ลิลลัวส์แชมป์ 1933 รู้จักทีมแชมป์ก่อนกำเนิดลีลล์

สนามสตาด อ็องรี-โฌรีส์ รังเหย้าของโอลิมปิก ลิลลัวส์

ลิลลัวส์แชมป์ 1933 หมายถึงโอลิมปิกลิลลัวส์ สโมสรที่ชนะลีกอาชีพฝรั่งเศสฤดูกาลแรกด้วยชัยชนะเหนือกานส์ 4–3 ในนัดชิง ทีมนี้เป็นหนึ่งในรากของลีลล์ โอเอสซี แต่ไม่ได้ใช้ชื่อและตัวตนองค์กรเดียวกับสโมสรที่เกิดจากการควบรวมในปี 1944 เรื่องราวของแชมป์จึงเป็นทั้งประวัติการแข่งขันและประวัติของเมืองที่มีทีมมากกว่าหนึ่งแห่ง

ลิลลัวส์เป็นสโมสรแบบใด

ลิลลัวส์แชมป์ 1933 มีตัวตนก่อนลีลล์ โอเอสซี

โอลิมปิกลิลลัวส์ก่อตั้งในปี 1902 เมื่อถึงฤดูกาลแรกของลีกอาชีพ สโมสรจึงมีอายุราวสามทศวรรษแล้ว ไม่ใช่ทีมที่เพิ่งตั้งขึ้นเพื่อสมัครเข้ารายการใหม่ ประวัติช่วงนี้ต้องใช้ชื่อโอลิมปิกลิลลัวส์ให้ชัด โดยเฉพาะเมื่อนำไปเทียบกับสโมสรจากเมืองลิลล์ในยุคหลัง

คู่แข่งสำคัญในเมืองคือสปอร์ติ้ง คลับ ฟีฟ หรือเอสซี ฟีฟส์ การมีสองสโมสรทำให้การเข้าสู่ฟุตบอลอาชีพเกี่ยวข้องกับการแข่งขันภายในท้องถิ่นด้วย ประวัติที่ลีลล์เผยแพร่ในปี 2023 ระบุว่าโอลิมปิกลิลลัวส์ลังเลในตอนแรก ก่อนตัดสินใจเข้าร่วมในช่วงท้ายหลังคู่แข่งรายนี้สมัครเข้าสู่ระบบใหม่

ทีมแชมป์มีผู้เล่นจากภาคเหนือของฝรั่งเศสอยู่ร่วมกับนักเตะอังกฤษ เบลเยียม และฮังการี การเป็นตัวแทนเมืองจึงไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเกิดในเมืองเดียวกัน สโมสรใช้ทั้งฐานผู้เล่นในพื้นที่และกำลังจากต่างประเทศเพื่อสร้างทีมที่แข่งขันได้ในเวทีระดับชาติ

จอร์จ โบกูร์เป็นกัปตันทีมชุดปี 1933 ขณะที่ภาพหมู่ซึ่งสโมสรนำกลับมาเผยแพร่ยังเก็บชื่ออย่างโรแบร์ เดอฟอสส์ ฌูลส์ ว็องดูเรน และฌอร์ฌ แว็งเกลม็องส์ไว้ด้วย รายชื่อเหล่านี้ทำให้แชมป์ครั้งแรกมีใบหน้าและคนทำงานอยู่เบื้องหลัง มากกว่าจะเหลือเพียงชื่อเมืองในแถวแรกของทำเนียบผู้ชนะ

เส้นทางถึงแชมป์ปี1933มีขั้นใด

ฤดูกาลเปิดวันที่ 11 กันยายน 1932 ด้วยยี่สิบทีม แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละสิบ โอลิมปิกลิลลัวส์เริ่มต้นด้วยการแพ้มาร์กเซยในบ้าน 1–2 แต่ผลนัดแรกยังเหลือโปรแกรมให้แก้ตัว การลุ้นแชมป์ต้องผ่านการแข่งขันในกลุ่มก่อน ไม่ใช่ตัดสินจากเกมเปิดฤดูกาลหรือจากชื่อเสียงที่มีอยู่เดิม

เมื่อจบช่วงแบ่งกลุ่ม ลิลลัวส์เป็นอันดับหนึ่งของกลุ่มเอ ส่วนอีกฝั่งมีการเปลี่ยนผู้เข้าชิง อ็องตีบส์ซึ่งนำกลุ่มบีถูกลดอันดับหลังเกิดเรื่องอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับเกมพบฟีฟส์ กานส์จึงได้สิทธิ์เล่นนัดตัดสินแทน เหตุการณ์นี้เปลี่ยนคู่แข่งของลิลลัวส์ แต่ไม่ได้ทำให้ทีมจากภาคเหนือรับแชมป์โดยไม่ต้องลงสนาม

สนามปีแยร์โมรัวในลีลล์
สนามปีแยร์โมรัวในลีลล์

นัดชิงวันที่ 14 พฤษภาคม 1933 เล่นที่โกลอมบ์ ลิลลัวส์ชนะกานส์ 4–3 และเป็นแชมป์อาชีพครั้งแรกของฝรั่งเศส ผลต่างเพียงลูกเดียวในเกมที่มีเจ็ดประตูทำให้ตอนจบของฤดูกาลไม่ใช่การรับรางวัลจากตำแหน่งจ่าฝูงโดยอัตโนมัติ ผู้ชนะกลุ่มยังต้องชนะคู่แข่งจากอีกสายเพื่อปิดเส้นทางของตนเอง

ชื่อกานส์ในเกมนี้ก็มีความหมายเฉพาะรายการด้วย สโมสรเคยชนะกุปเดอฟร็องส์ในปี 1932 แต่การเป็นคู่ชิงลีกปีถัดมาไม่ได้ทำให้ฟุตบอลถ้วยกับแชมป์ลีกกลายเป็นความสำเร็จประเภทเดียวกัน สำหรับลิลลัวส์ ชัยชนะที่โกลอมบ์ครั้งนี้อยู่ในช่องแชมป์ลีกอาชีพอย่างชัดเจน

เหตุใดเมืองลิลล์จึงจดจำถ้วยนี้

แชมป์ปี 1933 ทำให้เมืองลิลล์เป็นบ้านของผู้ชนะคนแรกในยุคลีกอาชีพ ความหมายนี้ยังอยู่ได้แม้องค์กรเจ้าของทีมจะเปลี่ยนผ่านภายหลัง เมืองสามารถจดจำความสำเร็จของสโมสรเก่า ขณะที่ทะเบียนการแข่งขันยังรักษาชื่อผู้ชนะในเวลานั้นไว้

ครบรอบเก้าสิบปีในปี 2023 มีนิทรรศการประวัติโอลิมปิกลิลลัวส์ที่โถงใหญ่ของศาลาว่าการลิลล์ ระหว่างวันที่ 2–16 พฤษภาคม เนื้อหาเรียงตามเวลาในป้ายจัดแสดงห้าสิบแผ่น พร้อมสิ่งของร่วมสมัยอย่างเสื้อแข่งขัน ธงสโมสร และหนังสือพิมพ์ การนำเรื่องเข้าสู่ศาลาว่าการช่วยให้ประวัติฟุตบอลเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่วัฒนธรรมเมือง

อีกสถานที่หนึ่งคือกร็องด์ โอแตล แบลวู ใกล้กร็องด์ปลาซ ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งสำนักงานของโอลิมปิกลิลลัวส์ ในเดือนพฤษภาคม 2023 ลีลล์ประกาศกิจกรรมติดแผ่นรำลึกและเสวนาประวัติฟุตบอลที่โรงแรม โดยเชิญทั้งผู้ศึกษาประวัติและลูกหลานของบุคคลในยุคนั้นมาร่วม

ผู้ร่วมกิจกรรมที่ประกาศไว้มีปิแอร์ โบกูร์ บุตรของกัปตันทีมปี 1933 และมิเชล อ็องรี ฌูริส หลานของอ็องรี ฌูริส อดีตประธานโอลิมปิกลิลลัวส์ ความเชื่อมโยงเช่นนี้รักษาความทรงจำผ่านครอบครัวและสถานที่ ไม่ได้อาศัยเพียงการนำจำนวนถ้วยของทีมเก่าไปเพิ่มให้ทีมปัจจุบัน

ลิลลัวส์กับลีลล์1944สัมพันธ์กันอย่างไร

สงครามโลกครั้งที่สองทำให้กำลังผู้เล่นของทั้งโอลิมปิกลิลลัวส์และฟีฟส์ลดลงจากการสู้รบ การถูกคุมขัง และการย้ายถิ่น สภาพเช่นนี้เปิดทางให้แนวคิดควบรวมซึ่งอ็องรี เครตซ์ช์มาร์ผลักดันมีความสำคัญมากขึ้น แต่ฝ่ายฟีฟส์ไม่ได้ยอมรับข้อเสนอทันที

ในปี 1943 ผู้เล่นชั้นนำจากทั้งสองสโมสรได้อยู่ร่วมกันในทีมภูมิภาคลิลล์ ฟล็องดร์ การทำงานร่วมกันช่วยให้การประนีประนอมเป็นรูปธรรม ก่อนทั้งสองฝ่ายตกลงควบรวมวันที่ 23 กันยายน 1944 องค์กรใหม่ใช้ชื่อสตาด ลิลลัวส์ในระยะแรก จึงไม่ใช่เพียงโอลิมปิกลิลลัวส์เปลี่ยนป้ายชื่อโดยไม่มีอีกสโมสรเข้ามาเกี่ยวข้อง

สนามปีแยร์โมรัวในลีลล์
สนามปีแยร์โมรัวในลีลล์

วันที่ 25 พฤศจิกายน 1944 คณะบริหารเลือกชื่อที่ระลึกถึงทั้งสองต้นกำเนิด ส่วนลีลล์ โอลิมปิกเชื่อมกับโอลิมปิกลิลลัวส์ และส่วนสปอร์ติ้ง คลับเชื่อมกับฟีฟส์ จึงเกิดชื่อย่อลีลล์ โอเอสซีที่คุ้นเคยในเวลาต่อมา

ด้วยเหตุนี้ ทำเนียบสมาคมจึงระบุโอลิมปิกลิลลัวส์เป็นแชมป์ฤดูกาล 1932/33 และลีลล์ โอเอสซีเป็นแชมป์ฤดูกาล 1945/46 แยกกัน เมืองเดียวกันมีเส้นประวัติที่เชื่อมต่อได้ แต่ชื่อผู้ชนะต้องอยู่กับสโมสรที่ลงแข่งขันจริง การเล่าแชมป์ปี 1933 ด้วยชื่อเดิมจึงรักษาทั้งความสำเร็จของลิลลัวส์และบทบาทของฟีฟส์ในการสร้างสโมสรยุคใหม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO