เวสต์บรอมหนีตกชั้น 2005 วันสุดท้ายที่ต้องติดตามหลายสนาม

สนาม The Hawthorns ของเวสต์บรอมวิช อัลเบียน

เวสต์บรอมหนีตกชั้น 2005 คือหนึ่งในเรื่องราวการดิ้นรนเอาชีวิตรอดที่โด่งดังที่สุดเรื่องหนึ่งของพรีเมียร์ลีก เพราะทีมที่เคยรั้งอันดับบ๊วยของตารางในวันคริสต์มาสกลับสามารถพลิกสถานการณ์รักษาสถานะทีมลีกสูงสุดไว้ได้สำเร็จในนัดสุดท้ายของฤดูกาล ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะเงื่อนไขการอยู่รอดไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลงานของตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยผลการแข่งขันคู่ขนานจากสนามอื่นประกอบกันด้วย เรื่องราวของฤดูกาลนั้นจึงไม่ได้เป็นเพียงบทสรุปของทีมเดียว แต่เป็นการเชื่อมโยงชะตากรรมของทีมหลายทีมในโซนอันตรายเข้าด้วยกันในบ่ายวันเดียว ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในวันสุดท้ายของฤดูกาลที่ถูกเล่าขานมากที่สุดวันหนึ่งในประวัติศาสตร์ลีก

สถานะบ๊วยคริสต์มาสบอกอะไรได้แค่ไหน

ในวันคริสต์มาสปี 2004 เวสต์บรอมวิช อัลเบียน รั้งอันดับบ๊วยของตารางพรีเมียร์ลีก และตามหลังโซนปลอดภัยอยู่ถึง 8 คะแนน สถานการณ์ในตอนนั้นดูเหมือนทีมจะตกชั้นแทบจะแน่นอนแล้ว สโมสรเพิ่งแต่งตั้งไบรอัน ร็อบสัน เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2004 ก่อนหน้าวันคริสต์มาสเพียงหนึ่งเดือนครึ่งเท่านั้น เท่ากับว่าร็อบสันมีเวลาไม่มากนักในการพลิกฟื้นทีมที่กำลังจมอยู่ท้ายตารางให้กลับมาสู้เพื่อความอยู่รอดได้ทันฤดูกาล การตามหลังโซนปลอดภัยถึง 8 คะแนนในช่วงกลางฤดูกาลถือเป็นระยะห่างที่กว้างมากสำหรับทีมที่เหลือเวลาแข่งขันไม่ถึงครึ่งฤดูกาล เพราะนั่นหมายความว่าทีมต้องเก็บคะแนนในนัดที่เหลือให้ได้มากกว่าคู่แข่งในโซนตกชั้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่แทบไม่มีที่ว่างให้เสียแต้มโดยไม่จำเป็นอีกต่อไป

ก่อนนัดสุดท้ายใครมีโอกาสอยู่รอด

เมื่อฤดูกาลเดินทางมาถึงนัดสุดท้าย การลุ้นหนีตกชั้นเหลือทีมที่เกี่ยวข้องอยู่ไม่กี่ทีมในโซนอันตรายของตาราง โดยเวสต์บรอมเป็นหนึ่งในทีมที่ต้องพึ่งทั้งผลงานของตัวเองและผลจากสนามอื่นไปพร้อมกัน สถานการณ์เช่นนี้ทำให้นัดสุดท้ายของฤดูกาลกลายเป็นวันที่แฟนบอลของทีมในโซนเสี่ยงต้องติดตามผลจากหลายสนามพร้อมกันแบบนาทีต่อนาที เพราะผลจากสนามหนึ่งอาจเปลี่ยนชะตากรรมของอีกทีมหนึ่งได้ทันทีโดยที่ทีมนั้นไม่ได้ลงเล่นด้วยตัวเอง ธรรมเนียมของพรีเมียร์ลีกที่จัดให้ทุกนัดของสัปดาห์สุดท้ายแข่งขันพร้อมกันในเวลาเดียวกันทั้งหมด ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ทีมใดทีมหนึ่งได้เปรียบจากการรู้ผลของอีกสนามก่อนที่เกมของตัวเองจะจบลง กติกาข้อนี้ยิ่งทำให้ความตึงเครียดของวันตัดสินชะตากรรมทวีความเข้มข้นขึ้นไปอีก เพราะทุกทีมต้องเล่นเกมของตัวเองไปพร้อมกับความไม่แน่นอนจากสนามอื่นที่ยังไม่รู้ผลจนถึงวินาทีสุดท้าย

อาคารเดอะ พับลิก ผนังสีดำมีช่องกระจกทรงกลมสีสันแปลกตาในเมืองเวสต์บรอมวิช
อาคารเดอะ พับลิก ศูนย์ศิลปะในเมืองเวสต์บรอมวิช บ้านของสโมสรเวสต์บรอมวิช อัลเบียน

ความตึงเครียดของสถานการณ์เช่นนี้เป็นสิ่งที่ทำให้วันสุดท้ายของฤดูกาลในโซนหนีตกชั้นมักถูกจดจำมากกว่าการแข่งขันชิงแชมป์เสียอีก เพราะทุกฝ่ายรู้ดีว่าไม่มีใครสามารถควบคุมชะตากรรมของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ ต่อให้ทีมของตัวเองทำผลงานได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วก็ตาม

ผลหลายสนามเปลี่ยนเงื่อนไขอย่างไร

ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2005 ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายของฤดูกาล เวสต์บรอมเอาชนะพอร์ตสมัธที่บ้านไปได้ 2-0 ขณะเดียวกันในสนามอื่น นอริช ซิตี พ่ายฟูแล่มยับเยินถึง 0-6 เซาแธมป์ตันแพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2 และคริสตัล พาเลซทำได้เพียงเสมอชาร์ลตัน แอธเลติก 2-2 ผลลัพธ์จากทั้งสี่สนามที่ออกมาพร้อมกันทำให้เวสต์บรอมกลายเป็นทีมเดียวในกลุ่มเสี่ยงตกชั้นที่รอดพ้นสถานะนั้นไปได้ ส่วนอีกสามทีมต้องตกชั้นกลับสู่ดิวิชั่นระดับรองในฤดูกาลถัดไปแทน หากมองแยกเป็นรายสนาม ผลการแข่งขันของเวสต์บรอมเองที่บ้านถือว่าเป็นไปตามที่ทีมต้องการอย่างสมบูรณ์ แต่สิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์สุดท้ายกลายเป็นไปในทางบวกสำหรับพวกเขาคือผลจากอีกสามสนามที่ล้วนออกมาไม่เป็นคุณกับคู่แข่งในโซนเดียวกันพร้อมกันทั้งหมด ซึ่งเป็นความบังเอิญที่เกิดขึ้นได้ยากหากทุกทีมต่างพยายามสุดความสามารถในนัดของตัวเองเช่นกัน

เหตุใดชัยชนะของตัวเองยังไม่พอ

ตารางคะแนนเมื่อจบฤดูกาล 2004/05 เวสต์บรอมจบอันดับ 17 ด้วย 34 คะแนน ส่วนคริสตัล พาเลซจบอันดับ 18 ด้วย 33 คะแนน และนอริช ซิตี จบอันดับ 19 ด้วย 33 คะแนนเท่ากัน โดยเซาแธมป์ตันตกชั้นไปพร้อมกันด้วยคะแนนที่น้อยกว่า ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นชัดว่าต่อให้เวสต์บรอมเอาชนะพอร์ตสมัธได้ตามที่ตั้งใจ แต่หากผลจากสนามอื่นออกมาต่างไปจากนี้เพียงเล็กน้อย เช่น คริสตัล พาเลซชนะแทนที่จะเสมอ ทีมก็อาจต้องตกชั้นไปแทนได้เช่นกัน นี่คือเหตุผลที่ชัยชนะของตัวเองเพียงอย่างเดียวไม่เคยเพียงพอสำหรับทีมที่อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ทุกอย่างต้องประกอบกันพอดีในวันเดียวเท่านั้น ส่วนต่างเพียง 1 คะแนนระหว่างเวสต์บรอมกับคริสตัล พาเลซในตารางสุดท้าย ก็เพียงพอที่จะเป็นเส้นแบ่งระหว่างการอยู่รอดกับการตกชั้นได้แล้ว แสดงให้เห็นว่าทุกแต้มที่เก็บได้หรือเสียไปตลอดทั้งฤดูกาล ล้วนมีความหมายต่อผลลัพธ์สุดท้ายไม่ต่างจากผลของนัดชี้ชะตาในวันสุดท้ายเลย

ทางเข้าสนามแฟรตตัน พาร์ค มีป้าย FRATTON PARK และแฟนบอลยืนรอเข้าชมเกม
ทางเข้าสนามแฟรตตัน พาร์ค สนามเหย้าของพอร์ตสมัธ

ด้วยเหตุนี้ เวสต์บรอมจึงถูกบันทึกไว้ว่าเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ชิพที่สามารถหนีตกชั้นได้สำเร็จ ทั้งที่เคยรั้งอันดับบ๊วยของตารางในวันคริสต์มาสมาก่อน เรื่องราวของฤดูกาลนี้จึงกลายเป็นตัวอย่างที่ถูกหยิบยกมาเล่าซ้ำทุกครั้งที่มีทีมใดตกอยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน เพื่อย้ำเตือนว่าฤดูกาลฟุตบอลยังไม่จบจนกว่าจะถึงนาทีสุดท้ายของนัดสุดท้ายจริง ๆ ไม่ว่าทีมนั้นจะเริ่มต้นฤดูกาลได้ดีหรือย่ำแย่เพียงใดก็ตาม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO