บุสเกตส์ก้าวสู่ลาลีกา เหตุใดเด็กทีมสำรองจึงได้บทบาทสำคัญ

เซร์คิโอ บุสเกตส์ ในสีเสื้อบาร์เซโลนา

บุสเกตส์ก้าวสู่ลาลีกา ในเดือนกันยายนปี 2008 ไม่ได้เกิดขึ้นแบบไม่มีที่มา แต่เป็นผลจากเส้นทางที่เขาผ่านทีมสำรองของเป๊ป กวาร์ดิโอลามาก่อนหน้านั้นหนึ่งฤดูกาลเต็ม เด็กจากบาร์เซโลนา บี คนนี้ไม่ได้ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่แบบฉับพลัน แต่มาพร้อมกับความคุ้นเคยกับแนวทางการเล่นที่กวาร์ดิโอลาวางไว้ตั้งแต่ตอนคุมทีมสำรอง และเขาไม่ใช่เด็กปั้นคนเดียวจากลามาเซียที่ได้โอกาสในฤดูกาลนั้น เพราะเปโดร โรดริเกซก็เดินเส้นทางคล้ายกันเช่นกัน ทั้งสองคนกลายเป็นตัวอย่างของการที่สโมสรใหญ่กล้าให้โอกาสผู้เล่นจากทีมสำรองของตัวเองในฤดูกาลที่มีเป้าหมายสูงสุดของปีนั้น แทนที่จะพึ่งพาการซื้อผู้เล่นจากภายนอกเพียงอย่างเดียว

ก่อนประเดิมลีก

ทีมสำรองของเปป

ก่อนที่กวาร์ดิโอลาจะขึ้นมาคุมทีมชุดใหญ่ เขาคุมบาร์เซโลนา บี ในฤดูกาล 2007-08 และดันบุสเกตส์ขึ้นมาเล่นในทีมชุดนั้น ผลงานของทีมสำรองในฤดูกาลนั้นทำได้ถึงขั้นเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกระดับสามของสเปน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บุสเกตส์ได้ซึมซับแนวทางการเล่นที่เน้นการครองบอลและตำแหน่งของกวาร์ดิโอลาตั้งแต่ยังไม่ขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ และเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้เขาไม่ต้องปรับตัวมากนักเมื่อถูกเรียกขึ้นไปเล่นในสนามที่ใหญ่กว่า เมื่อกวาร์ดิโอลาย้ายขึ้นไปคุมทีมชุดใหญ่ในฤดูกาลถัดมา บุสเกตส์จึงเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกดึงตามขึ้นไปด้วย และได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่นัดแรกอย่างเป็นทางการในวันที่ 13 กันยายน 2008 ซึ่งเป็นเกมลีกในบ้านที่เสมอราซิง ซันตันเดร์ไป 1-1 โดยบุสเกตส์ลงเล่นเต็ม 90 นาทีในตำแหน่งกองกลางตัวรับตั้งแต่นัดแรกที่ได้ลงสนาม

งานของกองกลางตัวใหม่

รับบอลก่อนถูกเพรส

ภาพระยะใกล้ของตราสโมสร FCB บนพื้นหญ้าหน้าประตู มีข้อความ MÉS QUE UN CLUB สีเหลืองบนอัฒจันทร์สีน้ำเงินด้านหลัง
ตราสโมสรบาร์เซโลนาบนพื้นสนาม พร้อมข้อความเมสเกอุนกลุบบนอัฒจันทร์คัมป์นู

บทบาทของบุสเกตส์ในตำแหน่งกองกลางตัวรับคือการยืนรับบอลจากแนวรับ แล้วกระจายเกมต่อให้เพื่อนร่วมทีมก่อนที่คู่แข่งจะเข้ามาไล่บอลได้ทัน ซึ่งเป็นงานที่ไม่ได้โดดเด่นด้านสถิติแบบผู้เล่นแนวรุก แต่เป็นส่วนสำคัญของระบบที่กวาร์ดิโอลาต้องการให้ทีมครองบอลได้นานและเล่นออกจากแนวหลังอย่างมั่นคง การที่บุสเกตส์ผ่านระบบเดียวกันนี้มาจากทีมสำรองมาก่อน ทำให้เขาปรับตัวเข้ากับความต้องการของโค้ชได้เร็วกว่าผู้เล่นที่เพิ่งย้ายเข้ามาจากสโมสรอื่น เพราะไม่ต้องเรียนรู้ปรัชญาการเล่นใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ศูนย์เหมือนผู้เล่นที่ซื้อมาจากนอกสโมสร ในสายตาคนดูทั่วไปที่คุ้นกับการชมกองกลางที่จ่ายบอลระยะไกลหรือยิงประตูไกลๆ งานของบุสเกตส์อาจดูธรรมดา แต่สำหรับระบบที่กวาร์ดิโอลาต้องการ การมีคนที่รับบอลได้นิ่งและตัดสินใจส่งบอลเร็วในพื้นที่จำกัดคือฟันเฟืองที่ขาดไม่ได้ ไม่ต่างจากผู้เล่นแนวรุกที่ยิงประตูได้เลย

โอกาสกับการแข่งขันในทีม

บุสเกตส์กับยายาตูเร

ภาพอาคารลามาเซียหลังเก่าสไตล์ชนบทคาตาลันตั้งอยู่หน้าตัวอาคารสนามคัมป์นู มีต้นปาล์มและรถยนต์จอดอยู่ด้านหน้า
อาคารลามาเซียเดิม ศูนย์ฝึกเยาวชนของบาร์เซโลนาที่ตั้งอยู่ข้างสนามคัมป์นู

แม้จะได้ลงเล่นนัดแรกตั้งแต่เดือนกันยายน แต่บุสเกตส์ก็ไม่ได้เป็นตัวเลือกเดียวในตำแหน่งกองกลางตัวรับของทีมฤดูกาลนั้น เขาต้องแข่งขันตำแหน่งกับผู้เล่นทีมชาติที่มีประสบการณ์สูงกว่าอย่างเซย์ดู เคอิต้าและยายา ตูเร ซึ่งทั้งคู่ต่างก็เป็นตัวเลือกที่กวาร์ดิโอลาไว้ใจได้เช่นกัน การแข่งขันตำแหน่งแบบนี้เป็นเรื่องปกติในทีมที่มีเป้าหมายสูงอย่างบาร์เซโลนาฤดูกาลนั้น เพราะกวาร์ดิโอลาต้องการตัวเลือกสำรองที่พร้อมลงเล่นได้ในทุกรายการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นลาลีกา โกปาเดลเรย์ หรือแชมเปียนส์ลีกที่ทีมต้องแข่งขันควบคู่กันตลอดฤดูกาล แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของบุสเกตส์น่าสนใจคือแม้จะเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มตัวเลือกตำแหน่งนี้ เขากลับได้รับความไว้วางใจให้ลงเป็นตัวจริงในนัดชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกปี 2009 ซึ่งเป็นนัดใหญ่ที่สุดของฤดูกาล ส่วนเปโดรที่ผ่านเส้นทางคล้ายกันจากบาร์เซโลนา บี ก็ได้ลงเล่นนัดแรกอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2008 ในเกมชนะวิสวา คราคุฟ 4-0 รอบคัดเลือกแชมเปียนส์ลีก ก่อนจะได้ลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่มครั้งแรกวันที่ 16 กันยายน โดยเป็นตัวสำรองแทนตีแยร์รี อองรีในเกมชนะสปอร์ติงลิสบอน 3-1 ตลอดฤดูกาลนั้นเปโดรลงเล่นรวม 14 นัดในตำแหน่งปีก และได้ลงเป็นตัวสำรองช่วงทดเวลาบาดเจ็บในนัดชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกที่ทีมชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 2-0 ที่กรุงโรมด้วย

เส้นทางของบุสเกตส์ก้าวสู่ลาลีกา จึงไม่ใช่แค่เรื่องของผู้เล่นคนเดียวที่โชคดีได้โอกาส แต่เป็นภาพรวมของระบบการปั้นผู้เล่นจากทีมสำรองที่กวาร์ดิโอลาวางรากฐานไว้ตั้งแต่ก่อนขึ้นมาคุมทีมชุดใหญ่ ทั้งบุสเกตส์ในตำแหน่งกองกลางตัวรับและเปโดรในตำแหน่งปีก ต่างก็เป็นผลผลิตของแนวทางเดียวกัน แม้ทั้งคู่จะต้องแข่งขันตำแหน่งกับผู้เล่นทีมชาติที่มีชื่อเสียงมากกว่า แต่สุดท้ายทั้งสองคนก็มีบทบาทในนัดชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกของฤดูกาลแรกที่กวาร์ดิโอลาคุมทีมชุดใหญ่ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าความไว้วางใจที่ให้กับผู้เล่นดาวรุ่งของสโมสรไม่ได้เป็นแค่ท่าทีในการแถลงข่าวเท่านั้น แต่สะท้อนออกมาเป็นเวลาลงสนามจริงในนัดที่สำคัญที่สุดของฤดูกาลด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO