เรอัลโซเซียดาดตกชั้นปี 2007 จุดจบของสถิติสี่สิบปี

สนามอาโนเอตา รังเหย้าของเรอัล โซเซียดาด

เรอัลโซเซียดาดตกชั้นจากลาลีกาเมื่อจบฤดูกาล 2006-07 ด้วยอันดับที่ 19 และ 35 แต้ม ปิดฉากการอยู่ในลีกสูงสุดที่ยาวนานถึง 40 ฤดูกาลติดต่อกัน เรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากผลงานพังในนัดใดนัดหนึ่ง แต่เป็นผลสะสมของทีมที่ค่อย ๆ อ่อนแรงลงจนถึงจุดที่ประคองตัวในลีกสูงสุดต่อไปไม่ไหว และการกลับขึ้นมาอีกครั้งก็ใช้เวลานานกว่าที่แฟนบอลจำนวนไม่น้อยคาดไว้

ก่อนปี 2007 โซเซียดาดอยู่ในลีกสูงสุดต่อเนื่องมานานแค่ไหน

ทิวทัศน์อ่าวและตัวเมืองซานเซบาสเตียน มีเรือใบจอดอยู่หน้าแนวอาคารริมชายฝั่งและภูเขาโอบล้อมทั้งสองด้าน
ทิวทัศน์อ่าวและตัวเมืองซานเซบาสเตียน บ้านเกิดของสโมสรเรอัลโซเซียดัด

ก่อนที่จะตกชั้นในปี 2007 เรอัลโซเซียดาดอยู่ในลาลีกาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1967 นั่นหมายความว่าทีมจากซานเซบาสเตียนใช้ชีวิตอยู่กับลีกสูงสุดของสเปนนานถึง 40 ฤดูกาลติดต่อกัน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ยาวที่สุดเท่าที่สโมสรเคยอยู่ในดิวิชั่นสูงสุดมาโดยไม่เคยหลุดชั้นแม้แต่ครั้งเดียว แฟนบอลรุ่นที่เติบโตมาพร้อมกับทีมจึงแทบไม่เคยเห็นโซเซียดาดอยู่นอกลาลีกาเลยตลอดชีวิตที่ผ่านมา ความยาวนานของสถิตินี้เองที่ทำให้การตกชั้นในปี 2007 กลายเป็นเรื่องช็อกวงการฟุตบอลบาสก์ เพราะไม่มีใครในทีมหรือแม้แต่แฟนบอลที่เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาก่อน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในฤดูกาลสุดท้ายก่อนตกชั้นจึงเป็นเรื่องใหม่สำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสโมสร ตั้งแต่ผู้เล่นไปจนถึงคนทำงานเบื้องหลัง

สัญญาณเตือนเริ่มขึ้นตั้งแต่ฤดูกาลไหน

การอยู่ในลีกสูงสุดยาวนานสี่สิบปีไม่ได้แปลว่าโซเซียดาดเป็นทีมระดับหัวตารางมาตลอด ในช่วงกลางทศวรรษ 2000 ทีมเริ่มเป็นทีมกลางตารางค่อนไปทางล่างมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่างจากภาพจำในช่วงต้นทศวรรษที่เคยจบอันดับสองของลีกและได้เล่นแชมเปียนส์ลีก ความแตกต่างระหว่างสองภาพนี้ชัดเจนมากพอที่จะเป็นสัญญาณว่าโครงสร้างทีมกำลังเปลี่ยนไปในทางที่ไม่ดี แม้จะยังไม่ถึงขั้นเข้าใกล้โซนอันตรายอย่างเปิดเผยในทุกฤดูกาล แต่ผลงานที่ลดลงทีละน้อยแบบนี้เองที่มักจะถูกมองข้ามจนกว่าจะสายเกินไป เพราะสโมสรที่คุ้นเคยกับการอยู่ลีกสูงสุดมักไม่ได้เตรียมแผนรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายที่สุดไว้ล่วงหน้า และเมื่อฤดูกาล 2006-07 มาถึง ทีมก็เข้าสู่สนามแข่งขันในสภาพที่พร้อมจะหลุดจากกลุ่มปลอดภัยได้ตลอดเวลาหากไม่สามารถเก็บแต้มได้ตามที่ต้องการในแต่ละนัด

ฤดูกาล 2006-07 ผิดพลาดตรงไหนบ้าง

ตารางคะแนนสุดท้ายของฤดูกาล 2006-07 แสดงให้เห็นภาพที่ชัดเจนของสิ่งที่เกิดขึ้น เรอัลโซเซียดาดจบอันดับที่ 19 ด้วย 35 แต้ม จากการชนะ 8 นัด เสมอ 11 นัด และแพ้ 19 นัด ยิงได้ 30 ประตูแต่เสียไปถึง 46 ประตู ตัวเลขยิงได้เพียง 30 ลูกตลอดทั้งฤดูกาลคือปัญหาหลัก เพราะแม้จะเสมอมากถึง 11 นัดซึ่งไม่ใช่ตัวเลขที่แย่ แต่การไม่สามารถแปลงเกมรับที่พอประคองได้ให้กลายเป็นชัยชนะทำให้สะสมแต้มไม่ทันคู่แข่ง สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือทีมที่ตกชั้นร่วมฤดูกาลเดียวกันอย่างเซลตาบีโก ยังทำได้ถึง 39 แต้มแต่ก็ยังตกชั้นเช่นกัน ขณะที่คิมนาสติกเดตาร์รากอนาอยู่อันดับสุดท้ายด้วย 28 แต้ม ตัวเลข 39 แต้มของเซลตาที่ยังไม่พอรอดนั้นสะท้อนว่าโซนปลอดภัยของฤดูกาลนั้นสูงกว่าปกติ การแข่งขันในช่วงล่างตารางจึงดุเดือดกว่าที่หลายคนจำได้ และทำให้ทุกแต้มที่โซเซียดาดเสียไปในนัดที่ควรจะเก็บได้กลายเป็นเรื่องสำคัญย้อนหลัง

การอยู่ลีกรองกระทบสโมสรอย่างไร

ผลพวงจากการตกชั้นไม่ได้จบแค่ในสนาม สโมสรต้องปรับตัวทั้งเรื่องทีมงานและทิศทางบริหาร ในปี 2007 โซเซียดาดแต่งตั้งคริส โคลแมน อดีตนักเตะทีมชาติเวลส์และอดีตผู้จัดการทีมฟูแล่ม เข้ามาคุมทีมเพื่อพาทีมกลับสู่ลีกสูงสุดให้เร็วที่สุด แต่โคลแมนอยู่ในตำแหน่งได้ไม่นานและลาออกในเดือนมกราคม 2008 ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการปรับตัวเข้ากับชีวิตในเซกุนด้าดิบิซิออนไม่ได้ราบรื่นอย่างที่วางแผนไว้ การเปลี่ยนผู้จัดการทีมกลางฤดูกาลแบบนี้มักตามมาด้วยความไม่แน่นอนในห้องแต่งตัว ผู้เล่นบางส่วนต้องปรับตัวกับระบบใหม่ ขณะที่สโมสรก็ต้องบริหารความคาดหวังของแฟนบอลที่อยากเห็นทีมเลื่อนชั้นกลับทันทีในฤดูกาลแรกที่ตกไปเล่นลีกรอง ความจริงคือการกลับขึ้นมาไม่ได้เกิดขึ้นง่ายอย่างที่หลายคนหวัง และทีมต้องใช้เวลาปรับโครงสร้างมากกว่าหนึ่งฤดูกาลกว่าจะพร้อมสำหรับการไล่ล่าตำแหน่งเลื่อนชั้นอย่างจริงจัง

การกลับขึ้นมาใช้เวลานานเท่าไรและเปลี่ยนอะไรไปบ้าง

สนามหญ้าและอัฒจันทร์ภายในเรอาเลอาเรนาในคืนแข่งขัน ผู้ชมด้านหน้าชูป้ายรูปถ้วยรางวัลสีทองก่อนเริ่มเกม
อัฒจันทร์และสนามหญ้าภายในเรอาเลอาเรนา สนามเหย้าปัจจุบันของเรอัลโซเซียดัด

เรอัลโซเซียดาดใช้เวลาอยู่ในเซกุนด้าดิบิซิออนรวมสามฤดูกาลก่อนจะกลับขึ้นสู่ลาลีกาได้สำเร็จ จุดเปลี่ยนสำคัญมาถึงในฤดูกาล 2009-10 เมื่อทีมคว้าแชมป์เซกุนด้าดิบิซิออนได้เป็นสมัยที่สามในประวัติศาสตร์สโมสร ต่อจากที่เคยทำได้มาแล้วในฤดูกาล 1948-49 และ 1966-67 การเป็นแชมป์ลีกรองครั้งนี้การันตีตั๋วกลับสู่ลีกสูงสุดสำหรับฤดูกาลถัดมา ปิดฉากช่วงเวลาสามปีที่สโมสรต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตนอกลาลีกาเป็นครั้งแรกในรอบสี่สิบปี สิ่งที่น่าสังเกตคือทีมที่กลับขึ้นมาไม่ใช่ทีมชุดเดียวกับที่ตกชั้นไปอีกแล้ว ผู้เล่นหลายคนที่เคยอยู่ในฤดูกาล 2006-07 ได้ย้ายออกไปหาความมั่นคงที่อื่นระหว่างที่สโมสรอยู่ในลีกรอง สโมสรต้องสร้างทีมขึ้นใหม่เกือบทั้งหมดเพื่อให้พร้อมสำหรับการกลับไปแข่งขันในระดับสูงสุดอีกครั้ง บทเรียนจากเหตุการณ์นี้ยังคงถูกพูดถึงในแวดวงฟุตบอลบาสก์ ว่าแม้แต่สโมสรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและฐานแฟนบอลเหนียวแน่นอย่างโซเซียดาด ก็สามารถหลุดจากลีกสูงสุดได้หากปล่อยให้สัญญาณเตือนเล็ก ๆ สะสมไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังตั้งแต่เนิ่น ๆ และการกลับขึ้นมาก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะกลับไปเหมือนเดิมในทันที เพราะทีมที่เลื่อนชั้นสำเร็จในปี 2010 คือทีมที่ถูกสร้างขึ้นใหม่เกือบทั้งหมดเมื่อเทียบกับทีมที่เคยตกชั้นไปเมื่อสามปีก่อนหน้านั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO