ชิญักตูลูสในฤดูกาล 2008/09 เป็นเรื่องของกองหน้าที่ได้บทบาทใหญ่ขึ้นพร้อมกับทีมซึ่งเปลี่ยนแกนหลายตำแหน่ง อ็องเดร-ปิแอร์ ชิญักยิง 24 ประตู คว้าดาวซัลโวลีกเอิง และช่วยให้ตูลูสจบอันดับสี่ด้วย 64 คะแนน ทีมของอแล็ง กาซาโนวายังเสียเพียง 27 ประตู น้อยที่สุดในลีก จึงไม่ได้สร้างอันดับจากการยิงของคนเดียว แต่จับคู่ประสิทธิภาพหน้าประตูกับโครงสร้างที่เสียประตูน้อย
ตูลูสจบฤดูกาลด้วยสถิติชนะ 16 เสมอ 16 แพ้ 6 ยิง 45 และเสีย 27 ประตู ผลต่างบวก 18 ประตูทำให้ได้สิทธิ์ไปเล่นยูโรปาลีก ชิญักทำมากกว่าครึ่งหนึ่งของประตูทีม โดย 24 จาก 45 คิดเป็นราว 53 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้แสดงความสำคัญของเขา ขณะเดียวกัน 27 ประตูที่เสียก็อธิบายว่าเหตุใดประตูเดียวของศูนย์หน้าจึงเปลี่ยนเป็นแต้มได้บ่อย
ชิญักตูลูสเติบโตอย่างไรเมื่อเอลมานเดอร์ย้ายออก
การเปลี่ยนแปลงเริ่มก่อนเปิดฤดูกาล โยฮัน เอลมานเดอร์ย้ายไปโบลตันในเดือนมิถุนายน 2008 หลังยิง 22 ประตูจาก 64 นัดลีกในสองฤดูกาลกับตูลูส สโมสรยังเสียอาชิล เอมานา, นิโกลาส์ ดูเชซ์ และนิโกลาส์ ดีเอิซ นักเตะเหล่านี้ล้วนถูกหน้าประวัติศาสตร์สโมสรจัดเป็นแกนหลักที่ออกจากทีม จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนศูนย์หน้าหนึ่งคน
ตูลูสเซ็นโซเรน ลาร์เซนมาเติมตำแหน่งที่ว่างจากเอลมานเดอร์ แต่ผู้เล่นที่ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการทำประตูกลับเป็นชิญัก ซึ่งอยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 2007 เขายิงประตูลีกเพียงสองลูกในฤดูกาลแรก ก่อนเพิ่มเป็น 24 ในปีถัดมา ความต่างนี้เกิดขึ้นพร้อมกับโอกาสลงสนามสม่ำเสมอ เขาเล่นครบทั้ง 38 นัดลีกและออกสตาร์ต 37 นัด
โค้ชใหม่กับหน้าที่ใหม่ของผู้เล่นเดิม
วันที่ 30 พฤษภาคม 2008 สโมสรปรับทีมงานหลังเอลี โบปออกจากตำแหน่ง และเลื่อนกาซาโนวาจากผู้ช่วยขึ้นเป็นหัวหน้าโค้ช เขารับช่วงทีมที่เพิ่งผ่านฤดูกาลน่าผิดหวัง แล้วผสมผู้เล่นใหม่อย่างเซดริก การ์ราสโซ, เอเตียน ดิโดต์ และดาเนียล บรอเทน เข้ากับดาวรุ่งเอเตียน กาปู, มุสซา ซิสโซโก และชีค เอ็มเบงเก

กลางหนุ่มพาบอลไปถึงกองหน้า
กาปูเป็นกองกลางรูปร่างสูงและแข็งแรง ส่วนซิสโซโกเป็นกองกลางที่ผ่านศูนย์ฝึกตูลูส ทั้งคู่เป็นหนึ่งในผู้เล่นแจ้งเกิดที่สโมสรระบุถึง ดิโดต์ซึ่งย้ายมาจากแรนส์เพิ่มผู้เล่นอีกคนในพื้นที่กลางสนาม เกมเปิดบ้านเสมอโมนาโก 0-0 วันที่ 25 ตุลาคม 2008 มีกาปู ดิโดต์ และซิสโซโกออกสตาร์ตร่วมกัน โดยชิญักยืนเป็นกองหน้าคนเดียว
กาปู ซิสโซโก และดิโดต์ส่งต่อภาระกันอย่างไร
นาทีแรกของเกมโมนาโก กาปูแย่งบอลได้กลางสนามแล้วส่งชิญักตัดผ่านนิโกลาส์ เอ็นคูลูไปยิงให้สเตฟาน รุฟฟิเยร์ป้องกัน นาที 3 ดิโดต์เปิดฟรีคิกจากฝั่งขวาให้กาปูโหม่งเฉียดกรอบ ต่อมาซิสโซโกได้ยิงจากลูกจ่ายย้อนของปันต์ซี ซีรีแย็กซ์ และจ่ายให้ชิญักยิงเข้าข้างตาข่ายในนาที 84 เหตุการณ์เหล่านี้แสดงว่ากองกลางสามคนพาบอลถึงกองหน้าและเข้าจบเองได้ แม้เกมจบโดยไม่มีประตู
เกมชนะโอแซร์ 1-0 เมื่อ 4 ตุลาคมให้ภาพการเชื่อมจากผู้เล่นด้านข้างสู่ศูนย์หน้า โฟเด ม็องซาเรจ่ายให้ชิญักยิงนาที 55 ประตูนั้นทำให้ตูลูสชนะลีกเป็นนัดที่สี่ติดต่อกันและขึ้นตามลียงสองคะแนน ชิญักไม่ได้ต้องยิงหลายครั้งเพื่อสร้างผลลัพธ์ เพราะแนวรับและการ์ราสโซเก็บสกอร์ที่อีกฝั่งไว้ที่ศูนย์
เกมชนะซงต์-เอเตียน 3-1 วันที่ 13 ธันวาคมแสดงการแบ่งประตูในกลุ่ม ชิญักยิงนาที 5 และทำอีกประตูช่วงต้นครึ่งหลัง ส่วนดิโดต์ยิงให้ตูลูสขึ้นนำอีกครั้งก่อนพักครึ่ง หลังเปาโล มาชาโดตีเสมอให้ทีมเยือน กองหน้าตัวหลักจึงทำสองประตู โดยมีกองกลางเพิ่มประตูในช่วงสำคัญ
เกมเยือนซงต์-เอเตียนวันที่ 16 พฤษภาคม ซิสโซโกยิงนาที 66 ก่อนชิญักตีเสมอ 2-2 ในนาที 89 ลำดับผู้ทำประตูนี้สะท้อนว่ากองกลางหนุ่มสามารถเข้าไปจบสกอร์ได้ ส่วนชิญักยังรับหน้าที่ปิดจังหวะสำคัญท้ายเกม

ดาวซัลโวกับอันดับสี่
ชิญักกระจาย 24 ประตูเท่ากันระหว่างสองครึ่งฤดูกาล คือ 12 ประตูในเลกแรกและ 12 ในเลกหลัง เขายิงสี่ประตูใส่นีซ สามประตูใส่ซงต์-เอเตียนและโซโชซ์ รวมทั้งสองประตูใส่น็องต์ ความสม่ำเสมอนี้สำคัญกว่าการระเบิดฟอร์มช่วงสั้น เพราะตูลูสเก็บแต้มจากประตูของเขาตั้งแต่สิงหาคมจนถึงพฤษภาคม
24 ประตูที่พาทีมกลับยุโรป
ในเก้านัด ชิญักเป็นผู้ทำประตูของตูลูสเพียงคนเดียว เกมเหล่านั้นรวมชัยชนะเหนือวาล็องเซียนส์และโอแซร์ 1-0 ชัยชนะจากสองประตูของเขาเหนือโซโชซ์, เกรอน็อบล์ และนีซ รวมถึงเสมอมาร์กเซย 2-2 เมื่อ 2 พฤษภาคม เกมที่สตาด เวโลโดรมเขายิงนาที 48 และ 72 แต่ มามาดู เนียงตีเสมอให้เจ้าบ้านทั้งสองครั้ง
ช่วงห้านัดสุดท้ายตูลูสเสมอมาร์กเซย 2-2, ลีลล์ 0-0, ซงต์-เอเตียน 2-2 แล้วชนะนีซ 2-0 ก่อนเสมอลียง 0-0 ในนัดปิดฤดูกาล ชิญักยิงสองประตูที่มาร์กเซย หนึ่งประตูที่ซงต์-เอเตียน และสองประตูที่นีซ รวมเป็นห้าประตูในช่วงนี้ แต้มจากลำดับดังกล่าวช่วยยืนยันอันดับสี่และตั๋วยูโรปาลีกต่อหน้าแฟนบอลมากกว่า 33,000 คนในเกมสุดท้าย
ฤดูกาลชิญักตูลูสจึงเป็นการแทนผู้เล่นที่ย้ายออกด้วยการกระจายภาระใหม่ กาซาโนวาเลื่อนขึ้นจากทีมงานเดิม การ์ราสโซกับดิโดต์เติมประสบการณ์ กาปู ซิสโซโก และเอ็มเบงเกก้าวขึ้นมา ขณะที่ชิญักเปลี่ยนโอกาสต่อเนื่องเป็น 24 ประตู ผลลัพธ์คืออันดับสี่ เกมรับดีที่สุดของลีก และการกลับไปเล่นฟุตบอลยุโรปในฤดูกาลถัดมา

