ชูสเตอร์ เรอัลมาดริด คือคู่ที่พาทีมคว้าแชมป์ลาลีกาฤดูกาล 2007-08 ด้วยคะแนนทิ้งห่างรองแชมป์ถึง 8 แต้ม แต่กลับเป็นฤดูกาลที่แฟนบอลจำนวนมากมักข้ามไปเมื่อนึกถึงไทม์ไลน์ของเรอัลมาดริด เพราะอยู่ระหว่างยุคกาลาคติกอสที่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์กับยุคของโชเซ มูรินโญที่มาทีหลัง ทั้งที่ผลงานในสนามของฤดูกาลนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าช่วงเวลาที่คนจดจำได้มากกว่าเลย
ชูสเตอร์เข้ามารับงานต่อจากใครและในสถานการณ์ไหน
ก่อนหน้าฤดูกาล 2007-08 เรอัลมาดริดเพิ่งคว้าแชมป์ลาลีกาฤดูกาล 2006-07 มาได้ภายใต้การคุมทีมของฟาบิโอ กาเปลโล ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องแนวทางเกมรับที่รัดกุมจนพาทีมกลับมาเป็นแชมป์ได้สำเร็จ แต่สโมสรเลือกไม่ต่อสัญญากับกาเปลโลหลังจบฤดูกาลนั้น และตัดสินใจแต่งตั้งแบร์นด์ ชูสเตอร์ อดีตนักเตะทีมชาติเยอรมนีตะวันตกเข้ามารับตำแหน่งแทนในวันที่ 9 กรกฎาคม 2007 การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นทั้งที่ทีมเพิ่งประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ค่อนข้างกล้าของฝ่ายบริหาร เพราะแทนที่จะรักษาโค้ชที่เพิ่งพาทีมคว้าแชมป์ สโมสรกลับเลือกเปลี่ยนทิศทางทันที สะท้อนว่าเรอัลมาดริดในตอนนั้นต้องการมากกว่าแค่ผลงานชนะ แต่ต้องการรูปแบบการเล่นที่ตอบโจทย์อัตลักษณ์ของสโมสรมากกว่าที่เป็นอยู่
เขาปรับวิธีเล่นของทีมอย่างไร

จุดที่ชูสเตอร์ทำได้ชัดเจนที่สุดคือการเปลี่ยนแนวทางเกมของทีมจากฟุตบอลเกมรับแบบที่กาเปลโลวางไว้ ให้กลายเป็นฟุตบอลบุกเร็วและเปิดเกมรุกมากขึ้น เขาดึงเอาสไตล์การเล่นเชิงรุกที่แฟนบอลเบร์นาเบวคุ้นเคยและอยากเห็นกลับคืนมาสู่สนาม ทีมชุดนั้นยังคงมีผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์จากยุคกาลาคติกอสอยู่หลายคน แต่ถูกปรับให้เล่นในระบบที่เน้นความรวดเร็วและกดดันคู่แข่งมากขึ้นกว่าเดิม ผลลัพธ์คือทีมกลายเป็นเกมรุกที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดของลีกในฤดูกาลนั้น ยิงประตูได้มากถึง 84 ลูกจาก 38 นัด ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าทุกทีมในตาราง ขณะเดียวกันทีมก็ยังคงความมั่นคงในเกมรับเอาไว้ได้พอสมควร เสียประตูเพียง 36 ลูกตลอดฤดูกาล และไม่แพ้ใครเลยเมื่อเล่นในบ้าน ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเกมรุกที่ดุดันกับความหนักแน่นในบ้านที่ทำให้ทีมสะสมแต้มได้อย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งฤดูกาล การที่ทีมยิงประตูได้มากกว่าคู่แข่งทุกทีมในตารางขณะที่ยังเสียประตูในระดับต่ำ เป็นสัญญาณว่าการปรับระบบของชูสเตอร์ไม่ได้แลกเกมรับเพื่อแลกกับเกมรุกแบบสุดโต่ง แต่เป็นการหาจุดสมดุลใหม่ที่ทำให้ทีมอันตรายขึ้นโดยไม่เสียความมั่นคงที่เคยมีไปทั้งหมด
ทีมทิ้งห่างรองแชมป์เท่าไรและปิดแชมป์เมื่อไร
เรอัลมาดริดปิดฉากฤดูกาล 2007-08 ด้วย 85 แต้ม จากการชนะ 27 นัด เสมอ 4 นัด และแพ้เพียง 7 นัด ทิ้งห่างบิยาร์เรอัลที่จบอันดับสองด้วย 77 แต้มอยู่ 8 แต้มเต็ม ทีมการันตีแชมป์ได้ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2008 ด้วยชัยชนะ 2-1 เหนือโอซาซูนา ก่อนที่ฤดูกาลจะปิดจริงเสียอีก นี่คือแชมป์ลีกสมัยที่ 31 ในประวัติศาสตร์สโมสร และเป็นการคว้าแชมป์ติดต่อกันสองฤดูกาลซ้อน ตัวเลขคะแนนรวม 85 แต้มยังเท่ากับสถิติที่บาร์เซโลนาเคยทำไว้ก่อนหน้านั้น แสดงให้เห็นว่าทีมชุดนี้ไม่ได้แค่คว้าแชมป์แบบเฉียดฉิว แต่ทำผลงานได้ในระดับที่เทียบเท่าฤดูกาลที่ดีที่สุดของคู่แข่งร่วมลีกเลยทีเดียว
บียาร์เรอัลขึ้นมาเป็นรองแชมป์ได้อย่างไร
สิ่งที่ทำให้ฤดูกาลนี้น่าจดจำยิ่งกว่าที่หลายคนคิดคือคู่แข่งที่จบอันดับสองไม่ใช่บาร์เซโลนาอย่างที่คนมักเข้าใจผิด แต่เป็นบิยาร์เรอัล สโมสรขนาดกลางจากแคว้นบาเลนเซียที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมด้วย 24 ชนะ 5 เสมอ 9 แพ้ ยิงได้ 63 เสียเพียง 40 ประตู จบด้วย 77 แต้ม ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ลาลีกาของสโมสรในเวลานั้น การที่ทีมขนาดกลางอย่างบิยาร์เรอัลสามารถไล่จี้เรอัลมาดริดมาได้ในระยะห่างไม่มากนัก สะท้อนว่าฤดูกาลนี้มีการแข่งขันในช่วงบนตารางที่เข้มข้นกว่าที่ภาพจำทั่วไปเล่าไว้ และทำให้แชมป์ของเรอัลมาดริดในปีนี้มีน้ำหนักมากกว่าที่หลายคนให้ค่า เพราะไม่ได้ชนะแบบไร้คู่แข่ง แต่ต้องรักษาระยะห่างเหนือทีมที่ฟอร์มดีจริงตลอดทั้งฤดูกาล
ทำไมช่วงเวลาของชูสเตอร์ถึงจบเร็ว

แม้จะพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จในฤดูกาลแรก แต่ชูสเตอร์อยู่ในตำแหน่งต่อมาได้ไม่นาน เขาตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่งในวันที่ 9 ธันวาคม 2008 หลังทีมพ่ายให้กับเซบียาไปแบบสูสี 3-4 และก่อนหน้านั้นเขาเคยให้สัมภาษณ์ในทำนองที่ทีมไม่มีโอกาสเอาชนะบาร์เซโลนาในนัดเอลกลาซิโกที่กำลังจะมาถึง คำพูดลักษณะนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ในสื่อสเปนและยิ่งตอกย้ำภาพที่ชูสเตอร์มีปัญหากับสื่อมวลชนมาตลอดทั้งช่วงที่คุมทีม ทั้งการปฏิเสธตอบคำถามในบางโอกาสและการเดินออกจากห้องแถลงข่าวกลางคัน หลังจากที่เขาก้าวลงจากตำแหน่ง ฆวนเด รามอส เข้ามารับช่วงต่อทันที การที่โค้ชผู้พาทีมคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาลก่อนหน้าต้องหลุดจากตำแหน่งกลางฤดูกาลถัดมา คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ช่วงเวลาของชูสเตอร์ที่เรอัลมาดริดถูกจดจำน้อยกว่าที่ผลงานในสนามควรจะเป็น เพราะภาพความวุ่นวายในช่วงปลายมักบดบังความสำเร็จที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อมองย้อนกลับไปทั้งฤดูกาล ระยะห่างแปดแต้มเหนือบิยาร์เรอัลและสถิติไม่แพ้ในบ้านตลอดทั้งฤดูกาลคือหลักฐานที่ชัดเจนว่าทีมชุดนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่ายุคอื่นของสโมสรเลย เพียงแต่ถูกวางอยู่ระหว่างสองยุคที่มีเรื่องราวโดดเด่นกว่าในสายตาคนนอก จนฤดูกาลที่แท้จริงแล้วประสบความสำเร็จเต็มตัวกลับกลายเป็นฤดูกาลที่ถูกเล่าถึงน้อยที่สุดฤดูกาลหนึ่งในประวัติศาสตร์ลาลีกาของเรอัลมาดริด

