โอแซร์2010 คือทีมที่กลับไปแตะพื้นที่แชมเปียนส์ลีกด้วยเกมรับและการชนะสกอร์แคบ ทีมของฌอง เฟร์นองเดซจบลีกเอิง 2009/10 อันดับสาม มี 71 คะแนนจากชัยชนะ 20 เสมอ 11 แพ้ 7 ยิง 42 และเสียเพียง 29 ประตู อิเรเนอุสซ์ เยเลนยิง 14 ลูกในลีก ส่วนเบอนัวต์ เปเดรตติคุมจังหวะและรับผิดชอบลูกตั้งเตะสำคัญ
อันดับสามไม่ได้ส่งโอแซร์เข้ารอบแบ่งกลุ่มทันที แต่ให้สิทธิ์เล่นรอบเพลย์ออฟแชมเปียนส์ลีก ทีมจึงต้องชนะเซนิต เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในเดือนสิงหาคม 2010 จึงผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ประตูท้ายเกมนัดปิดฤดูกาลจึงให้โอกาสไปคัดเลือก ก่อนผลงานอีกสองนัดจะเปลี่ยนเป็นตั๋วรอบหลัก
โอแซร์2010 วางฐานอย่างไรหลังยุคกีย์ รูซ์
กีย์ รูซ์ยุติงานโค้ชหลังโอแซร์คว้าเฟรนช์คัพปี 2005 ฌัก ซองตินีรับช่วงหนึ่งฤดูกาล แล้วเฟร์นองเดซเข้ามาแทนในปี 2006 เขาไม่ได้เริ่มจากทีมว่างเปล่า แต่สร้างแกนใหม่ต่อเนื่อง เปเดรตติเซ็นสัญญาสามปีเมื่อ 30 สิงหาคม 2006 เพื่อแทนฟิลิป วิโอลูที่เลิกเล่น และกลับมาทำงานกับโค้ชที่เคยให้โอกาสเขาในลีกสูงสุดที่โซโชซ์
เยเลนเข้ามาในช่วงเดียวกันและอยู่ในรายชื่อโอแซร์ของเฟร์นองเดซตั้งแต่ฟุตบอลยุโรปฤดูกาล 2006/07 เมื่อถึงปี 2009/10 แกนของทีมมีโอลิวิเยร์ โซแร็งในประตู แนวรับใช้เซดริก อ็องบาร์, อดามา กูลิบาลี, สเตฟาน กริชติง และฌอง-ปาสกาล มิโญต์ ส่วนเปเดรตติเป็นกัปตันอยู่กลางสนาม
เฟร์นองเดซสร้างความแน่นอนจากเกมรับ
ตัวเลข 29 ประตูที่เสียตลอด 38 นัดต่ำที่สุดในลีก และน้อยกว่ามาร์กเซยแชมป์ลีกเจ็ดลูก โอแซร์ยิงเพียง 42 ประตู ต่ำที่สุดในกลุ่มหกอันดับแรก แต่ชนะถึง 20 นัด ความสมดุลนี้ทำให้ประตูเดียวมีน้ำหนักมากในเกมสูสีหลายครั้ง
จุดตั้งต้นของฤดูกาลไม่ราบรื่น โอแซร์ต้องรอถึงวันที่ 13 กันยายนจึงชนะนัดแรกและทำประตูลีกชุดแรก ด้วยชัยชนะเหนือนีซ 2-0 เยเลนกลับมาหลังผ่าตัดไส้เลื่อน แม้ไม่ได้ยิงเอง แต่เขามีส่วนในจังหวะเริ่มต้นก่อนฟรีคิกของเปเดรตติและการส่งบอลกลับมาของกูลิบาลี ซึ่งอ็องบาร์โหม่งเป็นประตูนำ

เยเลนกับจังหวะจบสกอร์
เพื่อนร่วมแนวรุกมีส่วนสร้างประตูให้เยเลน เกมเปิดบ้านพบลีลล์วันที่ 25 ตุลาคมให้ตัวอย่างชัด ทีมตามหลังสองครั้ง แต่เยเลนยิงตีเสมอครั้งแรกในครึ่งแรก ก่อนเดนนิส โอลีชเปิดทางให้เขาทำ 2-2 นาที 78 จากนั้นดาเนียล นิคูลาเอทำประตูชัย 3-2 นาที 82 จากบอลของโอเรเลียง กาปู
เปเดรตติกับลูกนิ่งและประตูชัย
เปเดรตติรับผิดชอบลูกนิ่งและทำประตูเองได้ เกมกับเลอม็องวันที่ 20 มีนาคม 2010 เยเลนยิงประตูลีกลูกที่สิบของฤดูกาลให้นำก่อน ทีมเยือนตีเสมอในนาทีแรกของช่วงทดเวลา แต่เปเดรตติทำประตูชัยทันทีในนาที 90+2 ส่งโอแซร์ขึ้นจ่าฝูงชั่วคราว
เกมนี้มีผู้ทำประตูสองคน เยเลนเปิดสกอร์ ก่อนเปเดรตติยิงประตูชัยหลังเลอม็องตีเสมอในช่วงทดเวลา
เกมเยือนปารีส แซงต์-แชร์กแมงวันที่ 28 พฤศจิกายน เยเลนไม่ได้ลง เฟร์นองเดซใช้รอย กงตูต์แทน และโอแซร์แพ้ 0-1 ผลนั้นยุติชัยชนะลีกเจ็ดนัดติดต่อกัน

เก็บเกมสูสีจนได้อันดับสาม
ตั้งแต่ปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม โอแซร์เสมอมาร์กเซย 0-0 วันที่ 30 เมษายน แพ้ลียง 1-2 วันที่ 5 พฤษภาคม และเสมอล็องส์ 0-0 วันที่ 8 พฤษภาคม ก่อนนัดสุดท้ายทีมมี 68 คะแนน อยู่ที่สี่ ตามหลังลีลล์ซึ่งมี 70 คะแนน เงื่อนไขจึงเป็นการชนะโซโชซ์และรอให้ผลของคู่แข่งเป็นใจ
ผลท้ายฤดูกาลที่ตัดสินสิทธิ์
นัดวันที่ 15 พฤษภาคมเริ่มดี เปเดรตติเปิดฟรีคิกให้อ็องบาร์ทำประตูตั้งแต่นาที 5 โซโชซ์ตีเสมอหลังพักครึ่ง และโอแซร์ดูเหมือนจะจบอันดับสี่แม้เจ้าบ้านเหลือสิบคน แต่ช่วงท้ายอ็องบาร์ยิงอีกครั้งเป็น 2-1 พร้อมกับข่าวว่าลีลล์แพ้ลอริยองต์ 1-2 ประตูชัยลูกนั้นของแบ็กขวาจึงยกโอแซร์ขึ้นอันดับสามด้วย 71 คะแนน เหนือลีลล์หนึ่งแต้มและตามหลังลียงรองแชมป์เพียงหนึ่งแต้ม
บทบาทของเปเดรตติเห็นชัดอีกครั้งในประตูแรก ลูกนิ่งของกัปตันสร้างโอกาสให้อ็องบาร์ ก่อนกองหลังคนเดิมกลับมาตัดสินเกมท้ายการแข่งขัน ชัยชนะนัดนี้สรุปฤดูกาลได้ดี เพราะผู้เล่นแนวรับทำสองประตู ทีมเสียเพียงลูกเดียว และรายละเอียดเล็กในเกมสูสีเปลี่ยนอันดับยุโรป
อีกสามเดือนต่อมา โอแซร์แพ้เซนิต 0-1 ที่รัสเซียวันที่ 17 สิงหาคม โดยอเล็กซานเดอร์ เคอร์ชาคอฟทำประตูตั้งแต่นาที 3 แต่นัดกลับวันที่ 25 สิงหาคม ทีมชนะ 2-0 ที่อับเบ เดส์ชองส์ อ็องบาร์โหม่งเตะมุมของเปเดรตติในนาที 9 และเยเลนทำประตูที่สองนาที 53 หลังลูกเตะมุมอีกครั้ง โอแซร์จึงชนะรวม 2-1 และผ่านสู่รอบแบ่งกลุ่มเป็นครั้งแรกในรอบแปดปี
โอแซร์2010 จึงไม่ใช่การหวนคืนยุโรปจากประวัติศาสตร์ปี 1996 เพียงอย่างเดียว เฟร์นองเดซวางฐานด้วยแนวรับที่เสีย 29 ประตู เยเลนยิง 14 ประตูในลีก เปเดรตติสร้างทั้งลูกนิ่งและประตูสำคัญ ส่วนอ็องบาร์ปิดฤดูกาลด้วยสองประตูที่โซโชซ์ อันดับสามเปิดประตูสู่รอบคัดเลือก และผลงานกับเซนิตจึงพาทีมเข้าไปถึงรอบแบ่งกลุ่มจริง

