มาร์ยอร์กาสู่หัวตาราง ทีมบนเกาะที่เติบโตปลายยุค 1990

สนาม Estadi de Son Moix ของมายอร์กา

มาร์ยอร์กาสู่หัวตาราง ไม่ได้เกิดจากความสำเร็จในบอลถ้วยเพียงฤดูกาลเดียว สโมสรกลับขึ้นลาลีกาในปี 1997 แล้วจบอันดับห้าทันที ก่อนขึ้นไปถึงอันดับสามทั้งในปี 1999 และ 2001 ระหว่างทางมีการเปลี่ยนโค้ช ย้ายจากลุยส์ ซิตฆาร์ไปซนโมช และเพิ่มผู้เล่นรุ่นใหม่เข้าสู่ทีม จึงเป็นการเติบโตที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงหลายครั้งมากกว่าช่วงรุ่งเรืองของคนใดคนหนึ่ง

การกลับขึ้นลีกสูงสุด

ทีมของกูเปร์

ก่อนจะมีทีมของเอคตอร์ กูเปร์ มาร์ยอร์กาต้องผ่านการรอคอยในดิวิชันสองห้าปี การเลื่อนชั้นเดือนมิถุนายน 1997 เกิดขึ้นที่บาเยกัส สนามเดียวกับที่ทีมเคยพลาดโอกาสเมื่อปีก่อน ผู้คุมทีมในช่วงที่ทำภารกิจสำเร็จคือโตเมว ยอมปาร์ต จึงต้องแยกผู้พาทีมขึ้นชั้นออกจากโค้ชที่เข้ามาสร้างผลงานในลีกสูงสุด

กูเปร์รับทีมในฤดูกาล 1997/98 และพาไปจบอันดับห้าด้วย 60 คะแนนจาก 38 นัด ชนะ 16 เสมอ 12 และแพ้สิบครั้ง ผลงานนี้ทำให้ทีมน้องใหม่เข้าไปอยู่ในกลุ่มบนของตารางตั้งแต่ปีแรก ไม่ได้ใช้ทั้งฤดูกาลเพียงเพื่อหนีอันดับตกชั้น

ทีมชุดนั้นมีคาร์ลอส โรอา บิเซนเต เอนกองกา ฆาเบียร์ โอไลโซลา กาเบรียล อมาโต และโยวาน สแตนโควิชเป็นส่วนหนึ่งของขุมกำลัง พร้อมไปถึงรอบชิงโกปา เดล เรย์ แต่แพ้บาร์เซโลนาด้วยการดวลจุดโทษ ตำแหน่งรองแชมป์ถ้วยเปิดประตูไปสู่คัพวินเนอร์สคัพในปีถัดมา จึงเป็นคนละเส้นทางกับอันดับลีก

เดือนสิงหาคม 1998 มาร์ยอร์กาชนะบาร์เซโลนาในสแปนิช ซูเปอร์คัพ โดยชนะ 2–1 ที่ลุยส์ ซิตฆาร์และชนะอีก 1–0 ที่คัมป์นู เป็นถ้วยทางการใบแรกของสโมสร การกลับมาพบคู่แข่งที่เคยทำให้ผิดหวังในนัดชิงจึงจบต่างออกไป และเพิ่มความสำเร็จให้ทีมที่เพิ่งกลับมาจากดิวิชันสองไม่นาน

ตราบาร์เซโลนาบนพื้นข้างสนามและอัฒจันทร์คัมป์นู
พื้นสนามและอัฒจันทร์คัมป์นู บ้านของบาร์เซโลนาที่รับช่วงต่อจากเลสกอร์ตส์

ฤดูกาล 1998/99 มาร์ยอร์กามี 66 คะแนนและจบอันดับสาม รองเพียงบาร์เซโลนากับเรอัล มาดริด พร้อมเข้าชิงคัพวินเนอร์สคัพที่วิลลา พาร์ก ก่อนแพ้ลาซิโอ 1–2 การเดินทางถึงนัดชิงยุโรปโดดเด่นมาก แต่การขึ้นมาอยู่สามอันดับแรกของลีกแสดงถึงผลงานอีกด้านที่ต้องสะสมตลอด 38 นัด

เปลี่ยนสนามและต่อยอดทีม

จากลุยส์ซิตฆาร์สู่ซนโมช

อันดับสามปี 1999 เกิดขึ้นก่อนย้ายไปใช้ซนโมช จึงไม่ควรอธิบายว่าความสำเร็จทั้งหมดเริ่มจากสนามใหม่ ลุยส์ ซิตฆาร์เป็นบ้านของทีมระหว่างการกลับขึ้นลีกและช่วงสองปีของกูเปร์ รวมถึงชัยชนะเลกแรกของซูเปอร์คัพที่เป็นส่วนหนึ่งของแชมป์แรกด้วย

มาร์ยอร์กาเริ่มใช้ซนโมชในฤดูกาล 1999/2000 เกมลีกแรกที่นั่นในเดือนสิงหาคมพบเรอัล มาดริด คาร์ลอส โดมิงเกซหรือการ์ลิโตสทำประตูให้เจ้าบ้าน แต่ทีมแพ้ 1–2 จึงเป็นการเริ่มต้นบ้านใหม่ที่มีทั้งประตูให้จดจำและผลการแข่งขันที่ต้องยอมรับ

รายงานลีกของฤดูกาล 2000/01 ระบุความจุซนโมชไว้ที่ 26,500 คน ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลสนามในช่วงนั้น ไม่ใช่จำนวนแฟนบอลที่เข้าสนามทุกนัด การมีพื้นที่รองรับผู้ชมกับการดึงคนเข้ามาเต็มความจุเป็นคนละเรื่อง และการขยายเวทีของสโมสรยังต้องมีผลงานในสนามสนับสนุนต่อไป

ช่วงย้ายสนามยังตรงกับการเปลี่ยนแปลงข้างสนาม กูเปร์ย้ายไปบาเลนเซีย มาริโอ โกเมซเข้ามาในฤดูร้อน 1999 ก่อนเฟร์นันโด บาซเกซรับช่วงต่อ การรักษาผลงานจึงต้องทำท่ามกลางการเปลี่ยนผู้นำ ไม่ใช่เพียงให้ทีมเดิมเล่นในสนามที่ใหญ่ขึ้นแล้วหวังว่าจะได้ผลเหมือนเดิม

สิทธิ์จากอันดับสามนำมาร์ยอร์กาไปเล่นรอบคัดเลือกแชมเปียนส์ลีก แต่เสมอโมลด์ 0–0 ที่นอร์เวย์และ 1–1 ที่ปัลมา ทำให้ยังไปไม่ถึงรอบแบ่งกลุ่ม ทีมได้ลงยูฟ่าคัพต่อและผ่านทั้งอาแจ็กซ์กับโมนาโก ก่อนตกรอบก่อนรองชนะเลิศต่อกาลาตาซาราย เส้นทางยุโรปจึงดำเนินต่อแม้ไม่ได้อยู่ในรายการที่เริ่มต้นไว้

อันดับที่เปิดทางสู่ยุโรป

มาร์ยอร์กาสู่หัวตารางกับการสานต่อของอาราโกเนส

หลุยส์ อาราโกเนสเข้ามาคุมทีมในฤดูกาล 2000/01 และพามาร์ยอร์กาจบอันดับสามอีกครั้ง คราวนี้มี 71 คะแนนจากชัยชนะ 20 นัด เสมอ 11 และแพ้เจ็ด ทีมทำ 61 ประตูและเสีย 43 ลูก เมื่อเทียบกับอันดับสามครั้งก่อน คะแนนเพิ่มห้าแต้ม แม้ตำแหน่งบนตารางจะเท่าเดิม

ความเปลี่ยนแปลงสำคัญในขุมกำลังคือซามูเอล เอโต ซึ่งเข้ามายืมตัวจากเรอัล มาดริดในช่วงฤดูหนาวของปีแข่งขันก่อนหน้า แล้วถูกซื้อมาในฤดูร้อน 2000 ฤดูกาล 2000/01 เขาทำสิบเอ็ดประตูลีก ขณะที่อัลเบิร์ต ลูเกกับอาเรียล อิบากาซาทำคนละสิบประตู ทีมจึงมีผู้เล่นหลายคนร่วมสร้างผลผลิตในแนวรุก

ขณะเดียวกัน ผู้เล่นที่เชื่อมกับช่วงก่อนหน้ายังมีบทบาท เอนกองกาออกสตาร์ตเกมลีก 31 นัดและโอไลโซลา 36 นัด ส่วนมิเกล อังเคล นาดาลเริ่มเกม 36 นัดเช่นกัน ตัวเลขการใช้งานทำให้เห็นว่าความสำเร็จของดาวรุ่งไม่ได้แยกขาดจากผู้เล่นประสบการณ์สูงที่รับภาระต่อเนื่องตลอดฤดูกาล

โครงสร้างด้านนอกอัฒจันทร์สนามซนโมช
ด้านนอกสนามซนโมชของมาร์ยอร์กาในเดือนเมษายน 2007

อันดับสามปี 2001 ให้สิทธิ์ไปเล่นรอบคัดเลือกแชมเปียนส์ลีกอีกครั้ง แต่เมื่อถึงการลงสนามฤดูกาลใหม่ อาราโกเนสย้ายไปแอตเลติโกแล้วและแบร์นด์ เคราส์รับงานต่อ มาร์ยอร์กาผ่านไฮจ์ดุค สปลิตได้ก่อนเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ดังนั้นผู้พาทีมได้สิทธิ์จากลีกกับผู้คุมทีมตอนใช้สิทธิ์นั้นจึงเป็นคนละคน

การได้เล่นกับอาร์เซนอลในรอบแบ่งกลุ่มที่ซนโมชและชนะ 1–0 เป็นผลต่อเนื่องของเส้นทางดังกล่าว แต่ฐานของเรื่องอยู่ที่การยืนในลีกสูงสุดตั้งแต่ปี 1997 สโมสรไม่ได้หยุดอยู่กับโค้ชคนแรกหรือสนามเดิม การกลับมาจบอันดับสามหลังเปลี่ยนทั้งสองส่วนแสดงว่ามาร์ยอร์กาสามารถต่อยอดขุมกำลังและแข่งขันกับทีมใหญ่ได้มากกว่าฤดูกาลเดียว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO