ฟอร์ลาน ดาวซัลโว สองสมัยกับสองสโมสรที่ต่างกัน

ดิเอโก ฟอร์ลาน ในสีเสื้อแอตเลติโก มาดริด

ฟอร์ลาน ดาวซัลโว คือคำที่ใช้ได้กับดิเอโก ฟอร์ลานถึงสองครั้งในลาลีกา ครั้งแรกกับบิยาร์เรอัลในฤดูกาล 2004-05 และอีกครั้งกับแอตเลติโก มาดริดในฤดูกาล 2008-09 สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจไม่ใช่แค่ตัวเลขประตูที่สูงทั้งสองครั้ง แต่คือการที่นักเตะคนเดียวกันต้องปรับตัวเข้ากับสองทีมที่เล่นฟุตบอลคนละแบบโดยสิ้นเชิง แล้วยังทำผลงานสูงสุดของลีกได้ในทั้งสองระบบ

เขามาถึงลาลีกาในสภาพไหน

ก่อนจะกลายเป็นดาวซัลโวของลาลีกา ฟอร์ลานเคยค้าแข้งอยู่กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาไม่ได้เป็นตัวหลักและมีโอกาสลงเล่นจำกัดกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับกองหน้าฝีเท้าดีคนหนึ่ง สโมสรบิยาร์เรอัลตัดสินใจดึงตัวเขามาสู่สเปนในวันที่ 21 สิงหาคม 2004 ซึ่งเป็นการย้ายทีมที่หลายคนมองว่าเป็นความเสี่ยง เพราะฟอร์ลานยังไม่เคยพิสูจน์ตัวเองในฐานะดาวซัลโวตัวจริงในลีกใหญ่ของยุโรปมาก่อน แต่การย้ายมาสู่สเปนกลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอาชีพค้าแข้ง เพราะสไตล์ฟุตบอลของลาลีกาที่เน้นพื้นที่และจังหวะมากกว่าความเร็วล้วน ๆ เปิดโอกาสให้เขาได้แสดงฝีเท้าที่แท้จริงออกมาอย่างเต็มที่ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่มาถึง หลายคนในวงการฟุตบอลตอนนั้นยังตั้งคำถามว่ากองหน้าที่ไม่ได้เป็นตัวหลักในพรีเมียร์ลีกจะไปยืนระยะในลีกที่ขึ้นชื่อเรื่องแนวรับแน่นหนาอย่างลาลีกาได้จริงหรือไม่ แต่คำตอบก็มาถึงเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดคิด

ฤดูกาลดาวซัลโวกับบียาร์เรอัลเกิดจากอะไร

อัฒจันทร์สนามเมสตายาในบาเลนเซีย มีตัวอักษรสะกดคำว่า VCF บนที่นั่งสีกรมท่าตัดกับที่นั่งสีส้มโดยรอบ
สนามเมสตายาของบาเลนเซีย สโมสรร่วมภูมิภาคเดียวกับบิยาร์เรอัลที่ฟอร์ลานเคยค้าแข้งอยู่

ฤดูกาล 2004-05 ฟอร์ลานทำผลงานยิงประตูได้ 25 ลูกจาก 38 นัดให้กับบิยาร์เรอัล คว้ารางวัลปิชิชิในฐานะดาวซัลโวสูงสุดของลาลีกาฤดูกาลนั้น และยังได้รับรางวัลรองเท้าทองคำยุโรปร่วมกับเธียร์รี อ็องรีของอาร์เซนอลอีกด้วย บิยาร์เรอัลในยุคนั้นเป็นทีมขนาดกลางที่เล่นฟุตบอลเน้นความเป็นทีมและใช้พื้นที่ริมเส้นในการสร้างโอกาส ฟอร์ลานทำหน้าที่เป็นกองหน้าตัวเป้าที่ทั้งจบสกอร์เองและเชื่อมเกมกับเพื่อนร่วมทีมได้ดี การที่เขายิงได้มากถึง 25 ประตูให้กับทีมที่ไม่ได้มีชื่อเสียงเทียบเท่าเรอัลมาดริดหรือบาร์เซโลนา คือหลักฐานว่าฟอร์มการยิงประตูของเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของเพื่อนร่วมทีมเพียงอย่างเดียว แต่มาจากความสามารถส่วนตัวในการหาพื้นที่ยิงและจบสกอร์ในจังหวะที่มีโอกาสจำกัด

ย้ายมาแอตเลติโกแล้วบทบาทเปลี่ยนไปอย่างไร

หลังอยู่กับบิยาร์เรอัลมาหลายฤดูกาล แอตเลติโก มาดริดตัดสินใจดึงตัวฟอร์ลานมาร่วมทีมในวันที่ 30 มิถุนายน 2007 ด้วยค่าตัวราวยี่สิบเอ็ดล้านยูโร ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เฟร์นันโด ตอร์เรสย้ายออกจากสโมสรไปอังกฤษพอดี ทำให้ฟอร์ลานต้องเข้ามารับบทบาทดาวยิงหลักของทีมทันทีแทนที่ตอร์เรส การเล่นให้แอตเลติโกแตกต่างจากบิยาร์เรอัลอย่างชัดเจน เพราะแอตเลติโกเป็นทีมที่มีความเร็วในการสวนกลับสูงกว่าและต้องแบกรับความคาดหวังจากแฟนบอลที่มากกว่าทีมขนาดกลางอย่างบิยาร์เรอัลมาก ฟอร์ลานต้องปรับตัวให้เข้ากับจังหวะเกมที่เร็วขึ้นและบทบาทที่ต้องเป็นผู้นำแนวรุกอย่างเต็มตัว ไม่ใช่แค่หนึ่งในผู้เล่นตัวรุกที่มีคุณภาพเหมือนตอนอยู่บิยาร์เรอัล

สองฤดูกาลนี้ต่างกันตรงไหนในเชิงตัวเลข

ฤดูกาล 2008-09 ฟอร์ลานทำผลงานได้ดียิ่งกว่าเดิม ยิงประตูได้ 32 ลูกจากการลงเล่นเพียง 33 นัดให้กับแอตเลติโก มาดริด คว้าทั้งรางวัลปิชิชิและรองเท้าทองคำยุโรปเป็นสมัยที่สอง เมื่อเทียบตัวเลขกันแล้ว ฤดูกาลกับแอตเลติโกให้อัตราการยิงประตูต่อนัดที่สูงกว่าฤดูกาลกับบิยาร์เรอัลอย่างชัดเจน คือเกือบหนึ่งประตูต่อนัด ขณะที่ฤดูกาลแรกนั้นอยู่ที่ราวสองในสามของหนึ่งประตูต่อนัด ตัวเลขนี้สะท้อนว่าฟอร์ลานไม่ได้แค่รักษามาตรฐานเดิมเอาไว้ได้เมื่อย้ายไปอยู่ในระบบที่กดดันกว่า แต่ยังทำผลงานดีขึ้นไปอีกขั้นทั้งที่ต้องแบกความคาดหวังที่สูงกว่าเดิมมาก การคว้าดาวซัลโวสองครั้งกับสองสโมสรที่เล่นคนละสไตล์จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเครื่องยืนยันความสามารถในการปรับตัวของนักเตะคนหนึ่งอย่างแท้จริง

ทำไมนักเตะที่ทำแบบนี้ได้ถึงมีน้อย

มุมมองจากระยะไกลของสนามบิเซนเต กัลเดรอน มีป้ายโฆษณาโคคาโคลาและมาอูขนาดใหญ่ติดอยู่ด้านหน้าอาคารสนาม
สนามบิเซนเต กัลเดรอน อดีตสนามเหย้าของแอตเลติโก มาดริดในกรุงมาดริด

การคว้าปิชิชิสองครั้งในอาชีพไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยในประวัติศาสตร์ลาลีกา ก่อนหน้าฟอร์ลาน โรนัลโดชาวบราซิลเคยทำได้ในฤดูกาล 1996-97 และ 2003-04 ทำให้ฟอร์ลานกลายเป็นนักเตะคนแรกนับตั้งแต่โรนัลโดที่คว้ารางวัลนี้ได้มากกว่าหนึ่งครั้ง ส่วนนักเตะที่คว้าปิชิชิได้กับสโมสรที่แตกต่างกันสองแห่งนั้นยิ่งหายากกว่าเดิม ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือกีนี ตำนานกองหน้าชาวสเปนที่เคยเป็นดาวซัลโวให้กับสปอร์ติงกิฆอนในฤดูกาล 1973-74 1975-76 และ 1979-80 ก่อนจะย้ายไปคว้ารางวัลเดียวกันกับบาร์เซโลนาอีกสองสมัยในฤดูกาล 1980-81 และ 1981-82 การที่มีนักเตะเพียงไม่กี่คนตลอดประวัติศาสตร์ลีกที่ทำได้แบบนี้ ตอกย้ำว่าสิ่งที่ฟอร์ลานทำกับบิยาร์เรอัลและแอตเลติโก มาดริดคือความสำเร็จที่ควรค่าแก่การจดจำมากกว่าที่ภาพจำทั่วไปของแฟนบอลจะให้ค่าไว้ เพราะคนส่วนใหญ่มักนึกถึงเขาจากฟุตบอลโลกมากกว่าผลงานที่สั่งสมมาในลีกสเปนตลอดหลายฤดูกาล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO