โรนัลโดดาวซัลโว 2008 จากผู้เล่นริมเส้นสู่คนจบสกอร์

คริสเตียโน โรนัลโด ในสีเสื้อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

โรนัลโดดาวซัลโว 2008 เป็นภาพของผู้เล่นที่เริ่มจากริมเส้นแต่เข้ามารับงานจบสกอร์มากขึ้น คริสเตียโน โรนัลโดยิง 31 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2007/08 จากการลงเล่น 34 นัด การเลี้ยงผ่านคู่แข่งยังเป็นอาวุธสำคัญ แต่การเข้าไปรับบอลใกล้ประตู การประสานงานกับเพื่อน และลูกตั้งเตะทำให้เขาสร้างอันตรายได้หลายรูปแบบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจึงได้คนยิงประจำทีมที่ไม่จำเป็นต้องเริ่มทุกจังหวะจากตำแหน่งกองหน้าตัวกลาง

ปีกทำหน้าที่ต่างจากตำแหน่งบนกระดาษอย่างไร

บทวิเคราะห์ของไมเคิล ค็อกซ์ที่พรีเมียร์ลีกเผยแพร่อธิบายว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันให้อิสระโรนัลโดจากภาระเกมรับมากขึ้น เขาขยับจากปีกขวาไปเป็นตัวรุกด้านซ้าย และบางช่วงยืนเป็นกองหน้าตรงกลาง การจัดวางจึงยืดหยุ่นกว่าภาพรายชื่อผู้เล่นที่มีปีกสองคนอยู่ข้างกองกลาง สิ่งสำคัญคือพื้นที่ที่เขาไปถึงเมื่อทีมกำลังจะสร้างโอกาส

แกรี เนวิลล์เคยอธิบายถึงการยอมปรับหลักการยืนตำแหน่งและตามคู่แข่งให้กับความสามารถพิเศษของเพื่อนคนนี้ นั่นไม่ได้ทำให้ผู้เล่นคนอื่นหมดหน้าที่ ตรงกันข้าม ทีมต้องรักษาความสมดุลขณะที่โรนัลโดเลือกจังหวะขึ้นหน้า อิสระดังกล่าวเพิ่มโอกาสให้เขาอยู่ใกล้การจบสกอร์ แทนที่จะต้องวิ่งกลับไปเริ่มจากแนวเดียวกับกองกลางทุกครั้ง

เกมเปิดบ้านชนะพอร์ตสมัธ 2–0 วันที่ 30 มกราคม 2008 มีตัวอย่างชัดเจนในประตูแรก โรนัลโดเล่นชิ่งกับนานีแล้วหลุดเข้าไปยิงผ่านเดวิด เจมส์ การรับบอลคืนระหว่างเคลื่อนเข้าหาประตูช่วยให้เขาเผชิญหน้าผู้รักษาประตูโดยตรง ผู้เล่นริมเส้นอีกคนจึงเป็นคนส่ง ส่วนโรนัลโดกลายเป็นเป้าหมายในพื้นที่ทำประตู

ประตูมาจากสถานการณ์ใด

โรนัลโดดาวซัลโว 2008 มีมากกว่าประตูจากลูกตั้งเตะ

ในยอด 31 ประตูลีก มีจุดโทษสี่ลูก ขณะที่ฐานข้อมูลเฉพาะทางเมสซีเวอร์ซัสโรนัลโดแจกแจงฟรีคิกที่ยิงเข้าโดยตรงอีกสี่ลูก ส่วนอีก 23 ลูกเป็นการทำประตูแบบอื่น ซึ่งรวมทั้งจังหวะเปิดเล่นและการเล่นต่อจากลูกตั้งเตะ จึงไม่ควรเรียกทั้งหมดว่าประตูจากเกมเปิด เช่นเดียวกับการนับประตูที่ไม่ใช่จุดโทษ 27 ลูก ซึ่งยังรวมฟรีคิกอยู่ด้วย

ฟรีคิกในเกมพอร์ตสมัธเป็นประตูที่สองของเขาวันนั้น บอลผ่านกำแพงไปยังมุมประตูจนเจมส์แทบไม่มีโอกาสตอบสนอง ต่างจากประตูแรกที่เกิดจากการรับส่งกับนานี ทั้งสองลูกทำให้เห็นว่าแนวรับต้องรับมือทั้งการวิ่งเข้าพื้นที่และการยิงเมื่อบอลหยุดนิ่ง การปิดช่องวิ่งอย่างเดียวจึงยังไม่ตัดอันตรายทั้งหมด

อีกแบบหนึ่งปรากฏในเกมชนะแอสตัน วิลลา 4–0 วันที่ 29 มีนาคม หลังลูกเตะมุมของไรอัน กิกส์ไม่ถูกเคลียร์พ้นอันตราย บอลมาถึงโรนัลโดใกล้ประตูและเขาใช้ส้นเท้าส่งบอลผ่านแนวรับเข้าไป จังหวะนี้ไม่ได้มาจากการเลี้ยงไกลหรือการวิ่งแข่งในสนามเปิด แต่เกิดจากการอยู่ถูกพื้นที่และเลือกสัมผัสบอลที่เหมาะกับเวลาจำกัด

ความแตกต่างระหว่างสามประตูนี้อยู่ที่สิ่งที่เขาต้องทำก่อนยิง ลูกแรกต้องเคลื่อนต่อหลังจ่ายให้เพื่อน ฟรีคิกต้องควบคุมทิศทางจากบอลนิ่ง ส่วนลูกส้นเท้าต้องปรับตัวกับบอลในพื้นที่แคบ ความสามารถในการจบงานหลายลักษณะทำให้บทบาทคนทำประตูไม่ผูกติดกับการใช้ความเร็วเพียงอย่างเดียว

ด้านนอกอัฒจันทร์สเตรตฟอร์ดเอนด์ของสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด
อัฒจันทร์สเตรตฟอร์ดเอนด์ที่สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด

เพื่อนร่วมแนวรุกเปิดพื้นที่แบบไหน

คาร์ลอส เตเบซเข้ามาร่วมทีมในฤดูกาลนี้และเล่นร่วมกับเวย์น รูนีย์ เกมวิลลาเป็นตัวอย่างที่โรนัลโดยังทำหน้าที่สร้างประตูได้ด้วย ในจังหวะขึ้นนำ 2–0 เตเบซมีส่วนเริ่มการต่อบอล ก่อนโรนัลโดรับลูกจากพอล สโคลส์ทางขวาแล้วเปิดไปเสาไกลให้เตเบซโหม่ง ผู้เริ่มเกมรุกจึงเคลื่อนเข้าไปรอจบ ส่วนคนที่เพิ่งทำประตูแรกเปลี่ยนเป็นผู้ส่งจากด้านข้าง

ถ้าเตเบซหยุดอยู่ตรงที่จ่ายบอลครั้งแรก ลูกเปิดจะขาดเป้าหมาย แต่การวิ่งต่อทำให้เขาไปถึงอีกด้านของแนวรับ ขณะเดียวกันโรนัลโดไม่ต้องฝืนเลี้ยงเข้าหาประตูทุกครั้ง เขาสามารถใช้พื้นที่ริมเส้นดึงความสนใจแล้วส่งข้ามไปยังเพื่อน ความสัมพันธ์นี้ทำให้การยืนกว้างยังมีคุณค่า แม้ผู้เล่นคนเดิมจะเข้ามายิงในกรอบบ่อยขึ้นแล้วก็ตาม

รูนีย์ทำสองประตูในครึ่งหลังของเกมเดียวกัน โดยโรนัลโดมีส่วนส่งบอลให้ทั้งสองจังหวะ ประตูแรกของรูนีย์เกิดหลังการเล่นส้นเท้าของโรนัลโดเปิดทางให้เขาผ่านสกอตต์ คาร์สันแล้วยิงเข้าประตู บทบาทตัวจบสกอร์จึงเปลี่ยนคนได้ภายในเกม และการสัมผัสบอลสั้นที่รวดเร็วช่วยให้เพื่อนก้าวผ่านแนวรับก่อนคู่แข่งตั้งตัว

นานีในเกมพอร์ตสมัธกับเตเบซและรูนีย์ในเกมวิลลาแสดงหน้าที่ต่างกัน นานีคืนบอลให้โรนัลโดเข้าจบ เตเบซเคลื่อนจากการเริ่มประสานงานไปเป็นผู้โหม่ง ส่วนรูนีย์รับบอลที่โรนัลโดส่งผ่านพื้นที่แคบ สามตัวอย่างนี้ทำให้เห็นว่าอิสระของดาวยิงต้องมีเพื่อนคอยรับส่งและวิ่งรองรับ จึงจะเปลี่ยนเป็นโอกาสที่จับต้องได้

สนามโอลด์แทรฟฟอร์ดและอัฒจันทร์สีแดงจากมุมสูง
สนามโอลด์แทรฟฟอร์ดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจากมุมสูง

สถิติ31ประตูควรบอกขอบเขตอย่างไร

31 ประตูเป็นยอดพรีเมียร์ลีกทั้งฤดูกาล 2007/08 ไม่ใช่ยอดปีปฏิทิน 2008 และไม่ใช่ยอดรวมทุกถ้วย ส่วน 42 ประตูเป็นผลงานทุกรายการของโรนัลโดในฤดูกาลเดียวกัน การลงลีก 34 นัดยังต่างจากโปรแกรมทั้งหมด 38 นัดของสโมสรด้วย จึงเป็นผลงานที่เกิดขึ้นโดยเขาไม่ได้ลงสนามครบทุกเกมลีก

โรนัลโดปิดยอดลีกด้วยจุดโทษในนัดสุดท้ายที่ยูไนเต็ดชนะวีแกน 2–0 กิกส์ยิงเพิ่มอีกลูกให้ทีมคว้าแชมป์ การทำประตูวันนั้นยังเป็นงานของผู้รับหน้าที่จุดโทษ ซึ่งต้องแยกจากการวิเคราะห์ว่าเขาหาพื้นที่รับบอลระหว่างเกมอย่างไร ทั้งสองอย่างมีส่วนในผลงานฤดูกาลเดียวกันแต่ใช้ทักษะและเงื่อนไขต่างกัน

ตำแหน่งดาวซัลโวจึงบอกถึงผลผลิตที่เด่นชัด ส่วนเกมกับพอร์ตสมัธและวิลลาช่วยอธิบายที่มาของผลผลิตนั้น โรนัลโดเข้ากรอบได้ เล่นชิ่งได้ เปิดให้เพื่อนได้ และจบจากบอลนิ่งได้ การขยายหน้าที่จากผู้เล่นริมเส้นทำให้ทีมมีคนเข้าถึงโอกาสยิงเพิ่มขึ้น โดยยังรักษาประโยชน์ของเขาในพื้นที่ด้านข้างเอาไว้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO