แมนซิตี้ฟอลส์ไนน์ปี 2021 เมื่อผู้เล่นกลางรับบทกองหน้าตัวหลอก

สนามเอติฮัด สเตเดียม รังเหย้าของแมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนซิตี้ฟอลส์ไนน์ คือคำที่ใช้เรียกแท็กติกไร้กองหน้าตัวเป้าของเป๊ป กวาร์ดิโอลาในฤดูกาล 2020/21 เมื่อทีมเลือกไม่ส่งผู้เล่นตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าลงสนามในหลายนัด แล้วใช้ผู้เล่นแดนกลางถอยลงมารับบอลในตำแหน่งนั้นแทน บทความนี้อธิบายว่าระบบนี้สร้างโจทย์อะไรให้แนวรับคู่แข่ง ใครเป็นคนวิ่งเข้าไปแทนที่ในเขตโทษ แบ็กที่เล่นแคบเข้ามาช่วยอะไรทีมได้บ้าง และระบบนี้มีข้อจำกัดอย่างไรเมื่อเจอคู่แข่งบางประเภท โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับยุคที่ทีมมีเออร์ลิง ฮาลันด์เป็นกองหน้าตัวเป้า

กองหน้าตัวหลอกทำให้กองหลังเจอโจทย์ใด

ในฤดูกาล 2020/21 เป๊ป กวาร์ดิโอลาใช้ระบบไร้กองหน้าตัวเป้าแบบนี้ถึง 13 นัดจากทั้งหมด 38 นัดในพรีเมียร์ลีก โดยหมุนเวียนให้ผู้เล่นหลายคนสลับกันเข้ามารับบทบาทกองหน้าตัวหลอก ไม่ว่าจะเป็นอิลคาย กุนโดกัน ฟิล โฟเดน แบร์นาร์โด ซิลบา เควิน เดอ บรอยน์ เฟร์รัน ตอร์เรส ราฮีม สเตอร์ลิง และรียาด มาห์เรซ จุดร่วมของผู้เล่นเหล่านี้คือทุกคนถนัดเคลื่อนที่และครองบอลในพื้นที่แคบมากกว่าการยืนรอบอลนิ่ง ๆ แบบกองหน้าตัวเป้าทั่วไป เมื่อไม่มีเป้าหมายชัดเจนให้จับตาในกรอบเขตโทษ กองหลังคู่แข่งจึงต้องตัดสินใจว่าจะขยับตามผู้เล่นที่ถอยลงมาเล่นเป็นกองหน้าตัวหลอกออกจากตำแหน่งเดิมหรือไม่ หากขยับตามก็เปิดพื้นที่ว่างในกรอบเขตโทษให้ผู้เล่นคนอื่นวิ่งเข้าไปแทน แต่หากไม่ขยับตาม ผู้เล่นตัวหลอกก็จะมีเวลาและพื้นที่รับบอลมากขึ้นเพื่อจ่ายบอลทะลุแนวรับต่อไป ความลังเลใจตรงนี้เองที่กลายเป็นจุดอ่อนของแนวรับหลายทีมที่เจอกับซิตี้ในฤดูกาลนั้น

ใครเป็นคนเข้าเขตโทษแทน

ตัวอย่างที่ชัดเจนของระบบนี้คือเกมที่ซิตี้ชนะเชลซี 1-3 ในเดือนมกราคม 2021 ซึ่งการเคลื่อนที่อย่างชาญฉลาดของผู้เล่นสร้างปัญหาให้แนวรับคู่แข่งตลอดทั้งเกม และเกมที่ซิตี้ถล่มลิเวอร์พูลถึงบ้าน 4-1 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ซึ่งซิตี้ยืนในรูปทรง 2-3-3-2 ให้สเตอร์ลิงกับมาห์เรซเล่นเป็นตัวรุกคู่ ขณะที่โฟเดนรับบทกองหน้าตัวหลอก แม้โฟเดนจะสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษเพียง 4 ครั้งตลอดเกม แต่ก็มีส่วนร่วมทั้งประตูและแอสซิสต์ในนัดนั้น ส่วนคนที่เข้าไปแทนที่ในกรอบเขตโทษบ่อยที่สุดกลับเป็นกุนโดกัน เพราะเมื่อไม่มีกองหน้าตัวเป้าคอยยืนอยู่ในกรอบ การพุ่งเข้ากรอบของกุนโดกันจึงยิ่งเป็นอันตรายมากขึ้น เนื่องจากกองหลังคู่แข่งมักโฟกัสไปที่ผู้เล่นตัวหลอกที่ถอยลงมาเล่นมากกว่า กุนโดกันกับโฟเดนรวมกันมีส่วนร่วมในประตูโดยตรงถึง 7 ครั้งจากสองนัดสำคัญนี้เพียงลำพัง สะท้อนว่าระบบนี้ไม่ได้ทำให้ทีมขาดคนยิงประตู แต่เปลี่ยนตัวคนที่เข้าไปทำหน้าที่นั้นแทน

ภาพมุมสูงของสนามเอติฮัดในวันแข่งขัน
สนามเอติฮัด สนามเหย้าของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมที่อิลคาย กุนโดกันเคยรับบทกองหน้าตัวหลอกในฤดูกาล 2020/21

แบ็กแคบช่วยรองรับการเสียบอลอย่างไร

อีกองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้ระบบนี้ทำงานได้ครบวงจรคือบทบาทของแบ็กข้าง โดยเฉพาะฌูเอา กังเซโล ที่มักขยับเข้ามาเล่นในตำแหน่งกลางรับระหว่างที่ทีมครองบอล แทนที่จะยืนกว้างริมเส้นแบบแบ็กทั่วไป การขยับเข้ามาเล่นแคบเช่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของรูปทรง 2-3-3-2 ที่ปรากฏในเกมพบลิเวอร์พูล ซึ่งมีผู้เล่นเพียงสองคนยืนเป็นแนวหลังสุด ส่วนที่เหลือขยับเข้ามาอยู่ในพื้นที่กลางสนามและแดนหน้า การจัดวางตำแหน่งแบบนี้ทำให้เมื่อทีมเสียบอลกลางสนาม ยังมีผู้เล่นอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมกดดันและตัดเกมได้ทันที เพราะไม่มีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างแนวรับกับแนวกลางเหมือนตอนที่แบ็กยืนกว้างสุดขอบสนาม ความยืดหยุ่นทางแท็กติกในลักษณะนี้จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เป๊ป กวาร์ดิโอลากล้าถอดกองหน้าตัวเป้าออกจากทีมได้โดยไม่กังวลมากนักเรื่องพื้นที่ว่างด้านหลังเมื่อเสียการครองบอล

วิธีนี้มีข้อจำกัดกับคู่แข่งแบบไหน

แม้ระบบไร้กองหน้าตัวเป้าจะได้ผลดีกับทีมที่ยอมเปิดเกมไล่บอลสูงอย่างเชลซีหรือลิเวอร์พูลในสองนัดที่กล่าวถึง แต่ผลข้างเคียงที่ชัดเจนของระบบนี้คือการที่ทีมเปิดบอลจากปีกน้อยลงมาก จนอันดับจำนวนครอสจากบอลเปิดเกมของซิตี้ตกจากอันดับ 1 มาอยู่อันดับ 16 ของลีกในฤดูกาลนั้น สะท้อนว่าทีมหันไปเล่นเกมบุกแบบแคบและเน้นครองบอลผ่านช่องกลางมากกว่าการเปิดบอลจากริมเส้นเหมือนเดิม การเล่นแบบนี้ได้ผลดีเมื่อคู่แข่งไม่ยอมถอยลึกจนเกินไป เพราะยังมีพื้นที่ให้ผู้เล่นตัวหลอกและกองกลางสอดแทรกเข้ากรอบเขตโทษได้ แต่เมื่อเจอทีมที่เลือกตั้งรับลึกทั้งทีมและอัดพื้นที่ในกรอบเขตโทษให้แน่นเป็นพิเศษ การไม่มีกองหน้าตัวเป้าคอยเป็นเป้าหมายให้จ่ายบอลโด่งหรือครอสเข้าไปก็อาจทำให้ซิตี้ขาดทางเลือกในการเจาะแนวรับที่ตั้งรับแน่นเช่นนั้น เพราะผู้เล่นที่มีอยู่ล้วนถนัดเล่นบอลตามพื้นและเคลื่อนที่ในพื้นที่แคบมากกว่าการต่อสู้กับกองหลังตัวสูงในเกมอากาศ นี่คือเหตุผลที่กวาร์ดิโอลาเลือกใช้ระบบนี้เพียง 13 จาก 38 นัดเท่านั้น ไม่ใช่การใช้ตลอดทั้งฤดูกาล เพราะต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับสไตล์การเล่นของคู่แข่งแต่ละนัด

อัฒจันทร์และสนามหญ้าภายในสนามเอติฮัดที่ไม่มีผู้ชม
อัฒจันทร์และสนามหญ้าภายในสนามเอติฮัด สนามเหย้าของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในพรีเมียร์ลีก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO