ดอร์ทมุนด์คืนดาว คือกระบวนการที่ใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล ไม่ใช่การซื้อนักเตะดังกลับมาทีเดียวพร้อมกันแล้วคว้าแชมป์ทันที อ็อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์เข้ารับตำแหน่งหัวหน้าโค้ชของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ในปี 1991 และทยอยดึงนักเตะเยอรมันที่เคยออกไปค้าแข้งในอิตาลีให้กลับมาทีละคนตลอดสี่ปีถัดมา กว่าจะครบทุกชิ้นส่วนและกลายเป็นทีมแชมป์บุนเดสลีกาสมัยแรกได้ในฤดูกาล 1994-95 ก็ต้องรอจนถึงปีที่สี่ของการทำงานเลยทีเดียว
ดอร์ทมุนด์คืนดาว ฮิตซ์เฟลด์วางฐานก่อนดาวดังกลับ
ฮิตซ์เฟลด์เข้ามาคุมดอร์ทมุนด์ในปี 1991 และผลงานในฤดูกาลแรกก็ไม่ได้แย่เลย ทีมจบอันดับสองของบุนเดสลีกาในฤดูกาล 1991-92 ซึ่งเป็นผลงานที่ดีกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้สำหรับโค้ชที่เพิ่งเข้ามารับงานได้เพียงปีเดียว แต่ทีมชุดนั้นยังไม่ใช่ทีมชุดเดียวกับที่จะคว้าแชมป์ในอีกสามปีถัดมา เพราะผู้เล่นคนสำคัญหลายคนที่จะกลายเป็นแกนหลักของทีมแชมป์ยังไม่ได้ย้ายกลับมาในตอนนั้นเลย
การจบอันดับสองในปีแรกจึงควรถูกมองเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการสร้างทีม ไม่ใช่จุดสูงสุดที่ดอร์ทมุนด์ไปถึงแล้ว ฮิตซ์เฟลด์ใช้ผลงานที่ดีในปีแรกเป็นฐานเสถียรภาพ ก่อนจะค่อย ๆ ดึงนักเตะที่เคยออกไปเล่นในอิตาลีกลับมาเสริมทัพทีละคนในฤดูกาลถัดไปอย่างเป็นระบบ
นักเตะกลุ่มที่ย้ายกลับมานี้มีจุดร่วมกันอย่างหนึ่งคือทุกคนเป็นนักเตะเยอรมันที่เคยออกไปพิสูจน์ฝีเท้าในเซเรียอา ลีกที่ถือว่าแข่งขันสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในช่วงต้นทศวรรษ 1990 การได้ผู้เล่นที่ผ่านประสบการณ์เล่นในต่างประเทศกลับมาเสริมทัพ จึงไม่ใช่แค่การได้ฝีเท้าคืนมา แต่ยังได้ความเก๋าและมุมมองที่กว้างขึ้นกลับมาด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมในประเทศเดียวกันมักหาไม่ได้ง่าย ๆ จากตลาดซื้อขายภายในประเทศเพียงอย่างเดียว
รอยเตอร์ซัมเมอร์รีดเลอมาคนละปี
จุดที่มักถูกเข้าใจผิดคือคิดว่านักเตะกลุ่มนี้ย้ายกลับมาพร้อมกันทั้งหมดในปีเดียว ความจริงแล้วแต่ละคนทยอยกลับมาคนละช่วงเวลา สเตฟาน รอยเตอร์เล่นให้ยูเวนตุสเพียงฤดูกาลเดียวคือ 1991-92 ก่อนย้ายกลับมาดอร์ทมุนด์ในฤดูกาล 1992-93 ทันที

มัทธีอัส ซัมเมอร์เดินทางอ้อมกว่านั้น เขาเล่นให้สตุ๊ตการ์ทระหว่างปี 1990 ถึง 1992 ก่อนย้ายไปอินเตอร์ มิลานในฤดูกาล 1992-93 ลงเล่นเพียง 11 นัดในเซเรียอา แล้วย้ายมาดอร์ทมุนด์ทันทีในช่วงพักฤดูหนาวของฤดูกาลเดียวกันนั้นเอง ส่วนคาร์ล-ไฮนซ์ รีดเลออยู่กับลาซิโอนานกว่าใครในกลุ่มนี้ คือตั้งแต่ปี 1990 ถึง 1993 ก่อนกลับมาดอร์ทมุนด์ในปี 1993 และลงเล่นให้ทีมทันที 22 นัดทำได้ 4 ประตูในฤดูกาล 1993-94 ก่อนขยับเป็น 29 นัด 6 ประตูในฤดูกาลถัดมา ระยะเวลาที่แต่ละคนอยู่อิตาลีต่างกันเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่การย้ายกลับมาพร้อมกันเป็นชุดเดียวแต่อย่างใด
ที่น่าสนใจยิ่งกว่าปีที่ย้ายมาคือการที่ฮิตซ์เฟลด์มองเห็นวิธีใช้งานซัมเมอร์ต่างจากตำแหน่งเดิมที่เขาคุ้นเคย เพราะซัมเมอร์เริ่มต้นอาชีพในตำแหน่งกองกลาง แต่ฮิตซ์เฟลด์ปรับให้เขาลงเล่นในตำแหน่งลิเบโรหรือสวีปเปอร์แทนระหว่างฤดูกาล 1993-94 การตัดสินใจนี้กลายเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้แนวรับของดอร์ทมุนด์มั่นคงขึ้นในเวลาต่อมา แม้จะเป็นรายละเอียดที่มักถูกเล่าแยกจากเรื่องนักเตะย้ายกลับจากอิตาลี แต่ทั้งสองเรื่องเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันพอดี
เมิลเลอร์ช่วยเชื่อมเกมรุก
คนสุดท้ายในกลุ่มดาวที่กลับมาคืออันเดรียส เมิลเลอร์ เขาเล่นให้ยูเวนตุสระหว่างปี 1992 ถึง 1994 ก่อนกลับมาดอร์ทมุนด์ในฤดูร้อนปี 1994 ซึ่งเป็นการมาถึงล่าสุดในบรรดานักเตะกลุ่มนี้ทั้งหมด

การที่เมิลเลอร์มาถึงเป็นคนสุดท้ายมีความหมายสำคัญ เพราะเมื่อเขาเข้าร่วมทีมในฤดูกาล 1994-95 ผู้เล่นที่กลับมาก่อนหน้าอย่างรอยเตอร์ ซัมเมอร์ และรีดเลอ ต่างปรับตัวเข้ากับระบบของฮิตซ์เฟลด์มาแล้วอย่างน้อยหนึ่งถึงสองฤดูกาล เมิลเลอร์จึงเข้ามาเสริมทัพที่มีโครงสร้างค่อนข้างลงตัวอยู่แล้ว แทนที่จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ยังไม่นิ่งเหมือนช่วงแรก ฤดูกาลที่เขากลับมานั้นเองที่ดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์บุนเดสลีกาสมัยแรกได้สำเร็จ และเขายังอยู่ร่วมทีมต่อจนคว้าแชมป์สมัยที่สองในฤดูกาลถัดมาด้วย
ทีมแชมป์1995มีใครและยังไม่มีใคร
เมื่อดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์บุนเดสลีกาสมัยแรกในฤดูกาล 1994-95 ด้วยแต้มรวม 49 แต้มภายใต้ระบบสองแต้มเดิม ทีมชุดนั้นมีรอยเตอร์ ซัมเมอร์ รีดเลอ และเมิลเลอร์ครบทุกคนแล้ว แต่มีชื่อหนึ่งที่หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าอยู่ในทีมชุดนี้ด้วย นั่นคือเยือร์เกน โคห์เลอร์
โคห์เลอร์เคยเล่นให้บาเยิร์น มิวนิกมาก่อนจะย้ายไปยูเวนตุสในฤดูร้อนปี 1991 และย้ายมาดอร์ทมุนด์จริงในปี 1995 แต่เป็นการย้ายมาหลังจากทีมคว้าแชมป์ฤดูกาล 1994-95 ไปเรียบร้อยแล้ว เขาจึงไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดแชมป์สมัยแรก แต่มาสมทบทันเวลาสำหรับการป้องกันแชมป์ในฤดูกาล 1995-96 การแยกให้ชัดระหว่างนักเตะที่อยู่ในทีมตั้งแต่ก่อนคว้าแชมป์กับนักเตะที่เข้ามาเสริมทัพหลังจากนั้น ช่วยให้เห็นภาพที่ถูกต้องมากขึ้นว่ากระบวนการสร้างทีมแชมป์ของฮิตซ์เฟลด์ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะครบทุกชิ้นส่วนจริง ๆ
นับจากวันที่ฮิตซ์เฟลด์เข้ามารับงานในปี 1991 จนถึงวันที่ดอร์ทมุนด์ยกถ้วยแชมป์บุนเดสลีกาสมัยแรกในปี 1995 คือเวลาสี่ปีเต็มที่ใช้ไปกับการทยอยประกอบทีมทีละชิ้น ไม่มีฤดูกาลไหนที่นักเตะทุกคนย้ายกลับมาพร้อมกันในคราวเดียว และไม่มีการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดในปีเดียวอย่างที่บางเรื่องเล่าอาจทำให้เข้าใจไปเช่นนั้น

