สตราสบูร์ก 1979 ทีมแชมป์กับรากฟุตบอลอัลซาซ

สนาม Stade de la Meinau ของสตราสบูร์ก

สตราสบูร์ก 1979 คือฤดูกาลที่ราชิงคลับแห่งแคว้นอัลซาซคว้าแชมป์ดิวิชันหนึ่งของฝรั่งเศสได้เป็นครั้งแรก ภายใต้การคุมทีมของฌิลแบร์ เกรส เพียงสองปีหลังทีมกลับขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุด เรื่องราวนี้มักถูกเล่าผ่านภาพจำว่าเป็นทีมนักเตะท้องถิ่นล้วน แต่ความจริงมีทั้งผู้เล่นที่เติบโตในแคว้นอัลซาซและผู้เล่นจากที่อื่นที่เกรสนำมาผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ การเข้าใจเส้นทางของสตราสบูร์กในช่วงปลายทศวรรษ 1970 จึงต้องแยกสองเรื่องออกจากกันให้ชัดเจน คือขั้นตอนการเลื่อนชั้นกลับสู่ลีกสูงสุด กับขั้นตอนการสร้างทีมจนคว้าแชมป์ได้จริงในเวลาต่อมา เพราะทั้งสองเรื่องมีรายละเอียดที่ต่างกันและมักถูกเล่ารวมกันจนขาดความชัดเจน

ทีมเดินทางจากดิวิชันสองอย่างไร

ฤดูกาล 1976/77 สตราสบูร์กเป็นแชมป์กลุ่มบีของดิวิชันสอง ส่วนโมนาโกเป็นแชมป์กลุ่มเอ ทั้งสองทีมต้องลงเล่นเพลย์ออฟกันเพื่อชิงตำแหน่งแชมป์ดิวิชันสองอย่างเป็นทางการ ผลปรากฏว่าสตราสบูร์กเป็นฝ่ายชนะ โดยชนะนัดแรกในบ้าน 2-0 แล้วบุกไปเสมอโมนาโก 1-1 ในนัดที่สอง ทำให้ราชิงได้ครองตำแหน่งแชมป์ดิวิชันสองประจำฤดูกาลนั้น และเลื่อนชั้นขึ้นดิวิชันหนึ่งพร้อมกับโมนาโกในฤดูกาล 1977/78 การไต่กลับขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดครั้งนี้ใช้เวลาสร้างทีมต่อเนื่องอีกเพียงหนึ่งฤดูกาลก่อนจะไปถึงจุดสูงสุด เพราะพอเข้าสู่ฤดูกาล 1978/79 สตราสบูร์กก็ผงาดขึ้นเป็นแชมป์ลีกได้สำเร็จ กลายเป็นสโมสรที่ใช้เวลาไม่นานจากการเลื่อนชั้นสู่การเป็นแชมป์ประเทศ ระบบการแข่งขันในยุคนั้นทำให้ทีมที่ครองอันดับต้นของแต่ละกลุ่มในดิวิชันสองต้องพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งผ่านเพลย์ออฟก่อนจะได้ตำแหน่งแชมป์อย่างเป็นทางการ แม้ตำแหน่งเลื่อนชั้นจะตัดสินจากอันดับตารางโดยรวมของแต่ละกลุ่มอยู่แล้วก็ตาม จุดนี้ทำให้เห็นว่าเส้นทางกลับสู่ลีกสูงสุดของสตราสบูร์กไม่ได้ราบรื่นแบบทีมที่ครองอันดับหนึ่งชัดเจนตั้งแต่ต้นฤดูกาล แต่ต้องผ่านการพิสูจน์ฝีมือในเกมตัดสินอีกรอบหนึ่งก่อน

นักเตะท้องถิ่นมีบทบาทใดที่ตรวจได้

ทางเข้าอัฒจันทร์ฝั่งตะวันตกของสนามลาเมโน เห็นป้าย OUEST 1 และที่นั่งด้านในลิบ ๆ
ทางเข้าฝั่งตะวันตกของสนามลาเมโน

ในทีมชุดแชมป์ปี 1978/79 มีผู้เล่นที่มีรากในแคว้นอัลซาซอยู่จริง เช่น โรลองด์ วากเนอร์ และอัลแบร์ แฌมริช ซึ่งทั้งคู่เป็นกำลังสำคัญของทีมตลอดฤดูกาล นอกจากนี้ยังมีแรมง โดเมเนก ร่วมทีมอยู่ด้วย ซึ่งภายหลังกลายเป็นผู้จัดการทีมชาติฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียง อย่างไรก็ตาม การบอกว่าทั้งทีมเป็นคนท้องถิ่นล้วนคงเป็นการมองข้ามความจริงไปพอสมควร เพราะทีมชุดนี้ประกอบด้วยผู้เล่นจากหลายพื้นที่ของฝรั่งเศสที่เกรสดึงเข้ามาเสริมทัพ ความน่าสนใจอยู่ที่การผสมผสานระหว่างผู้เล่นที่เติบโตมากับสโมสรและรู้จักบรรยากาศสนามลาเมโนเป็นอย่างดี กับผู้เล่นที่เข้ามาเติมเต็มตำแหน่งที่ทีมยังขาดอยู่ วิธีคิดเช่นนี้ต่างจากการมองว่าความสำเร็จเกิดจากอัตลักษณ์ท้องถิ่นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการจัดสรรกำลังคนให้ลงตัวมากกว่า วากเนอร์เองเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้เล่นที่ทีมไว้วางใจในเกมสำคัญ เพราะเขาคือผู้ที่ยิงประตูชี้ขาดได้ในนัดปิดฤดูกาล ส่วนโดเมเนกซึ่งขณะนั้นยังเป็นเพียงผู้เล่นในทีม ก็เป็นอีกหนึ่งชื่อที่ภายหลังถูกจดจำมากขึ้นจากบทบาทที่แตกต่างไปจากยุคที่เขายังลงสนามให้สตราสบูร์ก การมองเห็นสายสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นเหล่านี้กับพื้นที่จึงควรอ่านอย่างระมัดระวัง ไม่ใช้คำว่าทีมท้องถิ่นเหมารวมทั้งสโมสร แต่ควรมองแยกเป็นรายบุคคลตามข้อมูลที่ยืนยันได้จริง

โครงสร้างการเล่นของเกรสอธิบายจากอะไร

ฌิลแบร์ เกรส ในฐานะผู้จัดการทีม เป็นผู้ที่ได้รับการจดจำจากแนวทางการวางระบบทีมที่ชัดเจนในยุคนั้น แม้รายละเอียดเชิงยุทธวิธีแบบนัดต่อนัดจะหาอ่านได้ยากในปัจจุบัน แต่ผลงานที่ต่อเนื่องตลอดฤดูกาล 1978/79 ก็สะท้อนว่าเขาสามารถทำให้ผู้เล่นทั้งสองกลุ่มที่กล่าวถึงข้างต้นเล่นเข้าขากันได้ดี ทีมที่นำโดยเกรสไม่ได้พึ่งพาผู้เล่นคนใดคนหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่อาศัยความสม่ำเสมอของผลงานเป็นทีมตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้สตราสบูร์กสามารถแข่งขันกับสโมสรใหญ่ในลีกได้ตลอดฤดูกาลโดยไม่ตกขบวนไปจากกลุ่มลุ้นแชมป์ สำหรับผู้อ่านที่ต้องการเข้าใจวิธีแข่งขันของสโมสรฝรั่งเศสในช่วงเวลานี้ จุดที่ควรสังเกตคือทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาไม่จำเป็นต้องใช้เวลาหลายปีในการปรับตัว หากผู้จัดการทีมสามารถวางโครงสร้างทีมที่ชัดเจนตั้งแต่ปีแรก และให้ผู้เล่นแต่ละคนรู้บทบาทของตัวเองในระบบอย่างแน่นอน มากกว่าจะปล่อยให้ทีมเล่นไปตามสัญชาตญาณของผู้เล่นแต่ละคนโดยไม่มีทิศทางร่วมกัน

นัดที่ลียงยืนยันผลสำเร็จอย่างไร

ด้านนอกสนามลาเมโนอีกมุมหนึ่ง มีต้นไม้ใหญ่และรั้วเหล็กล้อมพื้นที่โดยรอบ
พื้นที่โดยรอบด้านนอกสนามลาเมโน

ฤดูกาล 1978/79 ปิดฉากลงในวันที่ 1 มิถุนายน 1979 ด้วยนัดที่สตราสบูร์กเดินทางไปเยือนลียง ผลการแข่งขันนัดนี้เองที่ยืนยันตำแหน่งแชมป์ลีกให้กับราชิงอย่างเป็นทางการ โดยโรลองด์ วากเนอร์ยิงได้ถึงสองประตูในนัดนี้ ขณะที่แอร์ลาเชร์ยิงเพิ่มอีกหนึ่งประตู ทำให้ทีมปิดฉากฤดูกาลด้วยการคว้าแชมป์สมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงสองปีหลังจากเลื่อนชั้นกลับสู่ดิวิชันหนึ่ง ซึ่งสะท้อนว่าการวางรากฐานทีมของเกรสตั้งแต่ปีแรกในลีกสูงสุดได้ผลจริง ไม่ใช่เพียงการเข้ามาเล่นให้ครบฤดูกาลโดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน สำหรับผู้ที่ติดตามประวัติศาสตร์ลีกเอิง นัดที่ลียงจึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่แยกสตราสบูร์กออกจากทีมเลื่อนชั้นทั่วไปที่มักใช้เวลาหลายปีกว่าจะแข่งขันเพื่อแชมป์ได้จริง แม้แหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบได้ในปัจจุบันจะไม่ระบุตัวเลขผู้ชมหรือรายละเอียดจังหวะเกมทั้งหมดของนัดนั้น แต่ผลประตูและชื่อผู้ทำประตูก็เพียงพอที่จะยืนยันว่าเกียรติประวัติแชมป์สมัยแรกของสโมสรเกิดขึ้นจริงในวันดังกล่าว และยังคงเป็นฤดูกาลที่แฟนบอลราชิงย้อนกลับไปพูดถึงเสมอเมื่อพูดถึงยุครุ่งเรืองของสโมสรในช่วงปลายทศวรรษ 1970

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO