ลียงมาร์กเซย55 คือเกมลีกเอิงที่สกอร์ไม่ได้ไหลไปทางเดียว แต่เปลี่ยนเจ้าของความได้เปรียบซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2009 ลียงเปิดสตาด เดอ แชร์กลองด์เสมอมาร์กเซย 5-5 หลังครึ่งแรกจบ 2-2 และมีอีกหกประตูหลังพัก เกมนี้จึงน่าจดจำทั้งเพราะจำนวนสิบประตูและเพราะไม่มีฝ่ายใดรักษาสกอร์นำไว้ได้จนเสียงนกหวีดสุดท้าย
รายงานของลีกเอิงระบุว่านี่เป็นเกมลีกสูงสุดฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 21 เพียงนัดเดียวที่มีสิบประตู ส่วนบริบทก่อนแข่งทำให้ผลลัพธ์ยิ่งสำคัญ บอร์กโดซ์จ่าฝูงแพ้ลีลล์ หากลียงชนะจะขึ้นนำตาราง แต้มเดียวทำให้ลียงยังตามบอร์กโดซ์หนึ่งคะแนน ขณะที่มาร์กเซยอยู่ที่แปดและมีเกมตกค้างหนึ่งนัด
ลียงมาร์กเซย55 เปิดเกมด้วยความเสี่ยงแบบใด
รายชื่อเริ่มต้นช่วยอธิบายว่าทำไมผู้เล่นที่สร้างสรรค์เกมจึงมีจำนวนมาก ลียงใช้มีราเล็ม เปียนิช, ฌอง มากูน และคิม เชลล์สตรอมในแดนกลาง โดยมีซิดนีย์ โกวู, ลิซานโดร โลเปซ และเอแดร์สันอยู่ด้านหน้า มาร์กเซยวางสเตฟ ม็องด็องดาเฝ้าเสา แนวกลางมีสเตฟาน เอ็มเบีย, เบอนัวต์ เชรู และฟาบริซ อาบรีแอล สนับสนุนสามกองหน้า มามาดู เนียง, บาการี โกเน และบรันเดา
กองกลางป้องกันพื้นที่ไม่ทันเมื่อบอลเปลี่ยนแดน
ประตูแรกในนาที 3 มาจากคุณภาพเฉพาะตัวของเปียนิช เขาพักบอลด้วยอกแล้ววอลเลย์ด้วยเท้าขวาส่งบอลใต้คานให้ลียงนำ 1-0 แต่อีกแปดนาทีมาร์กเซยได้ลูกเตะมุม อาบรีแอลเปิดให้ซูเลย์มาน ดิยาวาราโหม่งตีเสมอ ทำให้ทั้งสองทีมกลับมาเริ่มต้นใหม่อย่างรวดเร็ว
สามนาทีต่อมาเปียนิชแย่งบอลได้ในแดนตัวเองแล้วปล่อยโกวูออกวิ่ง กองหน้าลียงพาบอลราว 40 เมตร ตัดเข้ากลางและยิงซ้ายเป็น 2-1 ลำดับนี้แสดงช่องว่างหลังการเสียบอลของมาร์กเซยอย่างชัดเจน เพราะผู้เล่นหนึ่งคนพาบอลจากแดนลึกถึงเขตยิงได้ ทว่าลียงก็ปิดครึ่งแรกไม่สำเร็จ เชรูเก็บบอลหน้าเขตโทษ ขยับหามุมและยิงซ้ายในนาที 44 ให้สกอร์พักครึ่งเป็น 2-2

จากมาร์กเซยนำสู่ลียงแซง
หลังพักเพียงสองนาที อาบรีแอลผ่านผู้เล่นลียงทางซ้ายแล้วเปิดเข้ากลาง โกเนเข้าจบด้วยด้านนอกเท้าเป็น 3-2 นี่เป็นครั้งแรกที่มาร์กเซยขึ้นนำ ก่อนบรันเดาจะทำ 4-2 ในนาที 79 จากการเล่นลูกเตะมุม สองประตูนี้ต่างจากช่วงต้น เพราะทีมเยือนเปลี่ยนจากฝ่ายไล่ตามมาเป็นฝ่ายที่มีระยะห่างสองลูกและเหลือเวลาไม่มาก
การเปลี่ยนตัวเพิ่มทางเลือกก่อนสี่ประตูท้าย
โคลด ปูแอลเปลี่ยนบาเฟติมบี โกมิสแทนเอแดร์สันนาที 55 จากนั้นส่งมิเชล บาสตอสแทนเชลล์สตรอมนาที 68 และเซซาร์ เดลกาโดแทนโกวูนาที 79 ส่วนดีดีเยร์ เดส์ช็องส์ส่งมาติเยอ วัลบูเอนาแทนโกเนนาที 57 และเอดูอาร์ ซิสเซแทนเชรูนาที 68 การเปลี่ยนเหล่านี้เกิดก่อนช่วงที่เกมผลิตห้าประตูในเวลาราว 13 นาทีสุดท้าย
สิ่งที่ยืนยันได้คือผู้เล่นสำรองลียงมีส่วนในประตูสำคัญ โกมิสจ่ายให้เปียนิชก่อนบอลไปถึงบาสตอสที่เสาไกลในประตู 5-4 ส่วนนาที 81 ลิซานโดรพาบอลทะลุเข้าไปยกข้ามม็องด็องดา ลดเหลือ 3-4 อีกไม่กี่นาทีต่อมา กาเบรียล ไฮน์เซทำแฮนด์บอลจากลูกเตะมุม ลิซานโดรยิงจุดโทษเป็น 4-4
ช่วงตั้งแต่นาที 79 ถึง 84 จึงทำให้มาร์กเซยเสียความได้เปรียบสองประตูภายในเวลาไม่กี่นาที ลียงไม่ได้ต้องสร้างรูปเกมใหม่ทั้งหมด แต่เร่งใช้การพาบอลของลิซานโดรและลูกตั้งเตะจนกลับมาเท่ากัน เมื่อบาสตอสยิงนาที 90 จากการประสานของโกมิสกับเปียนิช เจ้าบ้านพลิกจากตาม 2-4 เป็นนำ 5-4 และดูเหมือนจะได้สามคะแนนที่ต้องการ

ประตูสุดท้ายกับหนึ่งแต้ม
เกมยังเหลือจังหวะสุดท้าย มาร์กเซยส่งบอลเข้าเขตโทษหลังทุ่มจากด้านข้าง เกิดการแย่งบอลกลางอากาศและบอลตกใส่เฌเรมี ตูลาล็องเข้าประตูตัวเองในนาที 90+2 สกอร์จึงหยุดที่ 5-5 ลียงขึ้นนำถึงสามครั้งที่ 1-0, 2-1 และ 5-4 แต่มาร์กเซยตอบกลับได้ทุกครั้ง ขณะเดียวกันทีมเยือนก็รักษาการนำ 4-2 ไม่ถึงช่วงจบเกม
สกอร์สูงสะท้อนการควบคุมเกมที่หลุดมือ
คำพูดหลังเกมตรงกับลำดับบนสนาม เดส์ช็องส์ผิดหวังที่ทีมซึ่งตั้งเป้าสูงกลับทำแต้มหล่นทั้งที่นำสองลูกในลียง และเปรียบแนวรับของตัวเองเหมือนทางด่วนที่ไม่มีด่านเก็บเงิน ปูแอลมองว่าเป็นโฆษณาที่ดีของฟุตบอล แต่ย้ำว่าเขาเป็นโค้ช ไม่ใช่แฟน เพราะลียงเกือบมีสามคะแนนอยู่แล้วก่อนเสียจากความสับสนหลังลูกทุ่ม
ตัวเลข 5-5 จึงไม่ได้บอกว่าทั้งสองทีมบุกดีอย่างเดียว รายละเอียดของสิบประตูเผยให้เห็นทั้งคุณภาพเฉพาะตัว การสร้างโอกาสจากเตะมุม การเปลี่ยนบอลจากรับเป็นรุก และความผิดพลาดเมื่อป้องกันพื้นที่หน้ากรอบ ลียงยิงห้าครั้งผ่านผู้เล่นสี่คน ส่วนมาร์กเซยมีผู้ทำประตูสี่คนก่อนปิดท้ายด้วยการทำเข้าประตูตัวเองของตูลาล็อง
มาร์กเซยของเดส์ช็องส์จบฤดูกาล 2009/10 ด้วยแชมป์ลีก ส่วนลียงจบอันดับสอง สำหรับค่ำคืนที่แชร์กลองด์ ทั้งสองฝ่ายสร้างทางเข้าทำได้หลากหลายแต่รักษาความได้เปรียบไว้ไม่ได้ และหนึ่งแต้มเกิดจากการพลิกสกอร์ต่อเนื่องจนถึงช่วงทดเวลา

