บาร์ซายุคฟานกัล คว้าแชมป์ลาลีกาสองฤดูกาลแรกด้วยการจัดผู้เล่นเข้าสู่งานของทีมหลังโรนัลโดย้ายออก ไม่ใช่การหากองหน้าคนเดียวมายิงแทนทั้งหมด หลุยส์ ฟาน กัลมีริวัลโดและหลุยส์ ฟิโกเป็นกำลังสำคัญ พร้อมเปิดทางให้ชาบีเริ่มเล่นชุดใหญ่ แต่ความสำเร็จในสเปนกลับเกิดควบคู่กับการตกรอบแบ่งกลุ่มแชมเปียนส์ลีก จึงเป็นยุคที่ระบบเดียวกันให้ผลต่างกันตามการแข่งขัน
ต่อจากร็อบสัน
โรนัลโดออกริวัลโดเข้า
ฟาน กัลเข้ารับงานต่อจากบ็อบบี ร็อบสันในฤดูกาล 1997/98 หลังประสบความสำเร็จกับอาแจ็กซ์ สโมสรบันทึกว่าช่วงแรกเขาต้องใช้เวลาให้ผู้เล่นเข้าใจแนวทางฟุตบอลของตนเอง รวมถึงรับมืออุปสรรคทางภาษา การเปลี่ยนโค้ชจึงไม่ได้มีเพียงชื่อใหม่ข้างสนาม แต่รวมถึงการเรียนรู้ความคาดหวังที่ต่างไปของผู้เล่นด้วย
โรนัลโดย้ายไปอินเตอร์ มิลานหลังอยู่หนึ่งฤดูกาล ส่วนริวัลโดเข้ามาจากเดปอร์ติโบ ลา กอรุนญาในเดือนสิงหาคม 1997 แม้ทั้งคู่เป็นชาวบราซิลและถูกพูดถึงในฐานะตัวแทนกัน แต่ริวัลโดไม่ได้มีรูปแบบการเข้าทำเหมือนกองหน้าที่ชอบเร่งพาบอลผ่านแนวรับ การมาถึงของเขาทำให้ทีมมีผู้เล่นเท้าซ้ายที่เลี้ยงบอลและทำประตูได้จากพื้นที่โจมตีหลากหลาย
หลุยส์ ฟิโกยังอยู่กับทีมและเป็นกำลังต่อเนื่องจากยุคร็อบสัน ขณะที่หลุยส์ เอ็นริเกเป็นอีกคนที่ร่วมงานกับแนวรุกใหม่ การสร้างทีมจึงเกิดจากการเปลี่ยนบางตำแหน่งและรักษาบางส่วนไว้ ไม่ใช่การรื้อขุมกำลังทั้งหมดให้กลายเป็นทีมชาติเนเธอร์แลนด์ แม้โค้ชและผู้เล่นดัตช์จะเป็นภาพที่ถูกจดจำของช่วงนี้
ปลายฤดูกาลแรก ฟาน กัลพาทีมได้ทั้งลาลีกาและโกปา เดล เรย์ เป็นดับเบิลแชมป์สองรายการนี้ครั้งแรกของสโมสรในรอบ 39 ปี พร้อมยูโรเปียน ซูเปอร์คัพอีกหนึ่งถ้วย ผลสำเร็จจึงปรากฏเร็ว แม้การปรับตัวในช่วงเริ่มงานจะไม่ได้ราบรื่นทั้งหมด

ปีกและกองกลางในระบบ
ฟิโกกับพื้นที่ริมเส้น
ฟิโกเป็นผู้เล่นปีกที่ช่วยให้แนวรุกมีทางเข้าทำจากด้านข้าง และยังเคลื่อนมาเกี่ยวข้องกับการเล่นใกล้ประตูได้ การมีริวัลโดร่วมอยู่ในแนวรุกทำให้การสร้างโอกาสไม่ได้จำกัดอยู่กับการส่งบอลตรงให้กองหน้าจบเพียงคนเดียว ทั้งสองสามารถมีส่วนในจังหวะเดียวกันก่อนผู้เล่นอีกคนจะเข้ามาปิดงาน
ตัวอย่างที่เห็นความสัมพันธ์นี้คือเกมเยือนนิวคาสเซิลในแชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 1997/98 แม้บาร์เซโลนาแพ้ 2–3 แต่ประตูไล่มา 1–3 เกิดจากการเล่นร่วมของริวัลโดกับฟิโกก่อนหลุยส์ เอ็นริเกจบระยะใกล้ เป็นการเข้าทำที่แยกผู้สร้างจังหวะออกจากผู้ยิงได้ชัด และแสดงว่าผู้เล่นแดนกลางสามารถเป็นคนไปถึงพื้นที่จบสกอร์
ฟิโกยังยิงลูกที่สองของบาร์ซาหลังบอลจากลูกเตะมุมถูกสกัดออกมาไม่พ้นอันตราย บทบาทในเกมนั้นจึงมีทั้งการร่วมสร้างประตูและเป็นผู้ยิงเอง ส่วนริวัลโดมีจังหวะหมุนตัวยิงที่ผู้รักษาประตูป้องกันได้ รวมถึงฟรีคิกชนคาน การตามหลังทำให้ทีมต้องใช้คุณภาพหลายแบบในการกลับเข้าสู่เกม
อย่างไรก็ตาม การเล่นด้านข้างกับการมีอิสระตรงกลางไม่ได้ตรงกับความต้องการของนักเตะเสมอไป ริวัลโดเคยบอกว่าอยากเล่นหมายเลขสิบแทนฝั่งซ้าย ความตึงเครียดเรื่องตำแหน่งจึงอยู่ร่วมกับความสำเร็จได้ และช่วยอธิบายว่าการกำหนดงานให้ผู้เล่นเก่งหลายคนมีขอบเขตที่ต้องต่อรองกัน
ในแดนกลาง ฟาน กัลยังเปิดโอกาสให้ชาบี เอร์นานเดซลงเล่นชุดใหญ่ในสแปนิช ซูเปอร์คัพกับมาร์ยอร์กาเมื่อปี 1998 ชาบีจึงมีส่วนในช่วงแชมป์ลีกปี 1998/99 ตั้งแต่ฤดูกาลแรกของการขึ้นชุดใหญ่ การสร้างระบบไม่ได้อาศัยการซื้อผู้เล่นจากต่างประเทศเท่านั้น แต่รวมถึงการเริ่มส่งนักเตะที่เติบโตมากับสโมสรลงใช้งานด้วย
ลำดับเวลาของนักเตะเยาวชนก็มีความหมาย การ์เลส ปูโยลลงเล่นทางการกับชุดใหญ่ในเดือนตุลาคม 1999 ซึ่งเป็นฤดูกาลถัดจากสองแชมป์แรก ส่วนบิกตอร์ บัลเดสและอันเดรส อิเนียสตาได้โอกาสในช่วงที่ฟาน กัลกลับมาคุมรอบสอง จึงไม่ใช่ทุกชื่อที่เขาให้ประเดิมสนามจะอยู่ในทีมแชมป์สองปีนี้พร้อมกัน
สองแชมป์และจุดเปราะ
บาร์ซายุคฟานกัล ลีกสำเร็จแต่ยุโรปเป็นอีกโจทย์
ในลีก 1997/98 บาร์เซโลนามี 74 คะแนนจาก 38 นัด มากกว่าแอธเลติก บิลเบาเก้าคะแนน ทีมชนะ 23 เสมอห้าและแพ้สิบครั้ง ตัวเลขเกมแพ้ย้ำว่าแชมป์ครั้งนั้นไม่ได้เกิดจากการไร้ความพ่ายแพ้ แต่เกิดจากคะแนนรวมที่เหนือคู่แข่งเมื่อผ่านครบฤดูกาล
ปี 1998/99 ผลงานขยับเป็น 79 คะแนน ชนะ 24 เสมอเจ็ดและแพ้เจ็ดนัด โดยเรอัล มาดริดเป็นรองแชมป์ที่ 68 คะแนน ประตูได้เพิ่มจาก 78 เป็น 87 และประตูเสียลดจาก 56 เป็น 43 การป้องกันแชมป์จึงมาพร้อมผลลัพธ์ที่ดีขึ้นทั้งสองฝั่งของสนาม
แต่แชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 1997/98 จบตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม บาร์ซามีห้าคะแนนจากหกนัด และแพ้ดินาโม เคียฟทั้งเกมเยือน 0–3 กับเกมเหย้า 0–4 ส่วนการไล่นิวคาสเซิลในเกมเปิดรอบกลุ่มก็ไม่เพียงพอจะเปลี่ยนความพ่ายแพ้ จึงเห็นว่าการสร้างโอกาสช่วงหนึ่งของเกมไม่ได้ชดเชยทุกปัญหาที่เกิดก่อนหน้า

ฤดูกาลถัดมา บาร์ซาเสมอแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3–3 ทั้งเหย้าและเยือน ชนะบรอนด์บีสองนัด แต่แพ้บาเยิร์น มิวนิกทั้งสองเกม จบด้วยแปดคะแนนและตกรอบกลุ่มอีกครั้ง การยิงรวมสิบเอ็ดประตูไม่ได้รับรองการผ่านเข้ารอบ เมื่อผลลัพธ์ในกลุ่มยังไม่เพียงพอ
เมื่อถึงปี 1999/2000 บาร์ซาเป็นรองแชมป์ลีกและไปถึงรอบรองชนะเลิศแชมเปียนส์ลีก แต่จบโดยไม่มีถ้วย ก่อนฟาน กัลลาออกในเดือนพฤษภาคม 2000 บทแรกของเขาจึงมีทั้งการสร้างฐานสองแชมป์และการหาคำตอบที่ยังไม่สมบูรณ์ จุดเด่นของยุคนี้อยู่ที่การทำให้ผู้เล่นต่างที่มาร่วมงานกันได้ ส่วนจุดท้าทายอยู่ที่การรักษาผลงานนั้นให้ใช้ได้กับทุกสนามการแข่งขัน

