แกลร์มง ฟุต 63 เลื่อนชั้นสู่ลีกเอิงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรเมื่อฤดูกาล 2020/21 หลังก่อตั้งสโมสรมาตั้งแต่ปี 1911 ในชื่อสตาด แกลร์มงตัวส์ ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมาสโมสรจากเมืองแกลร์มง-แฟร็องไม่เคยได้เล่นในลีกสูงสุดของฝรั่งเศสมาก่อนเลยสักฤดูกาลเดียว จนกระทั่งผลงานในฤดูกาลนั้นทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป
ทำไมการขึ้นชั้นปี 2021 จึงเป็นครั้งแรก
สโมสรแกลร์มง ฟุต 63 ก่อตั้งขึ้นในปี 1911 ภายใต้ชื่อสตาด แกลร์มงตัวส์ ก่อนจะพัฒนามาเป็นสโมสรในรูปแบบปัจจุบัน ตลอดประวัติศาสตร์กว่าร้อยปีของสโมสร ระดับสูงสุดที่เคยไปถึงคือลีกสอง ไม่เคยได้สัมผัสลีกสูงสุดฝรั่งเศสมาก่อนเลย การเลื่อนชั้นในฤดูกาล 2020/21 จึงเป็นการเข้าสู่ลีกเอิงครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรอย่างแท้จริง ไม่ใช่การกลับมาเหมือนสโมสรอื่นที่เคยเล่นลีกสูงสุดมาก่อนแล้วตกชั้นไป
ความแตกต่างนี้สำคัญเมื่อเทียบกับสโมสรฝรั่งเศสอื่นที่มักมีประวัติเคยอยู่ลีกสูงสุดมาก่อนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แกลร์มงต้องใช้เวลาสร้างตัวจากลีกระดับล่างมาทีละขั้นตลอดกว่าศตวรรษ ก่อนจะไปถึงจุดสูงสุดที่หลายสโมสรในภูมิภาคเดียวกันเคยไปถึงมาก่อนหน้านี้แล้ว การรอคอยที่ยาวนานเช่นนี้ทำให้ฤดูกาล 2020/21 มีความหมายมากเป็นพิเศษสำหรับแฟนบอลท้องถิ่นของเมืองแกลร์มง-แฟร็อง

ฤดูกาล 2020/21 จบอันดับเท่าไร
ฤดูกาลที่ทำให้แกลร์มงได้เลื่อนชั้น สโมสรจบอันดับที่สองของลีกเดอซ์ด้วยคะแนน 72 แต้ม จากผลงานชนะ 21 นัด เสมอ 9 นัด แพ้ 8 นัด ยิงได้ 61 ประตู เสีย 25 ประตู ส่วนทีมที่จบอันดับหนึ่งคือทรัวส์ที่ทำได้ 77 แต้ม ฤดูกาลนั้นมีเพียงสองทีมเท่านั้นที่ได้สิทธิ์เลื่อนชั้นโดยตรงคือทรัวส์และแกลร์มง ต่างจากบางฤดูกาลที่มีทีมเลื่อนชั้นถึงสามทีม สิ่งที่น่าสนใจคือแกลร์มงมีเกมรับที่ดีที่สุดในกลุ่มหัวตาราง เสียเพียง 25 ประตู ขณะที่ตูลูสซึ่งจบอันดับสามด้วย 70 แต้ม กลับยิงได้มากถึง 71 ประตู แต่เสียไปถึง 42 ประตู จนพลาดโอกาสเลื่อนชั้นไปอย่างน่าเสียดาย
ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นแนวทางชัดเจนของแกลร์มงในฤดูกาลนั้น คือการสร้างทีมที่เน้นความมั่นคงในเกมรับเป็นรากฐาน มากกว่าการทุ่มเกมรุกเพื่อยิงประตูให้ได้มากที่สุด แม้จะยิงได้น้อยกว่าตูลูสถึง 10 ประตู แต่การเสียประตูน้อยกว่าเกือบครึ่งหนึ่งทำให้ผลต่างประตูได้เสียโดยรวมของแกลร์มงยังคงดีกว่า และท้ายที่สุดก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมเก็บแต้มได้มากกว่าตูลูสถึง 2 แต้มในตารางคะแนนสุดท้าย
โค้ชอยู่กับสโมสรมานานแค่ไหนก่อนขึ้นชั้น
ปาสกาล กาสเตียง เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมของแกลร์มงตั้งแต่ปี 2017 นั่นหมายความว่าก่อนจะพาทีมเลื่อนชั้นได้สำเร็จในฤดูกาล 2020/21 เขาคุมทีมมาแล้วต่อเนื่องถึงสี่ฤดูกาลเต็ม ระยะเวลาสี่ปีนี้ถือว่ายาวนานสำหรับสโมสรขนาดเล็กที่มักเปลี่ยนโค้ชบ่อยครั้งเมื่อผลงานไม่เป็นไปตามเป้า การที่กาสเตียงได้รับความไว้วางใจให้ทำงานต่อเนื่องกันหลายปีก่อนจะประสบความสำเร็จ สะท้อนแนวทางการบริหารที่เน้นความต่อเนื่องมากกว่าการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งเพื่อหวังผลระยะสั้น ซึ่งท้ายที่สุดก็ให้ผลตอบแทนเป็นการเลื่อนชั้นครั้งประวัติศาสตร์ของสโมสร
นอกจากนี้ กาสเตียงยังคุมทีมต่อไปอีกหลังจากพาแกลร์มงเลื่อนชั้นสำเร็จ โดยอยู่กับสโมสรจนถึงปี 2024 ซึ่งหมายความว่าเขาเป็นผู้คุมทีมทั้งในช่วงที่เลื่อนชั้นและตลอดสามฤดูกาลที่แกลร์มงอยู่ในลีกเอิงด้วย ความต่อเนื่องระดับนี้ค่อนข้างหาได้ยากในวงการฟุตบอลอาชีพยุคปัจจุบัน ที่สโมสรส่วนใหญ่มักปลดโค้ชทันทีเมื่อผลงานในลีกสูงสุดไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ตั้งแต่ฤดูกาลแรก
ฤดูกาลแรกในลีกเอิงเป็นอย่างไร
ฤดูกาล 2021/22 ซึ่งเป็นฤดูกาลแรกของแกลร์มงในลีกเอิง สโมสรจบอันดับที่สิบเจ็ดด้วยคะแนน 36 แต้ม จากผลงานชนะ 9 นัด เสมอ 9 นัด แพ้ 20 นัด ถือว่ารอดพ้นโซนตกชั้นได้สำเร็จในฤดูกาลแรกที่เล่นในระดับสูงสุด ส่วนแชมป์ของฤดูกาลนั้นคือปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่คว้าแชมป์ลีกสมัยที่สิบของสโมสร การจบอันดับที่สิบเจ็ดอาจดูไม่โดดเด่นนัก แต่สำหรับสโมสรที่เพิ่งขึ้นชั้นมาเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ การันตีสิทธิ์อยู่ต่อได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกถือเป็นผลงานที่น่าพอใจไม่น้อย
สโมสรเล็กต้องเตรียมอะไรเมื่อขึ้นลีกสูงสุด
สนามเหย้าของแกลร์มงคือสตาดกาเบรียล-มงต์ปิเยด์ ซึ่งมีความจุ 17,200 ที่นั่ง ถือเป็นหนึ่งในสนามที่มีความจุน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับสโมสรอื่นในลีกเอิง การขึ้นสู่ลีกสูงสุดจึงไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องผลงานในสนามเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการปรับตัวด้านโครงสร้างพื้นฐานให้ตรงตามข้อกำหนดของลีกสูงสุด ทั้งระบบไฟส่องสว่าง สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับสื่อมวลชน และมาตรฐานความปลอดภัยต่าง ๆ ที่ลีกระดับนี้กำหนดไว้
ความจุสนามที่น้อยกว่าสโมสรใหญ่หลายเท่ายังหมายถึงรายได้จากค่าตั๋วเข้าชมต่อนัดที่จำกัดกว่าคู่แข่งในลีกเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สโมสรขนาดเล็กแบบแกลร์มงจึงต้องบริหารจัดการงบประมาณอย่างระมัดระวังกว่าสโมสรที่มีฐานแฟนบอลใหญ่กว่า ทั้งในเรื่องค่าเหนื่อยนักเตะและค่าใช้จ่ายในการเสริมทัพแต่ละฤดูกาล เพื่อให้สามารถแข่งขันกับทีมที่มีทรัพยากรมากกว่าได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับสโมสรขนาดเล็กอย่างแกลร์มงที่ไม่เคยเล่นในระดับนี้มาก่อน การเตรียมความพร้อมด้านนี้ต้องทำควบคู่ไปกับการเสริมความแข็งแกร่งของทีมในสนามด้วย ซึ่งผลลัพธ์คือสโมสรสามารถแข่งขันในลีกเอิงได้อีกสามฤดูกาลติดต่อกันก่อนจะตกชั้นกลับไปหลังจบฤดูกาล 2023/24 ถือเป็นช่วงเวลาที่สโมสรได้พิสูจน์ตัวเองในระดับสูงสุดของฟุตบอลฝรั่งเศสเป็นครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งศตวรรษนับตั้งแต่ก่อตั้ง

