แมนยูกลับสู่แชมป์ 2007 ด้วยแนวรุกที่กระจายงานกันมากขึ้น หลังรุด ฟาน นิสเตลรอยย้ายออก คนทำประตูสูงสุดของทีมในลีกกลายเป็นคริสเตียโน โรนัลโด ส่วนเวย์น รูนีย์ยังยิงเองและสร้างทางให้เพื่อน หลุยส์ ซาฮาเชื่อมพื้นที่ด้านข้างกับกรอบเขตโทษได้ ขณะที่ประตูจากตัวสำรองและกองกลางช่วยให้ทีมผ่านวันที่คู่หูดาวเด่นไม่ได้เป็นคนตัดสินเกม การเปลี่ยนแปลงนี้มีทั้งเรื่องตำแหน่ง การเคลื่อนที่ และความต่อเนื่องของผลงานตลอดฤดูกาล
ขุมกำลังแนวรุกเปลี่ยนตรงไหน
วันที่ 28 กรกฎาคม 2006 ฟาน นิสเตลรอยเปิดตัวกับเรอัล มาดริด หลังทำประตูให้ยูไนเต็ด 150 ลูกทุกรายการในช่วงห้าปี การเสียกองหน้าที่จบสกอร์ได้มากเช่นนี้ย่อมสร้างช่องว่าง แต่การปรับคู่หน้าของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันเริ่มมาก่อนตลาดซื้อขายแล้ว ช่วงท้ายฤดูกาลก่อนหน้าเขาเลือกซาฮาลงคู่รูนีย์บ่อยขึ้น จึงมีพื้นฐานให้พัฒนาต่อโดยไม่ต้องเริ่มความสัมพันธ์ในแนวรุกจากศูนย์
ซาฮายืนหน้าได้และขยับออกด้านข้างเพื่อรับบอล รูนีย์จึงไม่จำเป็นต้องรอจ่ายให้หัวหอกเพียงทางเดียว ขณะเดียวกันไรอัน กิกส์ยังช่วยเปิดเกมจากริมเส้น พอล สโคลส์ส่งบอลจากด้านหลัง และไมเคิล คาร์ริกที่ย้ายเข้ามาเพิ่มทางเลือกในแดนกลาง การสร้างโอกาสจึงเชื่อมผู้เล่นหลายแนว ก่อนบอลจะถึงคนจบสกอร์
โอเล กุนนาร์ โซลชากลับมาช่วยทำประตูได้อีกครั้ง ส่วนเฮนริค ลาร์สสันเข้ามาช่วงยืมตัวกลางฤดูกาลและทำประตูลีกในเกมชนะวัตฟอร์ด 4–0 วันที่ 31 มกราคม 2007 ขุมกำลังจึงไม่ได้มีเพียงตัวจริงชุดเปิดฤดูกาล รายชื่อเหล่านี้ยังต้องแยกจากคาร์ลอส เตเบซ ซึ่งเข้ามาในฤดูกาลถัดไปและไม่ได้อยู่ในทีมแชมป์ชุดนี้
ประตูกระจายไปที่ใครบ้าง
แมนยูกลับสู่แชมป์ 2007 โดยไม่มีผู้เล่นยิงลีกถึงยี่สิบลูก
ในลีกฤดูกาล 2005/06 ฟาน นิสเตลรอยยิง 21 ประตู รูนีย์ 16 และโรนัลโด 9 ปีถัดมาโรนัลโดขึ้นเป็นผู้นำของทีมด้วย 17 ประตู รูนีย์ทำ 14 ซาฮา 8 และโซลชา 7 จำนวนของรูนีย์ลดลงเล็กน้อย แต่ทีมกลับผลิตประตูรวมได้มากขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนต้องยิงเพิ่มพร้อมกันเพื่อชดเชยกองหน้าที่จากไป
ยูไนเต็ดยิงในลีก 83 ประตู จากเดิม 72 ลูกในฤดูกาลก่อน โรนัลโดกับรูนีย์รวมกันได้ 31 ลูก ส่วนอีก 52 ลูกอยู่ในยอดทีมที่มาจากเพื่อนร่วมทีมและการทำเข้าประตูตัวเองของคู่แข่ง ตัวเลขนี้สะท้อนว่าคู่หูมีน้ำหนักสูง แต่ชัยชนะยังต้องการคนอื่นเติมส่วนที่เหลือ ซาฮากับโซลชารวมกันอีก 15 ลูกทำให้ทีมมีทางเลือกจบสกอร์นอกเหนือจากผู้เล่นสองคนแรก
การกระจายคนยิงเห็นได้ชัดในเกมเปิดบ้านชนะแบล็กเบิร์น 4–1 วันที่ 31 มีนาคม ยูไนเต็ดถูกนำก่อน แต่ผู้ทำประตูในครึ่งหลังคือสโคลส์ คาร์ริก พัก จีซอง และโซลชา ทั้งโรนัลโดและรูนีย์ไม่อยู่ในรายชื่อคนยิงวันนั้น ถึงอย่างนั้นทีมยังเปลี่ยนเกมที่ตามหลังให้กลายเป็นชัยชนะขาดลอยได้

การสลับพื้นที่ช่วยการขึ้นเกมอย่างไร
เกมชนะฟูแล่ม 5–1 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด วันที่ 20 สิงหาคม 2006 แสดงความสัมพันธ์นี้ตั้งแต่ต้นฤดูกาล ประตูแรกมาจากกิกส์ขึ้นทางซ้ายแล้วเปิดให้ซาฮาโหม่ง จังหวะต่อมารูนีย์แลกบอลกับโรนัลโดก่อนบอลไปถึงซาฮาทางซ้าย ลูกเปิดของกองหน้าชาวฝรั่งเศสกดดันจนเอียน เพียร์ซทำเข้าประตูตัวเอง บทบาทคนส่งกับคนเข้าพื้นที่จบสกอร์เปลี่ยนไปในแต่ละจังหวะ
รูนีย์ทำประตูจากบอลที่ผู้รักษาประตูปัดการยิงของซาฮาออกมา ก่อนเป็นฝ่ายออกไปรับบอลด้านข้างแล้วเปิดให้โรนัลโดจบสกอร์เป็น 4–0 กองหน้าชาวอังกฤษจึงไม่ได้ยืนรอในกรอบตลอดเวลา ส่วนปีกโปรตุเกสก็ไม่ได้จำกัดตัวเองไว้กับการเลี้ยงและเปิดบอลริมเส้น เมื่อคนหนึ่งออกไปสร้างทาง อีกคนพร้อมเข้ามาเป็นเป้าหมายของลูกส่ง
การเคลื่อนที่แบบนี้ทำให้แนวรับต้องตัดสินใจหลายครั้ง ถ้าตามกองหน้าที่ออกด้านข้าง พื้นที่ตรงกลางอาจเปิดให้ผู้เล่นอีกคนเข้าไป แต่ถ้ารักษาตำแหน่งไว้ คนถือบอลก็มีเวลาเลือกจ่ายมากขึ้น ในเกมฟูแล่มผลของการประสานงานปรากฏเป็นทั้งลูกโหม่ง ลูกยิงซ้ำ และการเข้าจบจากอีกด้านของสนาม แทนการรอให้หัวหอกคนเดียวจัดการทุกโอกาส
อีกตัวอย่างคือเกมชนะโบลตัน 4–1 วันที่ 17 มีนาคม 2007 โรนัลโดกับรูนีย์พาบอลสวนกลับจากแดนตัวเอง ก่อนโรนัลโดส่งให้รูนีย์หลุดไปยกบอลผ่านยุสซี ยัสเคไลเนนเป็นประตูที่สอง รายงานร่วมสมัยอธิบายการวิ่งขึ้นหน้าพร้อมกันของทั้งคู่ จังหวะนี้คนที่ยิงมากที่สุดในฤดูกาลทำหน้าที่ส่ง ส่วนกองหน้าที่ร่วมพาบอลขึ้นมาเป็นคนปิดงาน

หลักฐานใดชี้ความต่อเนื่องของทีม
ยูไนเต็ดชนะสี่นัดแรกของลีก แต่ความต่อเนื่องไม่ได้หมายถึงการชนะทุกสัปดาห์ ช่วงกุมภาพันธ์พวกเขาชนะเกมลีกทั้งหมดของเดือน รวมถึงการแซงฟูแล่ม 2–1 ที่คราเวน คอตเทจ กิกส์ตีเสมอก่อนโรนัลโดพาบอลจากแดนตัวเองไปยิงประตูชัยช่วงท้าย เกมเยือนที่อึดอัดจึงได้คำตอบต่างจากชัยชนะห้าประตูในบ้านเมื่อเปิดฤดูกาล
เชลซียังไล่กดดันด้วยชัยชนะต่อเนื่องเก้านัด ก่อนเกมที่ยูไนเต็ดกลับจากตามเอฟเวอร์ตัน 0–2 มาชนะ 4–2 ในปลายเดือนเมษายน รูนีย์กับคริส อีเกิลส์ทำสองประตูท้าย ทีมจึงรักษาระยะนำไว้ได้ และคว้าแชมป์แน่นอนเมื่อเชลซีเสมออาร์เซนอล 1–1 ขณะยูไนเต็ดยังเหลือโปรแกรมสองนัด
เมื่อจบฤดูกาล ยูไนเต็ดมี 89 คะแนนเหนือเชลซีที่ได้ 83 คะแนน เกมรุกที่ปรับใหม่ช่วยสร้างความได้เปรียบ แต่คะแนนยังเกิดจากความสามารถรักษาผลการแข่งขันและรับมือช่วงที่คู่แข่งไล่เข้ามา การกลับเป็นแชมป์จึงมีทั้งเกมที่คู่หูแนวรุกเร่งความเร็วแล้วตัดสินทันที และวันที่ผู้เล่นคนอื่นรับช่วงทำประตูจนทีมเดินหน้าต่อได้

