นอริชปี1993 อันดับสามเกิดขึ้นท่ามกลางเกมแพ้หนักได้อย่างไร

สนามแคร์โรว์ โร้ด รังเหย้าของนอริช ซิตี้

นอริชปี1993 จบอันดับสามด้วย 72 คะแนนทั้งที่ยิง 61 และเสีย 65 ประตู เพราะเก็บชัยชนะเฉือนได้บ่อย ขณะที่บางวันแพ้ด้วยสกอร์ห่าง ทีมของไมค์ วอล์กเกอร์ชนะ21นัด โดย16นัดชนะเพียงลูกเดียว ส่วนการแพ้หนักที่แบล็กเบิร์นและท็อตแนมเพิ่มยอดเสียจำนวนมาก แต่ไม่ได้หักคะแนนที่เคยเก็บมา ความต่างระหว่างรูปแบบเกมชนะกับเกมแพ้จึงอธิบายฤดูกาลนี้ได้ดีกว่าการมองผลต่างประตูเพียงช่องเดียว

สิบชัยชนะจาก16นัดแรก

การออกตัวของไมค์วอล์กเกอร์กับนอริชปี1993

วอล์กเกอร์ขึ้นมารับงานทีมชุดใหญ่หลังทำงานกับทีมสำรองของนอริช เขาต้องการรักษาการต่อบอลที่เป็นจุดเด่นเดิม แต่ลดการเล่นหลายจังหวะเกินไปใกล้เขตโทษ และให้ทีมส่งบอลเข้ากลางกับจบสกอร์เด็ดขาดขึ้น การปรับจึงอยู่ที่ทำให้การครองบอลไปถึงโอกาสยิง ไม่ใช่เพียงเก็บบอลได้นาน

นัดเปิดลีกวันที่ 15 สิงหาคม 1992 นอริชบุกชนะอาร์เซนอล 4–2 ที่ไฮบิวรี และต่อมาพลิกชนะเชลซี 3–2 นอกบ้านเช่นกัน ทั้งสองเกมเคยตามสองประตู แต่ยังกลับมาได้ชัยชนะ ผลงานเหล่านี้ทำให้คะแนนช่วงต้นไม่ต้องพึ่งเฉพาะเกมเหย้า และแสดงว่าการเสียประตูก่อนไม่ได้จบความหวังของทีมทันที

เมื่อผ่าน16นัด นอริชชนะ10 เสมอ3 และแพ้3 ได้33คะแนน แม้ในช่วงเดียวกันจะมีเกมแพ้แบล็กเบิร์น 1–7 กับลิเวอร์พูล 1–4 รวมอยู่ด้วย ทีมยังเก็บแต้มจากนัดอื่นได้มากพอจะยืนในกลุ่มนำ ความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่จึงเกิดอยู่ภายในช่วงออกตัวที่ดี ไม่ได้แยกเป็นคนละช่วงของฤดูกาลอย่างชัดเจน

เกมชนะเฉือนให้แต้มเท่ากับชนะขาด

สามแต้มที่ได้จากประตูเดียว

ชัยชนะ16นัดที่ห่างหนึ่งประตูแบ่งเป็นสกอร์1–0เจ็ดครั้ง 2–1หกครั้ง และ3–2สามครั้ง รวมเป็น48คะแนนจากเกมกลุ่มนี้ ส่วนชัยชนะอีกห้านัดเพิ่ม15คะแนน และผลเสมอเก้าครั้งทำให้ยอดสุดท้ายเป็น72 การชนะครึ่งหนึ่งของโปรแกรม42นัดเป็นฐานสำคัญของอันดับสาม แม้ส่วนใหญ่จะไม่ได้จบด้วยสกอร์ขาด

ที่แคร์โรว์โรด นอริชชนะเซาแธมป์ตัน เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ และโอลด์แฮมด้วยสกอร์1–0 แต่เกมชนะเฉือนไม่ได้หมายถึงการตั้งรับรักษาหนึ่งประตูตั้งแต่ต้นเสมอไป นัดเปิดบ้านชนะวิมเบิลดัน 2–1 วันที่ 5 ธันวาคม ต้องไล่จากการเป็นฝ่ายตามก่อน และประตูตัดสินเพิ่งมาถึงช่วงท้าย

วิมเบิลดันนำจากลอว์รี ซานเชซ ก่อนมาร์ก โรบินส์ตีเสมอ แล้วเดวิด ฟิลลิปส์ทำประตูชัยจากบอลต่ำของรูเอล ฟ็อกซ์ ผล2–1จึงซ่อนเส้นทางที่นอริชต้องเปลี่ยนจากไม่มีแต้มเป็นสามแต้ม การบุกทางด้านข้างช่วยให้ทีมส่งบอลเข้าไปถึงผู้เล่นที่รอจบในกรอบได้แม้เวลาจะเหลือน้อย

จังหวะประตูชัยมีข้อโต้แย้งเรื่องตำแหน่งของฟ็อกซ์ในรายงานการแข่งขัน แต่ผู้ตัดสินให้ประตูและผล2–1ยืนอยู่ สำหรับตารางคะแนน นอริชได้รับสามแต้มเต็มเหมือนเกมชนะอาร์เซนอล4–2 ส่วนผลต่างประตูเพิ่มเพียงหนึ่ง นี่เป็นเหตุผลที่จำนวนชัยชนะโตได้เร็วกว่าแต้มต่อในช่องประตูได้เสีย

อัฒจันทร์เจฟฟรีย์วอตลิงซิตีสแตนด์และสนามหญ้าแคร์โรว์โรด
เจฟฟรีย์วอตลิงซิตีสแตนด์ของแคร์โรว์โรดจากภาพถ่ายเดือนเมษายน 2007

เกมแพ้หนักกระทบยอดประตู

สกอร์เสียที่กระจุกอยู่ในเกมเยือน

การไปอีวูดพาร์กวันที่ 3 ตุลาคม 1992 จบด้วยความพ่ายแพ้ต่อแบล็กเบิร์น7–1 นัดเดียวทำให้ผลต่างประตูของนอริชลดลงหกลูก ขณะที่เกมเยือนท็อตแนมวันที่ 9 เมษายน 1993 ซึ่งแพ้5–1ลดลงอีกสี่ สองเกมนี้รวมกันมีผลต่อยอดต่างถึงสิบประตู แต่ในแง่คะแนนคือการแพ้สองนัด

นอริชยังแพ้ลิเวอร์พูล4–1 และแพ้เซาแธมป์ตันกับวิมเบิลดัน3–0 ทั้งสามนัดเป็นเกมเยือนเช่นกัน เมื่อรวมกับแบล็กเบิร์นและท็อตแนม เกมแพ้ห่างอย่างน้อยสามประตูทั้งห้าครั้งจึงเกิดนอกบ้าน ปัญหาสกอร์เสียไม่ได้กระจายเท่า ๆ กันทุกสนาม

ตลอดฤดูกาล นอริชยิงในบ้าน31และเสีย19ประตู ส่วนเกมเยือนยิง30แต่เสีย46 เกมรุกผลิตประตูได้ใกล้เคียงกันทั้งสองแบบ แต่ยอดเสียข้างนอกสูงกว่ามาก ผลต่างในบ้านบวก12จึงถูกผลต่างเกมเยือนลบ16หักล้างจนเหลือลบ4 ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกว่าความผิดพลาดทุกลูกมีสาเหตุเดียวกัน แต่ระบุได้ว่าความเสียหายส่วนใหญ่เกิดที่ใด

การแพ้หนักไม่ได้ทำให้ผลงานดีที่เหลือหายไป หลังเสียเจ็ดลูกที่แบล็กเบิร์น นอริชกลับมาเปิดบ้านชนะควีนส์พาร์ก เรนเจอร์ส2–1 ในนัดลีกถัดไป จึงได้สามแต้มเพิ่มทันทีแม้ยอดประตูยังรับผลจากเกมก่อนอยู่ การสะสมคะแนนกับการฟื้นผลต่างประตูเดินไปด้วยความเร็วไม่เท่ากัน

จากจ่าฝูงคริสต์มาสถึงอันดับสาม

สองชัยชนะในหกเกมสุดท้าย

นอริชอยู่จ่าฝูงในช่วงคริสต์มาส แต่หลังชนะวิมเบิลดันต้นเดือนธันวาคมก็มีหกนัดลีกติดต่อกันที่ไม่ชนะ ก่อนกลับมาเก็บสามแต้มจากคริสตัล พาเลซปลายเดือนมกราคม

หกนัดสุดท้ายเริ่มจากแพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด1–3 แล้วไปแพ้ท็อตแนม5–1 ถึงอย่างนั้นนอริชยังชนะลีดส์4–2 และลิเวอร์พูล1–0ที่แคร์โรว์โรด ชัยชนะในบ้านสองนัดนี้ช่วยรักษาคะแนนสำหรับการจบในกลุ่มบน แม้ทีมไม่สามารถชนะต่อเนื่องเพื่อไล่แชมป์ได้

ผู้ชมในอัฒจันทร์นอริชยูเนียนคอมมิวนิตีสแตนด์ของแคร์โรว์โรด
อัฒจันทร์นอริชยูเนียนคอมมิวนิตีสแตนด์จากภาพถ่ายเดือนเมษายน 2007

เมื่อรวมเกมแพ้อิปสวิช1–3 และเสมอมิดเดิลสโบรห์3–3 นอริชเก็บได้เจ็ดคะแนนจากหกเกมท้าย จบตามแอสตัน วิลลาสองแต้มและเหนือแบล็กเบิร์นหนึ่งแต้ม อันดับสามจึงมีส่วนต่างคะแนนจริงรองรับ ไม่ได้ต้องเอาผลต่างประตูติดลบไปตัดสินกับสองทีมนี้

ฤดูกาลของวอล์กเกอร์มีทั้งการกลับมาชนะจากสถานการณ์ตามหลัง การเฉือนคู่แข่งในบ้าน และวันที่แนวรับเสียหลายลูกพร้อมกัน สิบหกชัยชนะห่างหนึ่งประตูช่วยให้นอริชมีคะแนนสูง ส่วนเกมเยือนที่แพ้หนักทำให้ยอดประตูดูเปราะบาง ทั้งสองด้านเกิดขึ้นกับทีมเดียวกันและร่วมกันสร้างหน้าตาของอันดับสามปีนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO