ้นกับอาคารส่งผลต่อแฟนบอลของทั้งสองฝ่าย
โครงสร้างใหม่วางซ้อนเหนืออัฒจันทร์เก่า
งานขยายครั้งที่สองเกี่ยวข้องกับวิศวกรแฟร์รุชโช คัลโซลารีและสถาปนิกอาร์มันโด รอนกา โดยเริ่มงานในปี1954และใช้เวลาประมาณ16เดือน สิ่งสำคัญคือการสร้างโครงสร้างรับน้ำหนักสำหรับอัฒจันทร์ชั้นสองให้สูงเหนือส่วนเดิม แทนการรื้อทุกอย่างและเริ่มสนามใหม่จากศูนย์
อัฒจันทร์ชั้นบนยื่นเหนือและคลุมอัฒจันทร์เก่าบางส่วน พื้นที่ซึ่งเพิ่มขึ้นจึงไม่ได้อยู่แยกห่างออกไปจากสนาม แต่ซ้อนกับโครงสร้างที่มีผู้ชมนั่งอยู่ด้านล่าง ลักษณะนี้ทำให้สนามสูงและใหญ่ขึ้นโดยยังรักษาความสัมพันธ์ระหว่างชั้นเก่ากับพื้นหญ้าที่ใช้แข่งขัน
ส่วนที่ชั้นบนยื่นคลุมลงมาไม่ใช่หลังคาซึ่งปิดอัฒจันทร์ทั้งหมดตามภาพคุ้นตาของซานซีโรยุคหลัง ผู้ชมในปี1955อยู่ในสนามสองชั้นที่ยังมีพื้นที่เปิดโล่งอยู่มาก การแยกส่วนอัฒจันทร์ที่ยื่นออกจากหลังคาจริงช่วยให้เข้าใจว่าความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เพิ่มพื้นที่ชมเกมเป็นหลัก
ทางลาดวนพาคนขึ้นไปยังระดับใหม่
ชั้นสองต้องมีทางเข้าที่พาผู้ชมจากภายนอกไปถึงระดับสูงขึ้นได้ สนามจึงเพิ่มทางลาดวนรอบโครงสร้างภายนอก ทางเหล่านี้ค่อยๆไต่ระดับและเชื่อมกับอัฒจันทร์ด้านบน ทำหน้าที่เป็นเส้นทางเดินของคนจำนวนมากพร้อมกับเปลี่ยนภาพด้านนอกของสนามให้มีเส้นโค้งต่อเนื่อง

ทางลาดจึงเป็นทั้งส่วนใช้งานและองค์ประกอบที่ทำให้จดจำอาคารได้ จากด้านนอก ผู้ชมมองเห็นว่าการเดินทางขึ้นชั้นบนถูกจัดไว้รอบสนาม ส่วนเมื่อใช้งานจริง พวกเขาเคลื่อนจากระดับพื้นไปสู่อัฒจันทร์ผ่านระยะทางที่ค่อยๆสูงขึ้น โครงสร้างใหม่จึงต้องแก้เรื่องการเข้าถึงควบคู่กับการเพิ่มที่ชมเกม
ความจุรวมต่างจากจำนวนที่นั่งอย่างไร
ประวัติของสนามระบุว่าหลังขยาย ความจุรวมอยู่ที่ประมาณ85,000คน โดยราว60,000เป็นที่นั่ง ตัวเลขสองจำนวนนี้จึงไม่ควรใช้แทนกัน เพราะความจุรวมในยุคนั้นไม่ได้หมายถึงเก้าอี้ประจำตำแหน่งสำหรับผู้ชมทุกคนเหมือนการนับที่นั่งในสนามสมัยใหม่
หากเทียบกับระดับ55,000คนก่อนหน้า จำนวน85,000เท่ากับเพิ่มพื้นที่รองรับประมาณ30,000คน หรือมากกว่าครึ่งหนึ่งของความจุเดิม ส่วนบันทึกของสมาคมนักฟุตบอลอิตาลีอธิบายว่าศักยภาพรองรับเคยถูกกล่าวถึงที่100,000คน ก่อนลดลงเหลือ85,000ด้วยเหตุด้านความปลอดภัย จึงมีตัวเลขหลายชุดปรากฏเมื่อเล่าประวัติสนามช่วงเดียวกัน
สำหรับประสบการณ์ของผู้ชม ความต่างระหว่างยืนกับนั่งและระหว่างชั้นล่างกับชั้นบนมีความสำคัญพอๆกับยอดรวม การเพิ่มความจุไม่ได้ทำให้ทุกตำแหน่งมีลักษณะเหมือนกัน สนามขยายรับคนมากขึ้นได้ แต่ยังมีรูปแบบพื้นที่ชมการแข่งขันที่แตกต่างกันภายในอาคารเดียว
สิ่งที่เพิ่มภายหลังจากโครงการปี1955
| ปี | การเปลี่ยนแปลง |
|---|---|
| 1955 | อัฒจันทร์ชั้นสองและทางลาดวน |
| 1957 | ระบบไฟส่องสว่างสำหรับการแข่งขันกลางคืนเสร็จสมบูรณ์ |
| 1980 | ตั้งชื่อสนามเพื่อรำลึกถึงจูเซปเป เมอัซซา |
| 1990 | อัฒจันทร์ชั้นสามและหลังคาคลุมสนาม |
การเพิ่มไฟในปี1957ทำให้สนามพัฒนาไปอีกด้านหนึ่ง คือการรองรับการแข่งขันยามค่ำคืน ส่วนงานก่อนฟุตบอลโลกปี1990เพิ่มชั้นสามพร้อมหลังคาคลุมที่นั่งและหอคอยรับโครงสร้าง สิ่งที่เห็นจากภาพซานซีโรในยุคหลังจึงประกอบด้วยงานหลายสมัย ซึ่งมีหน้าที่และจุดเริ่มต่างกัน
คุณค่าของงานปี1955อยู่ที่การทำให้สนามเดิมรองรับผู้ชมได้มากขึ้นด้วยชั้นบนและระบบทางเข้าใหม่ ความทรงจำของมิลานกับอินเตอร์ยังผูกกับพื้นสนามเดิม ขณะที่พื้นที่รอบตัวผู้ชมเปลี่ยนขนาดและมุมมอง การขยายครั้งนี้จึงเป็นขั้นสำคัญที่ทำให้ซานซีโรเติบโตเป็นสนามร่วมขนาดใหญ่ของเมือง

