เมสซีฟอลส์ไนน์2009 พื้นที่ที่เปลี่ยนเกมเบร์นาเบว

ลิโอเนล เมสซี ในสีเสื้อบาร์เซโลนา

เมสซีฟอลส์ไนน์2009 คือคำที่มักถูกพูดถึงเมื่อย้อนไปดูฤดูกาลแรกที่เป๊ป กวาร์ดิโอลาคุมทีมบาร์เซโลนา เพราะในทีมชุดนั้นเมสซีไม่ได้ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าแบบดั้งเดิม แต่มักถอยลงมารับบอลในพื้นที่ระหว่างแดนกลางกับแนวรุก ปล่อยให้เพื่อนร่วมทีมวิ่งเข้าไปใช้พื้นที่ว่างแทน ซึ่งเป็นบทบาทที่ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของตำแหน่งฟอลส์ไนน์ในวงการฟุตบอลยุคหลัง และเกมที่มักถูกหยิบยกมาอธิบายภาพนี้คือนัดที่บาร์เซโลนาเยือนชนะเรอัลมาดริดถึง 6-2 ที่สนามซานติอาโก เบร์นาเบว เกมที่หลายคนมองว่าเป็นภาพจำที่ชัดเจนที่สุดภาพหนึ่งของสไตล์การเล่นในยุคกวาร์ดิโอลา ไม่ใช่แค่เพราะสกอร์ที่ห่างกันมาก แต่เพราะวิธีที่ทีมเยือนบุกทำประตูตลอดทั้งเกม

ปัญหาที่มาดริดต้องเลือก

ตามลงมาหรือรักษาแนว

วันที่ 2 พฤษภาคม 2009 เรอัลมาดริดซึ่งคุมทีมโดยฆวนเด รามอสในตอนนั้น ต้องเจอกับโจทย์ยากตั้งแต่ผู้เล่นตัวจริงของบาร์เซโลนาถูกประกาศออกมา ทีมเยือนส่งบัลเดส ดานี อัลเวส ปูโยล ปิเก้ อาบิดัล ยายา ตูเร อีเนียสตา ชาบี อองรี เมสซี และเอโต้ลงสนาม โดยแนวรุกสามคนหน้าสุดคืออองรี เมสซี และเอโต้ เมสซีในทีมชุดนี้ไม่ได้ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าที่รอบอลอยู่หน้าประตูตามตำแหน่งเบอร์ 9 แบบดั้งเดิม แต่มักถอยลงมารับบอลในพื้นที่กลางสนาม ซึ่งเป็นบทบาทที่ทำให้ทีมฝ่ายรับโดยทั่วไปต้องเผชิญโจทย์ยากว่าจะตามลงมาประกบในพื้นที่ที่ไม่ใช่โซนของตัวเอง หรือจะรักษาแนวรับไว้ตามเดิมแล้วปล่อยให้เขารับบอลได้อย่างอิสระ ทั้งสองทางเลือกล้วนมีความเสี่ยง เพราะการตามลงมาจะทำให้แนวรับเสียรูปและเปิดช่องว่างด้านหลัง ขณะที่การไม่ตามก็เท่ากับปล่อยให้ผู้เล่นที่จ่ายบอลได้แม่นยำที่สุดคนหนึ่งของทีมยืนเล่นบอลได้โดยไม่มีใครกวน

เมสซีถอยแล้วใครวิ่ง

เอโตและอองรีใช้พื้นที่

ภาพอัฒจันทร์ภายในสนามที่มีคำว่า เรอัล มาดริด ซี.เอฟ. สลักไว้บนเบาะที่นั่งสีน้ำเงิน
อัฒจันทร์ภายในสนามซานติอาโก เบร์นาเบว ที่สลักชื่อเรอัลมาดริดไว้บนเบาะที่นั่ง

หลักการทั่วไปของบทบาทฟอลส์ไนน์คือ เมื่อกองหน้าตัวกลางถอยลงมารับบอล คู่แข่งจะต้องเลือกว่าจะดึงกองหลังตามลงมาหรือไม่ ซึ่งไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็มักเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นริมเส้นอย่างอองรีและเอโต้มีโอกาสสอดขึ้นไปใช้ประโยชน์ในแดนหน้าได้มากขึ้น สิ่งที่ยืนยันได้ชัดเจนจากเกมนี้คือผลประตูที่เกิดขึ้นจริง อองรีทำได้ 2 ประตู เมสซีทำได้ 2 ประตู ส่วนปูโยลกับปิเก้ยิงได้คนละ 1 ประตู รวมเป็น 6 ประตูที่ทีมเยือนทำได้ในเกมนี้ ประตูของปูโยลเกิดขึ้นจากการโหม่งในนาทีที่ 21 ซึ่งเขาฉลองด้วยการจูบปลอกแขนกัปตันทีมคาตาลันต่อหน้าแฟนบอลเจ้าถิ่น เป็นภาพที่ถูกจดจำมาจนถึงทุกวันนี้ การที่ประตูกระจายไปตามผู้เล่นหลายตำแหน่ง ไม่ใช่แค่เมสซีคนเดียว สะท้อนว่าการถอยของเขาไม่ได้ทำให้ทีมขาดคนทำประตู แต่กลับเปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้มากขึ้นกว่าเดิม แม้แต่กองหลังอย่างปูโยลและปิเก้ก็ยังมีชื่อบนกระดานผู้ทำประตูของค่ำคืนนั้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าทีมนี้ไม่ได้พึ่งพาแค่แนวรุกในการทำประตูเพียงอย่างเดียว

ชัยชนะกับตารางลุ้นแชมป์

2พฤษภาคมยังไม่ใช่วันแชมป์

ภาพมุมกว้างของสนามหญ้าและอัฒจันทร์สีน้ำเงินโดยรอบภายในสนามซานติอาโก เบร์นาเบวยุคปัจจุบัน
บรรยากาศภายในสนามซานติอาโก เบร์นาเบวในยุคปัจจุบัน มองเห็นสนามหญ้าและอัฒจันทร์โดยรอบ

แม้ผลชนะ 6-2 ในบ้านคู่แข่งตลอดกาลจะเป็นชัยชนะที่หนักแน่นและถูกพูดถึงมากที่สุดนัดหนึ่งของฤดูกาล แต่วันที่ 2 พฤษภาคมยังไม่ใช่วันที่บาร์เซโลนายืนยันแชมป์ลาลีกาอย่างเป็นทางการ เพราะฤดูกาลยังเหลือการแข่งขันอีกหลายนัด บาร์เซโลนากว่าจะได้ยกถ้วยแชมป์อย่างเป็นทางการก็ต้องรอถึงวันที่ 16 พฤษภาคม 2009 ซึ่งเป็นวันที่บียาร์เรอัลเอาชนะเรอัลมาดริด 3-2 ในอีกสนามหนึ่ง ผลการแข่งขันนัดนั้นเองที่ยืนยันให้บาร์เซโลนาคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ทั้งที่ยังเหลือการแข่งขันอีก 3 นัดในตารางฤดูกาลนั้น เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าทีมที่ทำให้คู่แข่งของบาร์เซโลนาต้องแพ้จนยืนยันแชมป์ให้ทีมอื่นได้ ไม่ใช่ทีมใหญ่ในลีก แต่เป็นบียาร์เรอัลที่จบฤดูกาลก่อนหน้านั้นด้วยอันดับสองของตัวเอง เมื่อฤดูกาลจบลง บาร์เซโลนาสะสมได้ 87 คะแนน ส่วนเรอัลมาดริดจบเป็นอันดับสองด้วย 78 คะแนน ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าเกม 6-2 ที่เบร์นาเบวเป็นเพียงจุดหนึ่งบนเส้นทางสู่แชมป์ ไม่ใช่จุดที่ตัดสินทุกอย่างในทันที แม้จะเป็นเกมที่ส่งสัญญาณชัดเจนว่าทีมไหนกำลังแข็งแกร่งกว่ากันในเวลานั้น

เรื่องราวของเมสซีฟอลส์ไนน์2009 จึงไม่ได้เป็นแค่การเล่าสกอร์ 6-2 ที่น่าจดจำ แต่เป็นภาพของแนวคิดการเล่นที่เปลี่ยนวิธีที่แนวรับต้องคิดเวลาเจอกองหน้าที่ไม่ยืนอยู่กับที่ ทั้งปัญหาที่มาดริดต้องเลือกระหว่างตามหรือรักษาแนว การที่อองรีกับเอโต้ได้ใช้พื้นที่ที่เมสซีเปิดให้ และบริบทของตารางคะแนนที่ยืนยันว่าแชมป์ยังต้องรอไปอีกสองสัปดาห์หลังจากนั้น เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าฟุตบอลสมัยใหม่เปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อตำแหน่งของผู้เล่นไม่ได้ถูกกำหนดตายตัวอีกต่อไป และทำไมนักวิเคราะห์เกมรุ่นหลังจึงยังหยิบเกมนี้ขึ้นมาพูดถึงทุกครั้งที่ต้องอธิบายว่าฟอลส์ไนน์ทำงานอย่างไรในสนามจริง ไม่ใช่แค่ในทฤษฎีบนกระดาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO