แอธเลติกสองแชมป์1956 ผู้ท้าชิงกลางยุคซูเปอร์สตาร์

สนามซาน มาเมส (สนามเก่า) รังเหย้าของแอธเลติก บิลเบา

แอธเลติกสองแชมป์1956 เกิดขึ้นในฤดูกาลเดียวกับที่เรอัล มาดริดคว้าถ้วยยุโรปครั้งแรก ทีมของเฟอร์ดินานด์ เดาชีกจบลีกเหนือบาร์เซโลนา ก่อนเอาชนะสองสโมสรใหญ่จากเมืองมาดริดในเส้นทางฟุตบอลถ้วย ความสำเร็จนี้มาจากทีมที่กำลังเปลี่ยนรุ่นและมีผู้เล่นอายุน้อยเป็นกำลังสำคัญ โดยยังรักษาประสบการณ์ของปิรู ไกนซาไว้ในแนวรุก

แอธเลติกสองแชมป์1956 กับการเปลี่ยนรุ่น

เมื่อซาร์ราไม่ได้เป็นศูนย์กลางอีกต่อไป

ชื่อเตลโม ซาร์รา โฆเซ ลุยส์ ปานิโซ และราฟาเอล อิริออนโดผูกกับยุครุ่งเรืองก่อนหน้า แต่เมื่อเดาชีกเข้าคุมทีมในฤดูกาล 1954–55 แอธเลติกกำลังเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นอีกกลุ่ม มาวรี เอเนโก อาเรียตา อาร์เตตเช และอิกนาซิโอ อูริเบเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนั้น งานของโค้ชจึงมีทั้งรักษาความสามารถแข่งขันและสร้างทีมที่เดินต่อได้หลังแนวรุกชุดเก่า

ตอนเริ่มฤดูกาล 1955–56 ทีมแชมป์ชุดนี้มีอายุเฉลี่ย 23 ปีตามบันทึกสโมสร และมีเพียงกัปตันไกนซาที่อายุเกินสามสิบ โดยเขาอายุ 33 ปี ข้อมูลนี้ช่วยให้เห็นขนาดของการผลัดรุ่นอย่างเป็นรูปธรรม แอธเลติกไม่ได้เพียงส่งดาวรุ่งหนึ่งคนไปยืนข้างผู้เล่นอาวุโสทั้งทีม แต่กำลังให้คนรุ่นใหม่รับภาระร่วมกันหลายตำแหน่ง

รายชื่อที่ปรากฏในนัดชิงฟุตบอลถ้วยประกอบด้วยการ์เมโล โอรูเอ การาย กานิโต มาวรี มากูเรกี อาร์เตตเช มาร์ไกดา อาเรียตา อูริเบ และไกนซา ผู้รักษาประตูและผู้เล่นกลางสนามเหล่านี้มีความสำคัญต่อทีมไม่แพ้แนวรุก การเปลี่ยนจากยุคซาร์ราจึงเป็นการจัดองค์ประกอบใหม่ทั้งชุด มากกว่าการหาคนหนึ่งมายิงแทนตำนาน

แผงผนังสีขาวและหน้าต่างกรอบแดงของสนามซานมาเมส
ผนังด้านนอกสนามซานมาเมสแห่งใหม่ในเมืองบิลเบา

ลีกที่ต้องรักษาความได้เปรียบจนถึงท้ายทาง

ตารางสุดท้ายของฤดูกาล 1955–56 ให้แอธเลติกเป็นแชมป์ด้วย 48 คะแนน บาร์เซโลนาตามมาที่ 47 คะแนน ความห่างเพียงแต้มเดียวทำให้คำว่าแชมป์มีน้ำหนักต่างจากภาพทีมที่นำห่างจนไม่มีใครไล่ทัน ในระบบชนะได้สองคะแนนของยุคนั้น การทำคะแนนหลุดมือเพียงนัดเดียวในช่วงท้ายย่อมมีผลมาก

แอธเลติกผ่านเกมเยือนอลาเบสในนัดที่ 29 ด้วยชัยชนะ 3–0 ก่อนกลับมาเล่นนัดสุดท้ายกับเรอัล บายาโดลิดที่ซานมาเมส วันที่ 22 เมษายน 1956 พวกเขาชนะ 3–0 อีกครั้ง จบภารกิจลีกโดยไม่เปิดโอกาสให้คะแนนจากแมตช์สุดท้ายสูญหาย การรักษาผลงานต่อเนื่องในช่วงที่แรงกดดันสูงจึงเป็นส่วนสำคัญของตำแหน่งแชมป์

การแข่งขันนี้ยังแสดงความแตกต่างระหว่างผลงานในประเทศกับชื่อเสียงบนเวทียุโรป เรอัล มาดริดกำลังสร้างประวัติศาสตร์ยูโรเปียนคัพ แต่แชมป์ลีกสเปนเป็นของแอธเลติก ส่วนคู่แข่งที่มีคะแนนใกล้ที่สุดคือบาร์เซโลนา การเล่าฤดูกาลผ่านมาดริดทีมเดียวจึงทำให้การแข่งขันจริงบนตารางหายไปมาก

ฟุตบอลถ้วยเริ่มบททดสอบอีกแบบ

ผ่านเลโอเนซาและโอซาซูนาก่อนพบมาดริด

สำหรับแอธเลติก เกมฟุตบอลถ้วยสเปนปีนั้นเริ่มในเดือนพฤษภาคม หลังโปรแกรมลีกสิ้นสุดลงแล้ว พวกเขาจึงไม่ได้สลับเล่นสองรายการตลอดช่วงชิงแชมป์ลีกแบบที่แฟนบอลอาจคุ้นจากปฏิทินปัจจุบัน โจทย์ใหม่คือรักษาความพร้อมและความมุ่งมั่นต่อไปหลังมีถ้วยหนึ่งอยู่ในมือ

รอบสิบหกทีม แอธเลติกชนะกุลตูรัล เลโอเนซา 3–0 ในบ้าน และชนะเกมเยือน 3–2 ผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 6–2 จากนั้นชนะโอซาซูนา 4–1 ที่ซานมาเมส ก่อนเสมอ 2–2 นอกบ้าน รวมสองนัดชนะ 6–3 ทั้งสองรอบทีมสร้างความได้เปรียบในเกมแรกและยังทำประตูได้ในเกมเยือน

ตัดมาดริดที่เพิ่งได้แชมป์ยุโรป

รอบรองชนะเลิศเริ่มวันที่ 9 มิถุนายน แอธเลติกบุกเสมอเรอัล มาดริด 2–2 ที่ซานติอาโก เบร์นาเบว ระหว่างสองนัดของคู่นี้ มาดริดเดินทางไปชิงยูโรเปียนคัพและได้แชมป์ในวันที่ 13 มิถุนายน ก่อนกลับมาเล่นนัดที่สองที่บิลเบาในวันที่ 17 มิถุนายน

แอธเลติกชนะเกมที่ซานมาเมส 3–2 รวมสองนัดผ่านเข้าชิงด้วยสกอร์ 5–4 การชนะคู่นี้มีความหมายตรงไปตรงมา คือทีมจากบิลเบาผ่านคู่แข่งที่แข็งแกร่งในรายการเดียวกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องสมมติเรื่องสภาพจิตใจหรือความเหนื่อยล้าของมาดริดจากโปรแกรมยุโรป

กลับจากตามหลังในนัดชิง

วันที่ 24 มิถุนายน 1956 แอธเลติกพบแอตเลติโก มาดริดที่ซานติอาโก เบร์นาเบว โมลินาทำให้แอตเลติโกนำในนาทีที่ 25 แต่อาร์เตตเชตีเสมอนาทีที่ 37 ก่อนมากูเรกียิงประตูในนาทีที่ 70 แอธเลติกชนะ 2–1 และเพิ่มถ้วยสเปนเข้ากับแชมป์ลีกที่ได้มาก่อนหน้า

สนามหญ้าและอัฒจันทร์สีน้ำเงินภายในซานติอาโก เบร์นาเบว
ภายในสนามซานติอาโก เบร์นาเบวของเรอัล มาดริด

การกลับจากเป็นฝ่ายตามหลังต่างจากสองรอบแรกซึ่งสร้างความได้เปรียบตั้งแต่เกมในบ้าน นัดชิงไม่มีเกมที่สองให้แก้ตัว ทีมของเดาชีกจึงต้องหาประตูคืนภายในแมตช์เดียว ผู้ทำประตูชัยคือมากูเรกี ย้ำว่าความสำเร็จของชุดนี้มีผู้เล่นหลายส่วนร่วมรับผิดชอบ ไม่ได้อยู่ที่กองหน้าคนดังเพียงคนเดียว

สองแชมป์ปีนั้นเป็นดับเบิลแชมป์ลีกและถ้วยครั้งที่สี่ของสโมสร และแชมป์ลีกยังนำไปสู่การลงเล่นยูโรเปียนคัพครั้งแรกในฤดูกาลถัดมา รุ่นของอาเรียตา อาร์เตตเช และอูริเบจึงไม่ได้เพียงรับช่วงจากตำนานเก่า พวกเขาสร้างความสำเร็จของตัวเองจนพาแอธเลติกเข้าสู่เวทีใหม่ได้จริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO