ซัมเมอร์ลิเบโร: เมื่อกองกลางถูกปรับเป็นสวีปเปอร์ของดอร์ทมุนด์

ป้ายชื่อซิกนัล อิดูนา พาร์ค ติดบนผนังภายนอกสนามฟุตบอลในเมืองดอร์ทมุนด์

ซัมเมอร์ลิเบโร คือคำที่สื่อฟุตบอลบุนเดสลีกาใช้เรียกบทบาทของมัทธีอัส ซัมเมอร์ในสนามช่วงกลางทศวรรษ 1990 อย่างเป็นทางการ สื่อของลีกระบุตรง ๆ ว่าเขาคือ “สวีปเปอร์ระดับโลก” แต่สิ่งที่ทำให้ตำแหน่งนี้ของเขาน่าสนใจไม่ใช่แค่ฉลากที่ติดตัว หากแต่เป็นเส้นทางที่พาเขามาถึงตำแหน่งนั้น เพราะซัมเมอร์ไม่ได้เริ่มต้นอาชีพในตำแหน่งกองหลังเลยแม้แต่น้อย

ซัมเมอร์ลิเบโร ลิเบโรมีงานต่างจากตัวประกบ

คำว่าลิเบโรหรือสวีปเปอร์ในฟุตบอลไม่ได้หมายถึงกองหลังที่ทำหน้าที่ประกบตัวผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามแบบตัวต่อตัวเหมือนตำแหน่งสต็อปเปอร์ทั่วไป แต่เป็นผู้เล่นที่อยู่ลึกที่สุดในแนวรับ คอยกวาดบอลและอ่านเกมของทั้งทีม รวมถึงมีอิสระที่จะดันขึ้นมาร่วมเกมรุกเมื่อจังหวะเอื้ออำนวย สื่อบุนเดสลีกาที่ระบุว่าซัมเมอร์เป็นสวีปเปอร์ระดับโลกจึงเป็นการยืนยันบทบาทเฉพาะนี้ ไม่ใช่การเหมารวมว่าเขาเป็นกองหลังทั่วไปเหมือนเพื่อนร่วมทีมคนอื่น

การแยกความหมายของคำนี้ให้ชัดเจนสำคัญมาก เพราะถ้าเข้าใจว่าลิเบโรคือกองหลังธรรมดา ก็จะพลาดประเด็นสำคัญที่สุดของเรื่องราวนี้ นั่นคือการที่ผู้เล่นซึ่งมีพื้นฐานเป็นกองกลางถูกดึงลงมาเล่นในตำแหน่งที่ต้องอ่านเกมของทั้งทีมจากแนวหลังสุดของสนาม

ตำแหน่งลิเบโรเคยเป็นที่นิยมมากในฟุตบอลยุโรปช่วงทศวรรษ 1970 และ 1980 ก่อนจะค่อย ๆ ลดบทบาทลงเมื่อระบบแนวรับสี่คนแบบโซนกลายเป็นมาตรฐานของทีมส่วนใหญ่ การที่ดอร์ทมุนด์ยังใช้ระบบลิเบโรอยู่ในช่วงกลางทศวรรษ 1990 จึงถือเป็นทางเลือกที่ไม่ธรรมดาสำหรับยุคนั้น และยิ่งไม่ธรรมดาขึ้นไปอีกเมื่อคนที่รับบทนี้ไม่ใช่กองหลังโดยกำเนิด แต่เป็นอดีตกองกลางที่ถูกปรับบทบาทใหม่ทั้งหมด

พื้นฐานกองกลางช่วยการอ่านเกม

ซัมเมอร์เริ่มต้นอาชีพในบุนเดสลีกากับสตุ๊ตการ์ทระหว่างปี 1990 ถึง 1992 ในตำแหน่งกองกลาง และเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่คว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้ในปี 1992 ก่อนย้ายไปอินเตอร์ มิลานในฤดูกาล 1992-93 ลงเล่นเพียง 11 นัดในเซเรียอา

สนามลู่วิ่งและสนามหญ้าของคัมฟ์บาห์น โรเทอ แอร์เดอ สนามกีฬาเก่าแก่ในเมืองดอร์ทมุนด์
สนามคัมฟ์บาห์น โรเทอ แอร์เดอ สนามกรีฑาและฟุตบอลเก่าแก่ในเมืองดอร์ทมุนด์

หลังจากย้ายมาดอร์ทมุนด์ในช่วงพักฤดูหนาวของฤดูกาลเดียวกันนั้น อ็อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์เป็นคนตัดสินใจปรับตำแหน่งของเขาจากกองกลางลงมาเล่นลิเบโรระหว่างฤดูกาล 1993-94 การเปลี่ยนตำแหน่งแบบนี้ฟังดูเสี่ยงในตอนแรก เพราะเป็นการเอาผู้เล่นที่ไม่เคยเล่นแนวรับมาก่อนมาอยู่ในตำแหน่งที่ต้องรับผิดชอบสูงสุดของแนวหลัง แต่พื้นฐานการเป็นกองกลางกลับกลายเป็นข้อได้เปรียบ เพราะซัมเมอร์คุ้นเคยกับการมองเกมทั้งสนามและการผ่านบอลระยะไกลอยู่แล้ว ทักษะเหล่านี้แปลงมาใช้ในตำแหน่งลิเบโรได้พอดี ต่างจากกองหลังโดยกำเนิดที่มักถนัดเรื่องการประกบตัวมากกว่าการริเริ่มเกมรุกจากแนวหลัง

การย้ายทีมของซัมเมอร์เองก็มีรายละเอียดที่ควรเล่าให้ครบ เขาไม่ได้ย้ายจากอินเตอร์ มิลานมาดอร์ทมุนด์ในช่วงปิดฤดูกาลตามปกติ แต่ย้ายมาระหว่างพักฤดูหนาวของฤดูกาล 1992-93 ซึ่งหมายความว่าเขาต้องปรับตัวเข้ากับทีมใหม่กลางฤดูกาลที่กำลังแข่งขันอยู่ ไม่ใช่ได้เตรียมตัวเต็มพรีซีซั่นเหมือนผู้เล่นที่ย้ายทีมตามปกติทั่วไป

เพื่อนแนวรับเปิดพื้นที่ให้เติม

บทบาทลิเบโรจะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อเพื่อนร่วมแนวรับที่อยู่ข้างหน้าเขาเล่นได้มั่นคงพอที่จะเปิดพื้นที่ให้เขาดันขึ้นไปร่วมเกมรุกได้อย่างมั่นใจ ถ้าแนวรับข้างหน้าไม่นิ่งพอ ลิเบโรก็ต้องคอยระวังหลังอยู่กับที่ตลอดเวลาแทนที่จะได้ใช้อิสระตามตำแหน่งของตน

ลู่วิ่งสนามโรเทอ แอร์เดอ มองเห็นโครงหลังคาสีเหลืองของสนามเวสต์ฟาเลินชตาดิโอนอยู่ด้านหลัง
สนามโรเทอ แอร์เดอในดอร์ทมุนด์ มองเห็นโครงสร้างด้านหลังของสนามเวสต์ฟาเลินชตาดิโอนซึ่งอยู่ติดกัน

จุดหนึ่งที่ต้องระบุให้ชัดคือเยือร์เกน โคห์เลอร์ กองหลังที่หลายคนจดจำว่าเล่นเคียงข้างซัมเมอร์ในดอร์ทมุนด์ ยังไม่ได้ย้ายมาร่วมทีมในช่วงที่ดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์สมัยแรกฤดูกาล 1994-95 เขาย้ายมาจริงในปี 1995 หลังทีมคว้าแชมป์ไปแล้ว จึงเป็นเพื่อนร่วมทีมของซัมเมอร์ตั้งแต่ฤดูกาลป้องกันแชมป์ 1995-96 เป็นต้นไป ไม่ใช่ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ซัมเมอร์เริ่มเล่นตำแหน่งลิเบโร การเรียงลำดับเวลาให้ถูกต้องแบบนี้ช่วยไม่ให้เข้าใจผิดว่าคู่หูแนวรับชุดใดอยู่ด้วยกันในช่วงเวลาใดของประวัติศาสตร์ทีมกันแน่

ผลงานสโมสรแยกจากรางวัลทีมชาติ

ดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์บุนเดสลีกาติดต่อกันสองสมัยในฤดูกาล 1994-95 และ 1995-96 และซัมเมอร์ได้รับเลือกเป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งชาติเยอรมนีทั้งสองปีนั้น แสดงให้เห็นว่าผลงานในตำแหน่งลิเบโรของเขาได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ปีใดปีหนึ่งเพียงชั่วครั้งชั่วคราว

แต่รางวัลที่ใหญ่ที่สุดในอาชีพของเขากลับมาจากผลงานกับทีมชาติ ไม่ใช่สโมสร ปี 1996 ซัมเมอร์ได้รับทั้งบัลลงดอร์ในฐานะนักเตะยอดเยี่ยมของยุโรป และรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของศึกยูโร 1996 ที่เยอรมนีคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ทั้งสองรางวัลนี้มาจากผลงานในนามทีมชาติช่วงฤดูร้อนปีนั้น ซึ่งเป็นคนละบริบทกับการที่ดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์บุนเดสลีกาในฤดูกาลปกติ การแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันสำคัญ เพราะบางครั้งความสำเร็จระดับทีมชาติในปีเดียวกันอาจถูกเหมารวมเป็นเหตุผลเดียวกับความสำเร็จของสโมสร ทั้งที่จริงแล้วเป็นการแข่งขันคนละรายการ คนละช่วงเวลาของฤดูกาลโดยสิ้นเชิง

เมื่อนำทุกจุดมาต่อกัน เรื่องราวของซัมเมอร์ลิเบโรจึงไม่ใช่แค่เรื่องของนักเตะคนหนึ่งที่เก่งจนได้รางวัลมากมาย แต่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการปรับตำแหน่งผู้เล่นให้ตรงกับจุดแข็งที่มีอยู่แล้ว บางครั้งให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการหาผู้เล่นตำแหน่งนั้นมาใหม่ทั้งหมด ฮิตซ์เฟลด์มองเห็นว่าทักษะกองกลางของซัมเมอร์แปลงเป็นข้อได้เปรียบในตำแหน่งลิเบโรได้อย่างไร และผลลัพธ์ที่ตามมาคือแชมป์บุนเดสลีกาสองสมัยติดต่อกัน พร้อมรางวัลส่วนบุคคลระดับทวีปที่ไม่มีนักเตะเยอรมันคนไหนในยุคเดียวกันทำได้เทียบเท่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO