ชาลเค 1997: จากอันดับสามบุนเดสลีกาสู่แชมป์ยูฟ่าคัพ

สนาม Parkstadion ของชาลเค

ชาลเค 1997 คือปีที่สโมสรจากเมืองเหมืองถ่านหินอย่างเกลเซนเคียร์เชนคว้าแชมป์รายการระดับทวีปได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ ทั้งที่ในบุนเดสลีกาฤดูกาลเดียวกันนั้นกลับทำผลงานได้เพียงระดับกลางตาราง เรื่องราวของทีมที่ได้ฉายาว่ายูโรไฟท์เตอร์นี้เริ่มต้นจากผลงานอันดับสามในฤดูกาลก่อนหน้า ไม่ใช่ฤดูกาลที่พวกเขาคว้าแชมป์ยุโรปเอง

ชาลเค 1997 อันดับลีกเปิดประตูสู่ยุโรป

สิทธิ์ในการเล่นยูฟ่าคัพฤดูกาล 1996-97 ของชาลเค่อมาจากผลงานในบุนเดสลีกาฤดูกาลก่อนหน้า คือฤดูกาล 1995-96 ที่ทีมจบอันดับสาม ไม่ใช่ผลงานของฤดูกาล 1996-97 เองตามที่บางแหล่งข้อมูลของสโมสรเล่าอย่างรวบรัดจนอาจทำให้เข้าใจผิดได้ จุดนี้สำคัญเพราะทำให้เข้าใจโครงสร้างของเรื่องราวทั้งหมดได้ถูกต้อง นั่นคือทีมที่เล่นยูฟ่าคัพในฤดูกาล 1996-97 ไม่ใช่ทีมชุดเดียวกับที่กำลังทำผลงานอันดับสามในเวลาเดียวกัน แต่เป็นทีมที่ใช้สิทธิ์จากผลงานปีก่อนหน้ามาแข่งขันในฤดูกาลถัดมา

การแยกสองฤดูกาลออกจากกันให้ชัดเจนคือกุญแจสำคัญของเรื่องราวทั้งหมด เพราะฤดูกาล 1996-97 ที่ชาลเค่อลงเล่นในยูฟ่าคัพจริง กลับเป็นฤดูกาลที่ผลงานในบุนเดสลีกาตกลงมาอยู่ระดับกลางตารางอย่างชัดเจน ไม่ใช่ฤดูกาลที่ทีมกำลังรุ่งโรจน์ในประเทศพร้อมกันทั้งสองรายการ

เกลเซนเคียร์เชน เมืองบ้านเกิดของชาลเค่อ เป็นเมืองในเขตรูห์รที่มีประวัติศาสตร์ผูกพันกับอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินมายาวนาน แฟนบอลของสโมสรจึงมักถูกเรียกด้วยฉายาที่สื่อถึงรากเหง้าแบบคนงานเหมือง ภูมิหลังแบบนี้ทำให้ความสำเร็จในระดับทวีปของทีมจากเมืองอุตสาหกรรมขนาดนี้ยิ่งมีความหมายมากกว่าตัวเลขในตารางคะแนนเพียงอย่างเดียว เพราะเป็นความภาคภูมิใจของเมืองทั้งเมืองที่ไม่ได้ผูกกับผลงานในลีกภายในประเทศโดยตรง

การเปลี่ยนโค้ชกลางฤดูกาล

ระหว่างฤดูกาล 1996-97 ชาลเค่อเปลี่ยนตัวหัวหน้าโค้ชกลางฤดูกาล ฮูบ สตีเวนส์เข้ารับตำแหน่งแทนยอร์ก แบร์เกอร์อย่างเป็นทางการในวันที่ 8 ตุลาคม 1996

กองหินอนุสรณ์สูงตระหง่านเต็มไปด้วยกราฟฟิตี ตั้งอยู่บนเนินดินในเมืองเกลเซนเคียร์เชน
อนุสรณ์ไรน์เอลเบอในเมืองเกลเซนเคียร์เชน สัญลักษณ์มรดกเหมืองถ่านหินของบ้านเกิดสโมสรชาลเค่อ 04

การเปลี่ยนโค้ชกลางฤดูกาลแบบนี้มักเป็นสัญญาณของทีมที่กำลังมีปัญหา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมากลับตรงข้ามกับภาพจำนั้น เพราะสตีเวนส์คือคนที่พาทีมชุดนี้ไปคว้าแชมป์ยูฟ่าคัพได้สำเร็จในเวลาไม่ถึงแปดเดือนหลังเข้ารับตำแหน่ง ทีมที่ได้รับฉายายูโรไฟท์เตอร์ในเวลาต่อมาจึงเป็นทีมที่แบร์เกอร์วางรากฐานไว้ในฤดูกาลก่อนหน้าจนพาทีมจบอันดับสาม แต่เป็นสตีเวนส์ที่เข้ามาสานต่อและพาไปถึงเป้าหมายในยุโรปจริง

ช่วงเวลาไม่ถึงแปดเดือนระหว่างวันที่สตีเวนส์เข้ารับตำแหน่งกับวันที่ทีมคว้าแชมป์ยูฟ่าคัพ ถือว่าสั้นมากสำหรับโค้ชที่เพิ่งเข้ามาทำงานกับทีมใหม่ เขาไม่มีเวลาปรับทัพครั้งใหญ่หรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทีมทั้งหมด สิ่งที่ทำได้มากที่สุดคือการสานต่อผู้เล่นชุดที่มีอยู่แล้วให้เดินหน้าในถ้วยยุโรปต่อไปอย่างมีทิศทาง ซึ่งต่างจากการเปลี่ยนโค้ชในบางกรณีที่มักมาพร้อมการรื้อระบบทั้งหมดตั้งแต่ต้น

หน้าที่ของเลห์มันน์และแกนรับ

ผู้รักษาประตูของชาลเค่อในฤดูกาลนั้นคือเยนส์ เลห์มันน์ ผู้ที่อยู่กับสโมสรมาตั้งแต่ปี 1987 จนถึงปี 1998 รวมแล้วกว่าสิบเอ็ดปีเต็ม

กรอบประตูฟุตบอลและตาข่ายในสนามยามค่ำคืน มองเห็นอัฒจันทร์ที่ว่างเปล่าด้านหลัง
ประตูฟุตบอลและอัฒจันทร์ที่ว่างเปล่าในสนามยามค่ำคืน บรรยากาศก่อนเริ่มการแข่งขัน

บทบาทของเลห์มันน์ไม่ได้โดดเด่นแค่ในเกมลีกทั่วไป แต่ไปสุดที่จุดสูงสุดในนัดชิงชนะเลิศยูฟ่าคัพ เมื่อเขาเป็นคนเซฟลูกจุดโทษของอีวาน ซาโมราโนในการดวลจุดโทษตัดสินแชมป์ การเซฟครั้งนั้นกลายเป็นภาพจำที่ติดตากับแฟนบอลชาลเค่อมาจนถึงทุกวันนี้ และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เลห์มันน์ถูกจดจำในฐานะหนึ่งในฮีโร่ของฤดูกาลนั้น แม้ทีมโดยรวมจะไม่ได้มีผลงานในลีกที่โดดเด่นเท่ากับผลงานในถ้วยยุโรปก็ตาม

การที่ผู้รักษาประตูคนเดียวกันอยู่กับสโมสรต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1987 หมายความว่าเลห์มันน์ผ่านทั้งช่วงเวลาที่ทีมยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก มาจนถึงช่วงที่ทีมจบอันดับสามในฤดูกาล 1995-96 และมาถึงจุดสูงสุดในนัดชิงยูฟ่าคัพ ความต่อเนื่องของผู้รักษาประตูตำแหน่งเดียวเป็นเวลานานขนาดนี้ ถือเป็นปัจจัยเสถียรภาพที่สำคัญไม่แพ้การเปลี่ยนแปลงตัวโค้ชเลยทีเดียว เพราะแนวรับที่มีผู้รักษาประตูคนเดิมยืนอยู่หลังสุดตลอดหลายฤดูกาล มักมีความเข้าใจร่วมกันในสนามมากกว่าแนวรับที่ต้องปรับตัวกับผู้รักษาประตูใหม่อยู่บ่อยครั้ง

ถ้วยแชมป์กับอันดับลีกเล่าเรื่องต่างกัน

รอบชิงชนะเลิศยูฟ่าคัพ 1996-97 เป็นการพบกันสองนัดระหว่างชาลเค่อกับอินเตอร์ มิลาน นัดแรกเล่นที่พาร์คชตาดิโอนบ้านของชาลเค่อในวันที่ 7 พฤษภาคม 1997 ก่อนตามไปเล่นนัดที่สองที่ซาน ซีโร่ในวันที่ 21 พฤษภาคม 1997 ผลสองนัดรวมกันจบลงที่ 1-1 เท่ากัน ทำให้ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ ซึ่งชาลเค่อเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ ทางสโมสรเองยังยกให้วันที่ 21 พฤษภาคม 1997 เป็นวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรมาจนถึงทุกวันนี้

แต่ถ้าดูเฉพาะผลงานในบุนเดสลีกาฤดูกาลเดียวกัน ภาพจะต่างไปคนละเรื่อง ชาลเค่อจบเพียงอันดับ 12 ด้วย 43 แต้ม ยิงได้ 35 ประตู เสีย 40 ประตู ซึ่งเป็นผลงานระดับกลางตารางเท่านั้น ไม่ใช่ผลงานของทีมชั้นนำของประเทศแต่อย่างใด ความแตกต่างระหว่างสองรายการนี้แสดงให้เห็นว่าฟุตบอลยุโรปกับฟุตบอลลีกในประเทศเป็นคนละสนามแข่งขันที่ไม่จำเป็นต้องสะท้อนผลงานของกันและกันเสมอไป ทีมที่แพ้บ่อยพอสมควรในบุนเดสลีกาฤดูกาลนั้นกลับกลายเป็นทีมที่ยืนหยัดจนถึงนัดสุดท้ายของถ้วยที่ใหญ่ที่สุดรายการหนึ่งของทวีปยุโรปได้อย่างไม่น่าเชื่อ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ชื่อชาลเค 1997 ยังถูกพูดถึงในฐานะหนึ่งในเรื่องราวที่แปลกที่สุดเรื่องหนึ่งของวงการฟุตบอลเยอรมันมาจนถึงทุกวันนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO