บาเลนเซียแชมป์2002 เบนิเตซเปลี่ยนทีมลุ้นถ้วยสู่ทีมแชมป์ลีก

ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือ บาเลนเซีย

บาเลนเซียแชมป์2002 คือฤดูกาลที่บาเลนเซียกลับมาคว้าแชมป์ลาลีกาได้อีกครั้งหลังรอคอยมานานถึง 31 ปี ภายใต้การคุมทีมของราฟาเอล เบนิเตซ โค้ชที่เข้ามารับช่วงต่อจากเอกตอร์ กูเปร์ ผู้เคยพาทีมเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกสองปีติดต่อกันแต่ไม่เคยคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ เรื่องราวของฤดูกาลนี้จึงเป็นเรื่องของการเปลี่ยนเป้าหมายจากการลุ้นถ้วยยุโรปมาเป็นการรักษาความสม่ำเสมอตลอดทั้งฤดูกาลในลีกแทน สำหรับสโมสรที่เพิ่งผ่านความผิดหวังในนัดชิงชนะเลิศระดับทวีปมาแล้วสองปีติดต่อกัน การคว้าแชมป์ลีกในประเทศจึงมีความหมายไม่น้อยไปกว่าการได้เข้าชิงถ้วยยุโรปเลย

ทีมที่เบนิเตซได้รับ

ราฟาเอล เบนิเตซ เข้ามาคุมทีมบาเลนเซียโดยรับช่วงต่อจากเอกตอร์ กูเปร์ โค้ชชาวอาร์เจนตินาที่เพิ่งพาทีมเข้าชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกถึงสองฤดูกาลติดต่อกัน ทั้งที่แพ้เรอัลมาดริด 0-3 ที่กรุงปารีสในนัดชิงปี 2000 และแพ้บาเยิร์น มิวนิกในการดวลจุดโทษที่มิลานในนัดชิงปี 2001 ทีมที่เบนิเตซรับช่วงต่อจึงเป็นทีมที่มีประสบการณ์ระดับสูงสุดของทวีปยุโรปอยู่แล้ว แต่ยังขาดความสำเร็จในบ้านของตัวเองคือแชมป์ลาลีกา การเข้าชิงชนะเลิศระดับทวีปสองปีติดต่อกันโดยไม่เคยคว้าแชมป์ได้เลยสักครั้งย่อมสร้างแรงกดดันให้ผู้เล่นชุดนี้ไม่น้อย เพราะแฟนบอลและสื่อมวลชนต่างตั้งคำถามว่าเมื่อไหร่ทีมชุดนี้จะสามารถเปลี่ยนการเข้าใกล้ความสำเร็จให้กลายเป็นถ้วยแชมป์จริงเสียที

จากกูเปร์สู่เบนิเตซ

การเปลี่ยนโค้ชจากกูเปร์มาเป็นเบนิเตซไม่ได้มาพร้อมกับการปรับทีมใหม่ทั้งหมด เพราะผู้เล่นแกนหลักของทีมชุดที่เข้าชิงยุโรปสองปียังคงอยู่กับทีมต่อเนื่อง สิ่งที่เปลี่ยนไปคือแนวทางการทำทีมที่เบนิเตซให้ความสำคัญกับความสม่ำเสมอตลอดฤดูกาลลีกมากกว่าจะทุ่มทุกอย่างไปกับนัดชี้ขาดในถ้วยยุโรปเพียงไม่กี่นัด ระหว่างฤดูกาลทีมของเบนิเตซเคยเผชิญช่วงเวลายากลำบากหลังพ่ายแพ้เรอัลมาดริดไป 0-1 ที่สนามซานติอาโก เบร์นาเบว แต่ทีมสามารถฟื้นตัวกลับมาได้และเดินหน้าสู่เป้าหมายแชมป์ลีกต่อไป การที่ทีมยังคงรักษาเป้าหมายเดิมเอาไว้ได้แม้ต้องเจอความพ่ายแพ้ในสนามของคู่แข่งสำคัญอย่างเรอัลมาดริด แสดงให้เห็นว่าความมั่นใจของผู้เล่นในระบบของเบนิเตซไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลการแข่งขันเพียงนัดเดียว

สมดุลกองกลางและแนวรับ

ผู้เล่นสำคัญของทีมชุดนี้ในตำแหน่งกองกลางคือดาบิด อัลเบลดาและรูเบน บาราฆา ซึ่งทำหน้าที่คนละแบบแต่เสริมกันได้อย่างลงตัว รวมถึงซานติอาโก กานิซาเรส ผู้รักษาประตูที่เป็นเสาหลักของแนวรับตลอดฤดูกาล การมีผู้รักษาประตูและกองกลางคู่ที่เล่นด้วยกันมานานอยู่แล้วตั้งแต่ยุคกูเปร์ ทำให้ทีมไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวมากในการทำความเข้าใจระบบใหม่ของเบนิเตซ ความต่อเนื่องของผู้เล่นชุดนี้ตั้งแต่ยุคกูเปร์มาจนถึงยุคเบนิเตซจึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การเปลี่ยนโค้ชไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผลงานในสนามมากเท่าที่หลายฝ่ายเคยกังวลไว้ก่อนฤดูกาลจะเริ่มต้น

สนามเมสตายามองจากระยะไกล เห็นอัฒจันทร์แทรกอยู่ท่ามกลางตึกอาคารของเมืองบาเลนเซียและเส้นขอบทะเลด้านหลัง
สนามเมสตายามองจากระยะไกลท่ามกลางตัวเมืองบาเลนเซีย

อัลเบลดากับบาราฆา

อัลเบลดาทำหน้าที่เป็นกองกลางตัวรับที่คอยตัดเกมและปิดพื้นที่หน้าแนวรับ ขณะที่บาราฆาเล่นในตำแหน่งที่ขยับขึ้นมาช่วยเกมรุกได้มากกว่า การแบ่งบทบาทที่ชัดเจนระหว่างผู้เล่นสองคนนี้ทำให้กองกลางของบาเลนเซียมีทั้งความมั่นคงในเกมรับและความสามารถในการเดินเกมขึ้นหน้าเมื่อมีจังหวะ ระบบเช่นนี้ต่างจากภาพจำที่หลายคนมองว่าทีมของเบนิเตซเป็นทีมที่เน้นเกมรับเพียงอย่างเดียว เพราะในความเป็นจริงทีมยังคงมีผู้เล่นที่ทำหน้าที่เชื่อมเกมรุกอยู่ในตำแหน่งกองกลางเช่นกัน

31ปีสิ้นสุดที่มาลากา

บาเลนเซียคว้าแชมป์ลาลีกาอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 พฤษภาคม 2002 ด้วยการลงเล่นที่สนามลาโรซาเลดาของมาลากา ประตูจากอายาลาและฟาบิโอ เอาเรลิโอเป็นตัวช่วยให้ทีมได้รับชัยชนะในนัดที่ปิดฉากการรอคอยแชมป์ลีกมาอย่างยาวนาน แชมป์ครั้งนี้เป็นแชมป์ลาลีกาสมัยที่ห้าในประวัติศาสตร์สโมสร และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1971 ที่บาเลนเซียได้ครองตำแหน่งแชมป์ลีกอีกครั้ง

ป้ายชื่อเมสตายาและตราสโมสรบาเลนเซียติดอยู่เหนือทางเข้าหลักของสนาม
ป้ายชื่อสนามเมสตายาเหนือทางเข้าหลัก สนามเหย้าของบาเลนเซีย

แชมป์ที่ลาโรซาเลดา

ระยะเวลา 31 ปีระหว่างแชมป์ลาลีกาสมัยที่สี่กับสมัยที่ห้าของบาเลนเซียเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานพอจะทำให้แฟนบอลรุ่นหนึ่งไม่เคยเห็นสโมสรของตัวเองคว้าแชมป์ลีกมาก่อนเลย การได้แชมป์ที่สนามของทีมอื่นอย่างลาโรซาเลดาแทนที่จะเป็นสนามเหย้าตัวเองที่เมสตายา ก็ไม่ได้ลดทอนความหมายของชัยชนะครั้งนี้ลงแต่อย่างใด เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือผลการแข่งขันที่ยืนยันว่าทีมที่เคยเข้าใกล้ความสำเร็จในยุโรปแต่พลาดหวังมาสองครั้งติดต่อกัน สามารถเปลี่ยนความผิดหวังนั้นให้กลายเป็นความสำเร็จในบ้านของตัวเองได้ในที่สุด และเป็นการปิดฉากทศวรรษที่บาเลนเซียใกล้เคียงความสำเร็จระดับสูงสุดของทวีปยุโรปมาโดยตลอดแต่ยังขาดถ้วยในประเทศเป็นชิ้นสุดท้ายที่ต้องเติมเต็ม เมื่อมองย้อนกลับไป ฤดูกาล 2001-02 จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บาเลนเซียกลายเป็นสโมสรที่มีทั้งประสบการณ์ระดับทวีปยุโรปและแชมป์ในประเทศควบคู่กัน ซึ่งเป็นฐานที่ทำให้ทีมพร้อมสำหรับความสำเร็จเพิ่มเติมในปีต่อ ๆ มา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO