ฟรานซ์ เบ็คเคนเบาเออร์คุมบาเยิร์น มิวนิก 1994 ไม่ใช่การกลับมาคุมทีมตั้งแต่ต้นฤดูกาล แต่เป็นการเข้ามากลางทางหลังทีมกำลังมีปัญหา ตอนที่เขารับงานเมื่อปลายเดือนธันวาคม 1993 บาเยิร์นอยู่นอกตำแหน่งจ่าฝูงและกำลังเผชิญบรรยากาศวิกฤต ก่อนที่เขาจะพาทีมไล่ขึ้นไปคว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้สำเร็จในนัดสุดท้ายของฤดูกาล
ชื่อของเบ็คเคนเบาเออร์ไม่ใช่ชื่อใหม่สำหรับสโมสรแห่งนี้ เขาเคยเป็นผู้เล่นของบาเยิร์นมาก่อนนานถึง 13 ฤดูกาลระหว่างปี 1964 ถึง 1977 ลงเล่นในลีก 427 นัด ทำประตูได้ 60 ลูก และเป็นผู้บุกเบิกตำแหน่งลิเบโรที่ผสมหน้าที่ผู้เล่นแนวรับเข้ากับการขึ้นไปช่วยเกมรุก ในฐานะผู้เล่นเขาคว้าแชมป์บุนเดสลีกากับบาเยิร์นมาแล้วสี่สมัย และยังเป็นกัปตันทีมชาติเยอรมนีตะวันตกที่พาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1974 บนแผ่นดินบ้านเกิดของตัวเอง ก่อนจะผันตัวมาเป็นโค้ชทีมชาติและพาทีมชาติเยอรมนีคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกอีกสมัยในปี 1990 กลายเป็นหนึ่งในสามคนเท่านั้นในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์โลกได้ทั้งในฐานะผู้เล่นและโค้ช การที่ชายคนนี้ยอมกลับมาคุมทีมเก่าของตัวเองกลางฤดูกาลจึงเป็นข่าวใหญ่ของวงการฟุตบอลเยอรมันทันที
เขาเข้ามารับงานตอนไหนของฤดูกาล

เอริช ริบเบ็ค เป็นผู้จัดการทีมบาเยิร์นจนถึงวันที่ 27 ธันวาคม 1993 ก่อนจะแยกทางกับสโมสรด้วยความยินยอมร่วมกัน หลังทีมตกรอบทั้งเดเอฟเบ โพคาลและยูฟ่าคัพในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน แล้วเก็บชัยชนะในบุนเดสลีกาได้เพียงนัดเดียวจากห้านัดถัดมา จนเกิดความไม่พอใจภายในทีม ฟรานซ์ เบ็คเคนเบาเออร์เข้ามารับตำแหน่งต่อทันทีในวันที่ 28 ธันวาคม 1993 ตอนนั้นบาเยิร์นอยู่ในอันดับที่สามของตาราง ตามหลังสองทีมที่ครองอันดับหนึ่งและสองร่วมกันอยู่เพียงหนึ่งแต้ม คือไบเออร์ เลเวอร์คูเซนกับไอน์ทรัคท์ แฟรงก์เฟิร์ต ไม่ใช่อันดับห้าอย่างที่มักถูกเข้าใจกันทั่วไป
ทีมไล่กลับขึ้นมาได้อย่างไร
นับจากวันที่เบ็คเคนเบาเออร์เข้ามาคุมทีม บาเยิร์นเก็บผลงานได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตลอดครึ่งหลังของฤดูกาล 1993/94 ทีมไล่ตามสองทีมที่นำอยู่ทีละนัดจนกระทั่งขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งจ่าฝูงได้ในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล เมื่อเข้าสู่นัดสุดท้ายของฤดูกาล บาเยิร์นถือไพ่เหนือกว่าไกเซอร์สเลาเทิร์นในมือของตัวเอง เพียงแค่ชนะในบ้านก็เพียงพอที่จะการันตีแชมป์โดยไม่ต้องพึ่งผลจากสนามอื่น
สิ่งที่ทำให้การไล่ตามครั้งนี้น่าจดจำคือทีมที่เบ็คเคนเบาเออร์รับช่วงต่อมาไม่ได้อยู่ในสภาพที่พร้อมสู้ ก่อนหน้านั้นบาเยิร์นเพิ่งตกรอบทั้งสองรายการถ้วยในช่วงต้นฤดูกาล บรรยากาศในห้องแต่งตัวมีปัญหาความไม่ลงรอยกันจนสื่อเยอรมันเรียกช่วงเวลานั้นว่าเป็นวิกฤต การที่โค้ชคนใหม่ซึ่งเป็นอดีตกัปตันทีมและผู้บริหารระดับตำนานของสโมสรเดินเข้ามาคุมทีมเองจึงช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและวินัยให้ผู้เล่นในทีมได้ทันที โดยมีโลธาร์ มัทเธอุส กัปตันทีมในสนามเป็นแกนกลางที่ช่วยเชื่อมเกมรุกและเกมรับให้ทีมกลับมามีเสถียรภาพอีกครั้ง
เกมที่ปิดแชมป์เป็นเกมใด

เกมที่ปิดแชมป์คือนัดสุดท้ายของฤดูกาลวันที่ 7 พฤษภาคม 1994 ที่บาเยิร์นเปิดบ้านพบชาลเคอ 04 โลธาร์ มัทเธอุส กัปตันทีมยิงฟรีคิกอ้อมกำแพงผู้เล่นเข้าประตูในนาทีที่ 49 ทำให้บาเยิร์นขึ้นนำ 1-0 และรักษาผลนั้นไว้ได้จนจบเกม ผลการแข่งขันทำให้บาเยิร์นปิดฤดูกาลด้วยคะแนนรวม 44 คะแนน นำหน้าไกเซอร์สเลาเทิร์นที่ได้ 43 คะแนนอยู่เพียงแต้มเดียว และคว้าแชมป์บุนเดสลีกาสมัยที่ 12 ของสโมสรได้สำเร็จในสนามเหย้าของตัวเอง
เขาคุมทีมทั้งหมดกี่นัด
ตลอดช่วงเวลาที่คุมทีมตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 1993 ถึง 30 มิถุนายน 1994 เบ็คเคนเบาเออร์คุมทีมบาเยิร์นไปทั้งหมด 14 นัด ทำสถิติชนะ 9 เสมอ 2 และแพ้ 3 นัด คิดเป็นอัตราชนะราวร้อยละ 64 ในช่วงเวลาไม่ถึงหกเดือนคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทีมพลิกจากอันดับสามที่มีปัญหาภายในกลายเป็นแชมป์ลีกได้ในเวลาไม่นาน ตัวเลขนี้ยังแสดงให้เห็นว่าความสำเร็จของเขาไม่ได้มาจากโชคช่วยเพียงนัดสองนัด แต่มาจากผลงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเกือบตลอดครึ่งฤดูกาลหลัง เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้าที่ทีมเก็บชัยชนะได้เพียงนัดเดียวจากห้านัดภายใต้ริบเบ็ค อัตราชนะที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดภายในเวลาไม่กี่เดือนจึงเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนตัวโค้ชกลางฤดูกาลครั้งนี้ส่งผลโดยตรงต่อผลงานในสนาม ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนบรรยากาศเพื่อความรู้สึกเท่านั้น
หลังจบฤดูกาลเขาทำอะไรต่อ
เมื่อฤดูกาล 1993/94 จบลงพร้อมถ้วยแชมป์ เบ็คเคนเบาเออร์ไม่ได้อยู่คุมทีมต่อในทันที เขาวางมือจากตำแหน่งผู้จัดการทีมและขยับไปรับตำแหน่งประธานสโมสรแทนตั้งแต่ปี 1994 และอยู่ในตำแหน่งนี้ยาวนานถึงปี 2009 ส่วนงานคุมทีมในฤดูกาลถัดมาตกเป็นของโจวานนี ตราปัตโตนี ซึ่งเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 1994 ทว่าเรื่องราวของเบ็คเคนเบาเออร์กับตำแหน่งโค้ชบาเยิร์นยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะสองปีให้หลังในปี 1996 เขากลับมารับหน้าที่คุมทีมอีกครั้งในช่วงสั้น ๆ ระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน และพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่าคัพได้สำเร็จก่อนจะกลับไปทำงานเบื้องหลังในฐานะผู้บริหารสโมสรอย่างเต็มตัวอีกครั้ง การคุมทีมทั้งสองช่วงของเขาจึงสั้นแต่ได้ถ้วยแชมป์ติดมือกลับไปทุกครั้ง

