เวสต์ฟาเลนสตาดิโอน สนามที่วันนี้รู้จักกันในชื่อซิกนัล อิดูนา ปาร์ค และจุคนได้มากที่สุดในเยอรมนี เปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 เมษายน 1974 ตอนนั้นความจุเริ่มต้นอยู่ที่ 54,000 ที่นั่ง และสิ่งที่คนมักไม่รู้คือในวันที่สนามเปิดใช้ เจ้าของสนามอย่างโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ยังไม่ได้อยู่ในบุนเดสลีกาด้วยซ้ำ เพราะเพิ่งตกชั้นไปเมื่อสองปีก่อนหน้านั้น เวสต์ฟาเลนสตาดิโอนปี 1974 จึงเป็นเรื่องของเมืองและฟุตบอลโลกมากกว่าผลงานของสโมสรเจ้าบ้าน
สนามเปิดใช้เมื่อไรและใหญ่แค่ไหน
สนามเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการวันที่ 2 เมษายน 1974 ด้วยความจุเริ่มต้น 54,000 ที่นั่ง ใช้งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น 32.7 ล้านมาร์กเยอรมัน ถือเป็นสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเยอรมนีตะวันตกในเวลานั้น การออกแบบเน้นให้อัฒจันทร์อยู่ใกล้สนามหญ้ามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้บรรยากาศในสนามแห่งนี้เข้มข้นกว่าสนามฟุตบอลทั่วไปมาตั้งแต่วันแรก
ทำไมเมืองดอร์ทมุนด์จึงได้สนามใหม่ในปีนั้น

เหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังการสร้างสนามใหม่ไม่ใช่ผลงานของสโมสรฟุตบอลในเมือง แต่เป็นฟุตบอลโลก 1974 ที่เยอรมนีตะวันตกเป็นเจ้าภาพ ในปี 1971 ดอร์ทมุนด์ได้รับเลือกให้เป็นเมืองเจ้าภาพแทนที่เมืองโคโลญจน์ สนามแห่งนี้จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับฟุตบอลโลกโดยเฉพาะ และได้ใช้จัดการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มสามนัดกับอีกหนึ่งนัดในรอบแบ่งกลุ่มรอบสอง หนึ่งในนัดที่จัดขึ้นที่นี่คือคู่สกอตแลนด์กับซาอีร์เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ชาติจากภูมิภาคแอฟริกาใต้สะฮาราได้ลงเล่นในฟุตบอลโลก
ตอนสนามเปิด สโมสรอยู่ลีกระดับใด
นี่คือจุดที่คนมักเข้าใจผิดมากที่สุด เพราะโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ตกชั้นจากบุนเดสลีกาไปตั้งแต่ปี 1972 สองปีก่อนที่สนามใหม่จะเปิดใช้งาน นั่นหมายความว่าในวันที่สนามเวสต์ฟาเลนสตาดิโอนเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในปี 1974 ทีมที่ใช้สนามนี้เป็นบ้านกลับกำลังเล่นอยู่ในลีกระดับรองของประเทศ ไม่ใช่บุนเดสลีกา สโมสรใช้เวลาอีกสองปีกว่าจะกลับขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้อีกครั้งในปี 1976 การสร้างสนามใหม่ในปีนั้นจึงผูกกับตารางงานของฟุตบอลโลกมากกว่าจะเป็นรางวัลตอบแทนความสำเร็จของทีมในสนาม ต่างจากสนามหลายแห่งในยุโรปที่มักถูกสร้างขึ้นหรือขยายใหญ่ตามหลังความสำเร็จของสโมสรเจ้าบ้าน กรณีของเวสต์ฟาเลนสตาดิโอนจึงเป็นตัวอย่างที่ค่อนข้างหายากของสนามระดับโลกที่เกิดขึ้นก่อนความสำเร็จของทีมเจ้าบ้านจะตามมาในเวลาต่อมา
สนามเดิมอย่างโรเทอ แอร์เดอ ถูกใช้ต่ออย่างไร

ก่อนย้ายมาเวสต์ฟาเลนสตาดิโอน ดอร์ทมุนด์ใช้สนามชตาดิโอน โรเทอ แอร์เดอ เป็นบ้านมายาวนาน สนามหลังนี้ไม่ได้ถูกทิ้งร้างไปหลังปี 1974 เพราะยังคงเป็นสนามเหย้าของทีมสำรองโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 2 มาตั้งแต่ปี 1937 จนถึงปัจจุบัน และตั้งอยู่ติดกับสนามใหญ่ในบริเวณสวนกีฬาเดียวกันของเมือง คนที่ไปดูเกมที่สนามใหญ่ในวันนี้จึงสามารถเดินไปดูสนามเก่าที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวได้เช่นกัน เป็นภาพที่แสดงให้เห็นเส้นทางของสโมสรจากสนามกรีฑาขนาดกลางไปสู่สนามฟุตบอลระดับโลกได้อย่างชัดเจน
จากปี 1974 ถึงวันนี้สนามขยายไปแค่ไหน
เวสต์ฟาเลนสตาดิโอนผ่านการต่อเติมหลายครั้งนับตั้งแต่เปิดใช้งาน ปี 1992 ความจุเคยถูกลดลงเหลือ 42,800 ที่นั่งเพื่อให้เป็นไปตามกฎด้านที่นั่งของยูฟ่า ก่อนจะขยายกลับขึ้นมาเป็น 54,000 ที่นั่งอีกครั้งระหว่างปี 1995 ถึง 1999 ด้วยการสร้างอัฒจันทร์หลักสองชั้น จากนั้นในปี 1999 ความจุถูกขยายเพิ่มเป็น 68,800 ที่นั่งตามความสำเร็จของทีมในสนาม และช่วงปี 2003 ถึง 2006 สนามถูกขยายอีกครั้งให้รองรับผู้ชมได้มากกว่า 80,000 คน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมนีเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง ปัจจุบันความจุสำหรับเกมในประเทศอยู่ที่ 81,365 ที่นั่ง ขณะที่เกมระดับนานาชาติซึ่งต้องเปลี่ยนที่ยืนเป็นที่นั่งทั้งหมดจะลดลงเหลือ 66,099 ที่นั่ง ระหว่างการก่อสร้างช่วงปี 2002 ถึง 2006 ทีมงานยังพบระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่สองน้ำหนักราว 450 กิโลกรัมที่ยังไม่ระเบิด ฝังอยู่ใต้กึ่งกลางสนามลึกลงไปประมาณหนึ่งเมตร ก่อนจะถูกเก็บกู้ออกไปอย่างปลอดภัย เป็นเครื่องเตือนใจว่าใต้สนามฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเยอรมนีเคยมีร่องรอยของสงครามฝังอยู่โดยไม่มีใครรู้มานานหลายสิบปี
อีกจุดเปลี่ยนสำคัญที่ไม่เกี่ยวกับขนาดสนามคือชื่อ เพราะตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2005 เป็นต้นมา เวสต์ฟาเลนสตาดิโอนได้เปลี่ยนไปใช้ชื่อทางการค้าว่าซิกนัล อิดูนา ปาร์ค ตามสัญญาสิทธิ์การตั้งชื่อกับบริษัทประกันภัย และสัญญานี้ยังถูกต่ออายุอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ไปจนถึงปี 2031 ทำให้ชื่อเดิมอย่างเวสต์ฟาเลนสตาดิโอนกลายเป็นชื่อที่แฟนบอลรุ่นเก่าใช้เรียกด้วยความคุ้นเคยมากกว่าชื่อทางการในปัจจุบัน
ส่วนที่โดดเด่นที่สุดของสนามคืออัฒจันทร์ฝั่งใต้ ซึ่งเป็นที่ยืนชมเกมล้วนที่มีความจุ 24,454 ที่ยืน ถือเป็นอัฒจันทร์ยืนที่ใหญ่ที่สุดในวงการฟุตบอลยุโรปนับตั้งแต่มีการห้ามใช้ที่ยืนในการแข่งขันของฟีฟ่า เอฟเอ และยูฟ่า อัฒจันทร์นี้ได้รับฉายาว่ากำแพงเหลือง เพราะเมื่อแฟนบอลเต็มความจุพร้อมใส่เสื้อสีเหลืองของสโมสร ภาพที่เห็นจะเป็นเหมือนกำแพงสีเหลืองทึบทั้งผืน นักเตะระดับโลกอย่างบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ อดีตกัปตันทีมชาติเยอรมนี เคยให้สัมภาษณ์ว่ากำแพงเหลืองคือสิ่งที่เขากลัวที่สุดเมื่อต้องมาเยือนสนามแห่งนี้

