แซ็ตดับเบิลแชมป์ปี 1934 ชัยชนะสองรายการที่ต้องแยกเส้นทาง

สนาม Stade Louis-Michel ของแซ็ต

แซ็ตดับเบิลแชมป์ในปี 1934 หมายถึงการคว้าแชมป์ลีกฝรั่งเศสและกุปเดอฟร็องส์ภายในฤดูกาลเดียวกัน สโมสรต้องผ่านการตัดสินสองแบบ คือสะสมคะแนนให้มากที่สุดในลีก และชนะคู่แข่งจนถึงรอบชิงชนะเลิศของฟุตบอลถ้วย เอฟซี แซ็ตทำสำเร็จเป็นทีมแรกของฝรั่งเศส โดยจบลีกด้วย 34 คะแนนและเอาชนะโอลิมปิก มาร์กเซย 2–1 ในนัดชิงถ้วย ความพิเศษจึงอยู่ที่การชนะการแข่งขันทั้งสองเส้นทาง ไม่ใช่การได้แชมป์ลีกสองสมัยจากปีเดียว

แชมป์สองรายการในปีเดียวคืออะไร

แซ็ตดับเบิลแชมป์ต้องผ่านการทดสอบสองแบบ

ลีกฤดูกาล 1933/34 เปิดโอกาสให้ทีมที่แพ้บางนัดกลับมาเก็บคะแนนในเกมอื่นได้ แต่ฟุตบอลถ้วยบังคับให้ทีมผ่านคู่แข่งแต่ละรอบเพื่อรักษาสิทธิ์ไปต่อ ทีมแชมป์สองรายการจึงต้องจัดการทั้งผลงานตลอดฤดูกาลและเกมที่ความพ่ายแพ้หมายถึงการสิ้นสุดเส้นทาง ความสามารถด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียวยังไม่พอสำหรับความสำเร็จของแซ็ต

ผู้คุมทีมคือเรอเน เดอดีเยอ ซึ่งมีชื่อในทำเนียบผู้ฝึกสอนแชมป์ลีกปีนั้น ขณะที่เรอเน ล็องส์เป็นผู้รักษาประตู และหลุยส์ กาบริยาร์กเป็นหนึ่งในกองกลาง ประวัตินักเตะของสมาคมฟุตบอลฝรั่งเศสบันทึกแชมป์ลีกและถ้วยปี 1934 ไว้แยกกันในเกียรติประวัติของทั้งสองคน ทีมชุดนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงชื่อสโมสรในบัญชีผู้ชนะ แต่มีผู้เล่นร่วมรับภาระการแข่งขันทั้งสองรายการจริง

อิสต์วาน ลูคาชเป็นผู้เล่นที่เชื่อมสองเส้นทางได้ชัดที่สุด เขาจบฤดูกาลในฐานะดาวซัลโวลีกด้วย 28 ประตู และยังเป็นคนทำทั้งสองประตูในรอบชิงฟุตบอลถ้วย อย่างไรก็ตาม ประตูในนัดชิงเป็นสถิติของอีกรายการหนึ่ง จึงต้องอ่านแยกจากตัวเลขที่ทำให้เขาเป็นดาวซัลโวลีก

เส้นทางลีกตัดสินจากข้อมูลใด

ลีกปีนั้นมี 14 สโมสร แต่ละทีมลงเล่น 26 นัด แซ็ตจบด้วยชัยชนะ 14 นัด เสมอ 6 นัด และแพ้ 6 นัด ระบบชนะได้สองคะแนนทำให้ผลงานดังกล่าวรวมเป็น 34 คะแนน ฟิฟส์เป็นรองแชมป์ด้วย 33 คะแนน ส่วนมาร์กเซยมี 33 คะแนนเท่ากันและจบอันดับสาม โอลิมปิก ลิลลัวส์ตามมาเป็นอันดับสี่ที่ 32 คะแนน ระยะห่างเพียงหนึ่งคะแนนระหว่างแชมป์กับสองทีมถัดไปทำให้การแข่งขันสูสีจนท้ายฤดูกาล

จำนวนชัยชนะอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าใครควรเป็นแชมป์ มาร์กเซยชนะ 15 นัด มากกว่าแซ็ตหนึ่งนัด แต่เสมอเพียงสามครั้งและแพ้แปดครั้ง เมื่อรวมคะแนนแล้วจึงอยู่ข้างหลัง แซ็ตได้ประโยชน์จากผลเสมอหกนัดซึ่งช่วยเติมคะแนนในวันที่เอาชนะไม่ได้ ความต่างนี้อธิบายตำแหน่งแชมป์ได้ตรงกว่าการมองเฉพาะว่าใครชนะมากที่สุด

สนามเหย้าเป็นฐานคะแนนสำคัญของแซ็ต เมื่อนับผลการแข่งขันในบ้านทั้ง 13 นัด ทีมชนะ 11 นัด เสมอสองนัด และไม่แพ้เลย คิดเป็น 24 คะแนน ส่วนเกมเยือนให้เพิ่มอีกสิบคะแนนจากชัยชนะสามนัดและผลเสมอสี่นัด ผลงานในบ้านจึงช่วยชดเชยความเสียหายจากการแพ้นอกบ้านหกครั้ง โดยไม่ต้องเป็นทีมไร้พ่ายตลอดฤดูกาล

ถึงกระนั้น แซ็ตยังต้องรอผลของคู่แข่งหลังจบโปรแกรมของตนเอง เมื่อทีมมี 34 คะแนน มาร์กเซยตามหลังอยู่หนึ่งคะแนนและยังเหลือเกมตกค้างสามนัด โอกาสแซงจึงยังเปิดอยู่ แต่ทีมจากมาร์กเซยแพ้ทั้งสามครั้ง ทำให้คะแนนสุดท้ายหยุดที่ 33 การได้แชมป์ของแซ็ตจึงเกิดจากทั้งคะแนนที่สะสมไว้และการที่ผู้ไล่ตามไม่สามารถเพิ่มคะแนนในช่วงท้ายได้

ท่าเรือและอาคารริมทะเลของเมืองมาร์กเซย
ท่าเรือและตัวเมืองมาร์กเซยจากภาพถ่ายยุคปัจจุบัน

รอบชิงฟุตบอลถ้วยตัดสินอย่างไร

เส้นทางกุปเดอฟร็องส์ให้ภาพอีกแบบหนึ่ง ในรอบสิบหกทีม แซ็ตผ่านมงต์เปลลิเยร์ 1–0 ก่อนชนะอาเมียงส์ 3–0 ในรอบแปดทีม จากนั้นทีมต้องพบโอลิมปิก ลิลลัวส์ในรอบรองชนะเลิศและชนะ 1–0 อีกครั้ง ผลต่างเพียงประตูเดียวในสองรอบแสดงให้เห็นว่าการเดินทางสู่รอบชิงไม่ได้อาศัยชัยชนะขาดลอยทุกนัด

มาร์กเซยกลายเป็นคู่แข่งในนัดชิงวันที่ 6 พฤษภาคม 1934 ที่สนามโอลิมปิก อีฟว์ดูมานัวร์ เมืองโกลอมบ์ แม้ทั้งสองสโมสรจะเป็นคู่แข่งในลีกด้วย แต่คะแนนสะสมไม่ได้ถูกนำมาใช้ในเกมนี้ ทั้งคู่ต้องตัดสินผู้ชนะฟุตบอลถ้วยจากการแข่งขันรอบชิงของตนเอง

เอมิล แซร์มานียิงให้มาร์กเซยขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่สอง ทำให้แซ็ตต้องไล่ตามแทบตั้งแต่เริ่มเกม ลูคาชตีเสมอในนาทีที่ 22 ก่อนทำประตูอีกครั้งในนาทีที่ 75 แซ็ตจึงพลิกกลับมาชนะ 2–1 และได้ถ้วยจากผลงานในเกมที่เริ่มต้นด้วยความเสียเปรียบ การยิงสองประตูของเขาเปลี่ยนผลการแข่งขันโดยตรง ต่างจากลีกที่ต้องรวมผลงานของหลายเดือนเข้าด้วยกัน

เรือสีขาวและสีน้ำเงินหน้าอาคารริมคลองในเมืองแซ็ต
เรือและอาคารริมคลองในเมืองแซ็ตจากภาพถ่ายยุคปัจจุบัน

การชนะมาร์กเซยในรอบชิงไม่ได้ทำให้แซ็ตได้รับคะแนนลีกเพิ่ม และไม่ได้ตัดสิทธิ์มาร์กเซยจากการลุ้นแชมป์ลีก ทั้งสองทีมยังมีสถานะตามตารางและโปรแกรมของรายการนั้นแยกต่างหาก ความบังเอิญที่พบคู่แข่งรายเดียวกันในสองเส้นทางจึงทำให้เรื่องราวเข้มข้นขึ้น โดยไม่เปลี่ยนวิธีตัดสินของแต่ละการแข่งขัน

เหตุใดจำนวนถ้วยไม่ใช่จำนวนแชมป์ลีก

เกียรติประวัติของแซ็ตช่วยแยกความหมายนี้ได้ชัดเจน สโมสรได้กุปเดอฟร็องส์ในปี 1930 ก่อนคว้าอีกครั้งในปี 1934 ส่วนแชมป์ลีกครั้งแรกเกิดในฤดูกาล 1933/34 และครั้งที่สองในฤดูกาล 1938/39 ดังนั้นชัยชนะสองรายการของปี 1934 เพิ่มแชมป์ลีกหนึ่งสมัยและแชมป์ฟุตบอลถ้วยหนึ่งสมัยให้สโมสร

เมื่อมองผลงานของลูคาชก็ใช้หลักเดียวกัน 28 ประตูเป็นยอดในลีกที่ทำให้เขานำผู้ทำประตูของรายการ ส่วนสองประตูที่โกลอมบ์อธิบายว่าแซ็ตชนะนัดชิงอย่างไร ตัวเลขทั้งสองมีคุณค่าในเรื่องเดียวกัน แต่ตอบคำถามคนละข้อ เช่นเดียวกับทีมที่ต้องมีทั้งความสม่ำเสมอในการสะสมคะแนนและความสามารถในการพลิกเกมนัดชิง จึงจะเปลี่ยนฤดูกาล 1933/34 ให้เป็นปีดับเบิลแชมป์ได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO