แมนซิตี้แชมป์ 2014 เส้นทางที่ต้องอ่านพร้อมเกมในมือ

สนามเอติฮัด สเตเดียม รังเหย้าของแมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนซิตี้แชมป์ 2014 เป็นเส้นทางที่อันดับบนตารางเพียงอย่างเดียวอธิบายได้ไม่ครบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้มีช่วงที่ลงแข่งน้อยกว่าลิเวอร์พูลและเชลซี จึงยังเก็บคะแนนเพิ่มได้มากกว่า แต่เกมในมือไม่ได้กลายเป็นชัยชนะล่วงหน้า ทีมของมานูเอล เปเยกรินีต้องผ่านทั้งการแพ้ที่แอนฟิลด์ การสะดุดในเกมตกค้าง และชัยชนะห้านัดรวดท้ายฤดูกาล ก่อนปิดงานด้วย 86 คะแนนเหนือคู่แข่งที่ใกล้ที่สุดสองคะแนน

อันดับตามตารางต่างจากโอกาสแชมป์อย่างไร

แมนซิตี้แชมป์ 2014 ต้องดูจำนวนเกมข้างคะแนน

เมื่อจบการแข่งขันวันที่ 30 มีนาคม ลิเวอร์พูลนำด้วย 71 คะแนนจาก 32 นัด เชลซีมี 69 คะแนนจากจำนวนเกมเท่ากัน ส่วนซิตี้มี 67 คะแนนแต่เพิ่งเล่น 30 นัด ซิตี้ตามจ่าฝูงสี่คะแนนจริง ทว่ายังมีเกมเหลือแปดนัด ขณะที่คู่แข่งทั้งสองเหลือทีมละหกนัด ตำแหน่งที่สามจึงยังไม่ได้หมายความว่าซิตี้ต้องรอให้ทุกทีมข้างหน้าพลาดเท่านั้น

ถ้าซิตี้ชนะทุกเกมที่เหลือในจุดนั้นจะจบได้สูงสุด 91 คะแนน ลิเวอร์พูลทำได้สูงสุด 89 และเชลซี 87 ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพดานจากโปรแกรมที่ยังไม่แข่ง ไม่ใช่คะแนนที่ได้รับแล้ว และไม่ใช่คำทำนายว่าทีมใดจะชนะทั้งหมด แต่มันช่วยอธิบายว่าทำไมทีมที่อยู่อันดับสามยังสามารถมองเส้นทางของตนเองได้

สถานการณ์เปลี่ยนวันที่ 13 เมษายน เมื่อลิเวอร์พูลเปิดบ้านชนะซิตี้ 3–2 หลังเกมและผลคู่อื่นในวันนั้น ลิเวอร์พูลมี 77 คะแนนจาก 34 นัด เชลซีมี 75 จาก 34 นัด ส่วนซิตี้มี 70 จาก 32 นัด แม้ซิตี้ยังเตะน้อยกว่าสองเกม แต่เพดานของตนลดลงเป็น 88 คะแนน ขณะที่ลิเวอร์พูลยังไปถึง 89 ได้ ความได้เปรียบจากเกมในมือจึงต้องอ่านใหม่หลังผลการแข่งขันแต่ละนัด

เกมตกค้างกระจายอยู่ช่วงใด

ซิตี้เริ่มลดจำนวนเกมที่ค้างเมื่อบุกชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3–0 วันที่ 25 มีนาคม รายงานของสโมสรระบุว่าก่อนเกมมีนัดในมือต่อเชลซีสามนัด และหลังชัยชนะยังเหลืออีกสองนัด ประตูของเอดิน เชโกสองลูกกับยายา ตูเรอีกลูกจึงทำให้โอกาสบนกระดาษส่วนหนึ่งเปลี่ยนเป็นคะแนนจริงที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

เกมกับซันเดอร์แลนด์เป็นอีกนัดที่ต้องจัดใหม่ เดิมกำหนดเล่นวันที่ 12 กุมภาพันธ์ แต่สภาพอากาศรุนแรงทำให้เจ้าหน้าที่ไม่อาจรับรองความปลอดภัยของผู้เดินทางและพื้นที่รอบสนามได้ เกมจึงเลื่อนมาถึงวันที่ 16 เมษายน การมีเกมตกค้างในกรณีนี้เกิดจากข้อจำกัดของปฏิทินและความปลอดภัย ไม่ใช่การเลือกพักเพื่อเก็บความได้เปรียบในการลุ้นแชมป์

เมื่อได้เล่น ซิตี้กลับเสมอซันเดอร์แลนด์ 2–2 จึงเพิ่มเพียงหนึ่งคะแนนเป็น 71 จาก 33 นัด และเหลือคะแนนให้เก็บสูงสุดอีกสิบห้า คะแนนปลายทางที่เป็นไปได้จึงลดเหลือ 86 หลังแพ้ลิเวอร์พูลเพียงไม่กี่วัน เกมในมือหนึ่งนัดถูกใช้ไปโดยไม่สามารถลดระยะห่างได้ตามที่การชนะจะทำให้เกิดขึ้น

นัดค้างกับแอสตัน วิลลายังอยู่ไกลถึงวันที่ 7 พฤษภาคม ก่อนปิดฤดูกาลเพียงสี่วัน ซิตี้จึงต้องรักษาความหวังผ่านเกมระหว่างทางให้ได้ก่อนจะมีจำนวนเกมเท่าคู่แข่ง บทบาทของเกมตกค้างเปลี่ยนตามเวลา จากโอกาสไล่คะแนนในเดือนมีนาคมไปเป็นนัดที่ใช้แซงขึ้นนำในสัปดาห์สุดท้าย

พื้นสนามสีเขียวและอัฒจันทร์สีฟ้าภายในเอติฮัด
อัฒจันทร์ล้อมสนามฟุตบอลภายในเอติฮัดในยุคหลังการย้ายสนามปี 2003

ห้าเกมท้ายเพิ่มคะแนนอย่างไร

หลังจบวันที่ 20 เมษายน ลิเวอร์พูลมี 80 คะแนนจาก 35 นัด ขณะที่ซิตี้ยังอยู่ที่ 71 จาก 33 นัด ระยะห่างเก้าคะแนนจึงเกิดพร้อมช่องว่างสองเกม ลิเวอร์พูลยังทำได้สูงสุด 89 คะแนน และซิตี้สูงสุด 86 ทีมของเปเยกรินีต้องเก็บงานของตัวเองพร้อมหวังให้จ่าฝูงเสียคะแนนด้วย

การชนะเวสต์บรอมวิช อัลเบียน 3–1 วันที่ 21 เมษายนเริ่มชุดชัยชนะห้านัดติดต่อกัน จากนั้นวันที่ 27 เมษายน ซิตี้บุกชนะคริสตัล พาเลซ 2–0 ในวันเดียวกับที่ลิเวอร์พูลแพ้เชลซี 0–2 หลังจบวันนั้นซิตี้มี 77 คะแนนจาก 35 นัด ลิเวอร์พูลมี 80 จาก 36 นัด และเชลซี 78 จาก 36 นัด

ครั้งนี้เกมในมือหนึ่งนัดมีความหมายต่างจากหลังเกมแอนฟิลด์ ซิตี้กับลิเวอร์พูลต่างมีเพดาน 86 คะแนน และผลต่างประตูได้เสียของซิตี้อยู่ที่บวก 58 เทียบกับบวก 50 ของลิเวอร์พูล หากทั้งสองชนะทั้งหมด คะแนนจะเท่ากันและต้องดูเกณฑ์ตัดสินอันดับต่อ ความหวังของซิตี้จึงกลับมาอยู่บนพื้นฐานที่แข็งแรงขึ้น แต่ยังต้องทำผลให้ได้จริง

วันที่ 3 พฤษภาคม ซิตี้บุกชนะเอฟเวอร์ตัน 3–2 ที่กูดิสัน พาร์ค เพิ่มเป็น 80 คะแนนจาก 36 นัดและขึ้นเหนือกว่าลิเวอร์พูลด้วยผลต่างประตูได้เสีย ต่อมาลิเวอร์พูลเสมอพาเลซ 3–3 วันที่ 5 พฤษภาคม ทำให้มี 81 คะแนนจาก 37 นัด ซิตี้จึงรู้ก่อนลงพบวิลลาว่าชัยชนะจะส่งตนขึ้นนำด้วยคะแนนโดยตรง

วันที่ 7 พฤษภาคม ซิตี้ชนะวิลลา 4–0 และขยับเป็น 83 คะแนนจาก 37 นัด จำนวนเกมของสองทีมเท่ากันแล้ว โดยซิตี้นำสองคะแนนและมีผลต่างประตูได้เสียบวก 63 ส่วนลิเวอร์พูลบวก 50 เกมที่รอมานานจึงกลายเป็นชัยชนะซึ่งทำให้เงื่อนไขวันสุดท้ายชัดเจนขึ้นอย่างมาก

ผู้ชมเต็มอัฒจันทร์และชื่อเอติฮัดบนหลังคาสนาม
ชื่อเอติฮัดบนหลังคาสนามและอัฒจันทร์ที่มีผู้ชมในภาพถ่ายยุคหลัง

นัดสุดท้ายต้องทำอะไรเพื่อจบงาน

ก่อนพบเวสต์แฮม ยูไนเต็ดวันที่ 11 พฤษภาคม การชนะจะทำให้ซิตี้มี 86 คะแนน ซึ่งไม่มีใครตามทัน หากเสมอจะมี 84 คะแนน และลิเวอร์พูลทำได้สูงสุดเท่ากันจากการชนะนิวคาสเซิล แต่ด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ห่างถึงสิบสามประตู การเสมอจึงเพียงพอในทางปฏิบัติ เว้นแต่ลิเวอร์พูลจะชนะด้วยสกอร์สูงผิดปกติจนกลับมาเหนือกว่าในเกณฑ์ตัดสินอันดับ

เงื่อนไขดังกล่าวไม่ได้แปลว่าซิตี้จำเป็นต้องหยุดเล่นเพื่อรักษาผลเสมอ ทีมเปิดบ้านชนะ 2–0 จากซามีร์ นาสรีในครึ่งแรกและแว็งซ็องต์ กอมปานีหลังพักครึ่ง ทำให้ผลชนะนิวคาสเซิล 2–1 ของลิเวอร์พูลไม่เปลี่ยนเจ้าของแชมป์ ซิตี้จบที่ 86 คะแนน ลิเวอร์พูล 84 และเชลซี 82

ชัยชนะห้านัดสุดท้ายเพิ่มสิบห้าคะแนนจากฐาน 71 หลังเกมซันเดอร์แลนด์ และทีมยิงรวมสิบสี่ประตูเสียสามประตูในช่วงนั้น เกมในมือช่วยให้มีโอกาส แต่ช่วงปิดฤดูกาลแสดงการเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นเป็นผลจริง แชมป์ของเปเยกรินีจึงอธิบายได้ผ่านทั้งปฏิทินที่ไม่เท่ากันและความต่อเนื่องของทีมเมื่อถึงเวลาต้องลงแข่งขัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO