บาร์ซายุคเอร์เรรา คูบาลาและซัวเรซในทีมเดียวกัน

เอเลนิโอ เอร์เรรา กุนซือ บาร์เซโลนา

บาร์ซายุคเอร์เรรา ได้แชมป์ลาลีกาสองฤดูกาลติดต่อกันในปี 1959 และ 1960 โดยมีทั้งลาซโล คูบาลาซึ่งเป็นขวัญใจเดิม และลุยส์ ซัวเรซ มิรามอนเตสที่กำลังก้าวขึ้นเป็นนักเตะสำคัญของยุโรป ทีมชุดนี้มีอาวุธในเกมรุกมากกว่าสองคนดัง และความสำเร็จในลีกก็ไม่ได้ทำให้แรงกดดันจากฟุตบอลยุโรปลดลง สองเวทีจบด้วยผลลัพธ์ต่างกันอย่างชัดเจนในปี 1960

บาร์ซายุคเอร์เรรา รวมดาวเดิมกับกำลังใหม่

ซัวเรซไม่ได้เพิ่งมาถึงพร้อมโค้ช

ซัวเรซย้ายจากเดปอร์ติโบ ลาโกรุญญามาอยู่บาร์เซโลนาในปี 1954 ก่อนเฮเลนิโอ เอร์เรราเข้าคุมทีมในช่วงท้ายฤดูกาล 1957–58 หลายปี นักเตะชาวกาลิเซียมีทักษะกับบอล วิสัยทัศน์ และความสามารถทำประตู จึงไม่ได้เป็นเพียงคนส่งบอลให้กองหน้าคนอื่น เขาสามารถเพิ่มอันตรายจากการเคลื่อนเกมและการเข้ามาจบจังหวะเอง

ส่วนคูบาลามีสถานะขวัญใจจากความสำเร็จตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1950 ความแข็งแรง เทคนิค และลูกฟรีคิกของเขายังเป็นคุณสมบัติที่ทีมใช้ประโยชน์ได้ การมีซัวเรซร่วมสโมสรจึงเพิ่มคนที่สร้างโอกาสและตัดสินเกมได้อีกคน มากกว่าการแบ่งว่าทีมต้องเป็นของดาวเตะเพียงคนใดคนหนึ่ง

ประวัติซัวเรซของสโมสรอธิบายว่าเกิดกระแสแบ่งแฟนบอลเป็นกลุ่มสนับสนุนซัวเรซกับกลุ่มสนับสนุนคูบาลา แต่ยืนยันด้วยว่าทั้งคู่เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ความนิยมที่แข่งขันกันบนอัฒจันทร์จึงไม่ใช่หลักฐานว่าผู้เล่นสองคนมีปัญหาส่วนตัว หรือไม่สามารถอยู่ในทีมเดียวกันได้

เอร์เรรายังมีราแมเยตส์ในประตู โอลิเบยา เซการ์รา และเฆนซานาเป็นส่วนหนึ่งของกำลังหลัก ขณะที่แนวรุกมีเอวาริสโต เอวโลฆิโอ มาร์ติเนซ ซานดอร์ โคชิช และโซลตัน ซีบอร์ร่วมอยู่ด้วย ขุมกำลังหลายแบบเปิดทางให้จัดทีมต่างกันตามคู่แข่ง โดยไม่จำเป็นต้องใช้ชื่อผู้เล่นชุดเดียวตลอดฤดูกาล

ตราบาร์เซโลนาบนพื้นข้างสนามและอัฒจันทร์คัมป์นู
พื้นสนามและอัฒจันทร์คัมป์นูของบาร์เซโลนา

แชมป์ปี 1959 กับเกมรุกที่แบ่งกันสร้าง

เอวาริสโตเด่นในวันที่ชนะมาดริด

วันที่ 26 ตุลาคม 1958 บาร์เซโลนาชนะเรอัล มาดริด 4–0 ที่คัมป์นู เอวาริสโตทำแฮตทริกและเตฆาดายิงอีกลูก หนึ่งในประตูของเอวาริสโตมาจากจังหวะสวนกลับที่ซัวเรซเป็นคนพาเกมขึ้นไป ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นหน้าที่ของซัวเรซในทีมผ่านเหตุการณ์จริง ขณะเดียวกันผู้จบสกอร์ก็เป็นดาวเตะอีกคนที่มีบทบาทสำคัญของตัวเอง

ตลอดฤดูกาล 1958–59 บาร์เซโลนาทำ 96 ประตูจาก 30 นัด และจบด้วย 51 คะแนน มากกว่ามาดริดสี่คะแนน ค่าเฉลี่ย 3.2 ประตูต่อเกมช่วยอธิบายพลังการเข้าทำของทีม แต่ความสำเร็จไม่ได้หยุดอยู่ที่เกมคลาสิโกนัดเดียว เพราะตำแหน่งแชมป์ต้องอาศัยคะแนนจากคู่แข่งทั้งลีก

ทีมยังได้ถ้วยสเปนด้วยชัยชนะเหนือกรานาดา 4–1 ในนัดชิงวันที่ 21 มิถุนายน 1959 เอวโลฆิโอ มาร์ติเนซและเตฆาดายิงคนละลูก ส่วนโคชิชทำสองประตู ผู้เล่นที่รับหน้าที่จบงานจึงเปลี่ยนไปจากเกมชนะมาดริด และทำให้ภาพของทีมชุดนี้กว้างกว่าการจับตาคูบาลากับซัวเรซเท่านั้น

ปี 1960 ต้องวัดกันจนคะแนนสุดท้าย

การป้องกันแชมป์มีความสูสีกว่าปีก่อน บาร์เซโลนาชนะมาดริด 3–1 ในลีกวันที่ 20 มีนาคม 1960 ก่อนผ่านเกมกับเบติส บาเลนเซีย และเอสปันญอลด้วยชัยชนะทั้งหมด เส้นทางช่วงท้ายจึงรักษาแรงกดดันต่อคู่แข่งได้ต่อเนื่องจนถึงนัดสุดท้าย

วันที่ 17 เมษายน บาร์เซโลนาชนะเรอัล ซาราโกซา 5–0 ขณะที่มาดริดบุกชนะลาสปัลมาส 1–0 ทั้งสองทีมจบด้วย 46 คะแนนเท่ากัน บาร์เซโลนาได้แชมป์ด้วยเกณฑ์โกลแอเวอเรจรวมของฤดูกาลที่ดีกว่า จึงไม่ใช่เพียงเอาผลชนะมาดริดในเดือนมีนาคมมาตัดสินตำแหน่งโดยตรง

ผู้ทำประตูในเกมปิดฤดูกาลมีเฆนซานา ซัวเรซ เซการ์รา เอวโลฆิโอ มาร์ติเนซ และเอวาริสโต ส่วนคูบาลาไม่ได้อยู่ในสิบเอ็ดตัวจริงวันนั้น รายชื่อดังกล่าวช่วยแยกระหว่างการเป็นสมาชิกสำคัญของทีมแชมป์กับการลงเล่นในนัดที่แชมป์ได้รับการยืนยัน ทั้งสองอย่างไม่จำเป็นต้องตรงกันทุกครั้ง

บาร์เซโลนาทำ 86 ประตูจาก 30 นัดในลีกฤดูกาลนี้ เอวโลฆิโอ มาร์ติเนซเป็นผู้ทำประตูสูงสุดของทีมด้วย 23 ลูกจาก 24 นัด ซัวเรซกับคูบาลามีความสำคัญต่อความทรงจำของแฟนบอล แต่การทำประตูตลอดฤดูกาลยังต้องยกพื้นที่ให้มาร์ติเนซด้วย

ผลสำเร็จในลีกไม่ได้ปิดคำถามจากยุโรป

ในยูโรเปียนคัพฤดูกาล 1959–60 บาร์เซโลนาผ่านมิลานด้วยสกอร์รวม 7–1 ก่อนชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน 4–0 ที่คัมป์นู และ 5–2 ที่โมลินิวซ์ เกมรุกของทีมจึงสร้างผลงานกับคู่แข่งจากต่างประเทศได้จริง ไม่ได้มีเพียงความสำเร็จในสเปนเท่านั้น

แต่รอบรองชนะเลิศกับเรอัล มาดริดจบต่างออกไป บาร์เซโลนาแพ้ 1–3 ทั้งสองนัด รวม 2–6 แม้เพิ่งเอาชนะคู่แข่งรายเดียวกันในลีกและคว้าแชมป์สเปนได้ ผลการแข่งขันคนละรายการจึงไม่รับประกันกัน เอร์เรราถูกปลดหลังการตกรอบ ก่อนย้ายไปทำงานกับอินเตอร์ มิลาน

ตราเรอัลมาดริดและชื่อสนามบนผนังด้านนอกซานติอาโก เบร์นาเบว
ด้านนอกสนามซานติอาโก เบร์นาเบวในกรุงมาดริด

ช่วงสั้นของเอร์เรราที่บาร์เซโลนาจึงมีทั้งสองแชมป์ลีกและจุดจบจากความผิดหวังในยุโรป ซัวเรซกับคูบาลาอยู่ร่วมในทีมที่ทำประตูจำนวนมาก แต่เอวาริสโต มาร์ติเนซ โคชิช และผู้เล่นส่วนอื่นก็เป็นคนสร้างความสำเร็จร่วมกัน การมองทั้งขุมกำลังและผลการแข่งขันทำให้เห็นทีมจริงได้ครบกว่าภาพดาวสองคนหรือโค้ชคนเดียว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO