แมนซิตี้ 1938 แชมป์เก่าที่ยิงมากที่สุดแต่ยังตกชั้น

สนาม Maine Road ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้

มีอยู่กรณีเดียวในประวัติศาสตร์ลีกสูงสุดอังกฤษที่ทีมแชมป์เก่าตกชั้นในฤดูกาลถัดมา และเรื่อง แมนซิตี้ ตกชั้น 1938 ก็ยังแปลกไปกว่านั้นอีกขั้น เพราะทีมที่ตกชั้นปีนั้นคือทีมที่ยิงประตูได้มากที่สุดในดิวิชั่น 1 ทั้งลีก ตัวเลขในตารางคะแนนจึงกลายเป็นคำถามที่ค้างคามาเกือบร้อยปีว่ายิงประตูเยอะขนาดนั้นแล้วทำไมยังหล่นชั้น คำตอบอยู่ในรายละเอียดของสถิติที่ทีมทำไว้ตลอดฤดูกาลนั้นเอง

ปีก่อนหน้าแมนซิตี้ทำอะไรไว้

ฤดูกาล 1936/37 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพิ่งคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 สมัยแรกของสโมสรด้วยผลงาน 22 ชนะ 13 เสมอ 7 แพ้ เก็บได้ 57 แต้ม ทิ้งห่างชาร์ลตัน แอธเลติก ทีมรองแชมป์ที่ทำได้ 54 แต้ม ตัวเลขที่โดดเด่นที่สุดของฤดูกาลนั้นคือประตูได้ถึง 107 ลูก ซึ่งเป็นสถิติสโมสรในตอนนั้น โดยปีเตอร์ โดเฮอร์ตี้ กองหน้าตัวหลักยิงไป 30 ประตูในลีก ทีมเล่นภายใต้ผู้จัดการทีมวิลฟ์ ไวลด์ ที่สนามเหย้าเมนโรด และเข้าสู่ฤดูกาลถัดมาในฐานะแชมป์ที่มีเกมรุกดุดันที่สุดทีมหนึ่งของประเทศ

ด้วยผลงานระดับนั้น ไม่มีใครคาดคิดว่าปีต่อมาทีมจะต้องดิ้นรนหนีตกชั้น เพราะทีมแชมป์ส่วนใหญ่มักจะรักษามาตรฐานไว้ได้อย่างน้อยก็ในฤดูกาลถัดไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาล 1937/38 กลับสวนทางกับความคาดหมายนั้นโดยสิ้นเชิง ทีมชุดที่คว้าแชมป์แทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก ผู้เล่นชุดหลักส่วนใหญ่ยังอยู่ครบ และแนวรุกก็ยังทำหน้าที่ได้ดีไม่ต่างจากเดิม ซึ่งยิ่งทำให้ผลลัพธ์ที่ตามมาน่าประหลาดใจกว่าที่ควรจะเป็น

ฤดูกาล 1937/38 จบลงอย่างไร

มุมสูงของสนามเอติฮัด สนามเหย้าปัจจุบันของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เห็นอัฒจันทร์ล้อมรอบสนามหญ้าสีเขียว
สนามเอติฮัด สนามเหย้าปัจจุบันของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มองจากมุมสูง

ฤดูกาล 1937/38 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จบอันดับที่ 21 จาก 22 ทีม ด้วยผลงาน 14 ชนะ 8 เสมอ 20 แพ้ เก็บได้ 36 แต้ม ยิงได้ 80 ประตู แต่เสียไปถึง 77 ประตู ตกชั้นไปเล่นดิวิชั่น 2 ร่วมกับเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ที่จบอันดับสุดท้ายด้วยแต้มเท่ากันคือ 36 แต้ม ส่วนแชมป์ลีกปีนั้นตกเป็นของอาร์เซนอลด้วย 52 แต้ม ตามด้วยวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ที่ได้ 51 แต้มในอันดับสอง

สิ่งที่ทำให้กรณีนี้ถูกพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือ แมนซิตี้ ตกชั้น 1938 ทั้งที่เพิ่งเป็นแชมป์ลีกเมื่อฤดูกาลก่อนหน้าเพียงปีเดียว จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีทีมแชมป์เก่าทีมใดในลีกสูงสุดอังกฤษตกชั้นในฤดูกาลถัดมาอีกเลย ทำให้กรณีของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงเป็นเหตุการณ์เดียวในประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน

ยิงประตูได้มากแล้วทำไมยังตกชั้น

ตัวเลขที่ทำให้เรื่องนี้แปลกไปกว่าการตกชั้นทั่วไปคือ 80 ประตูที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้ในฤดูกาล 1937/38 นั้นมากกว่าทุกทีมในดิวิชั่น 1 ฤดูกาลนั้น มากกว่าแม้แต่อาร์เซนอลทีมแชมป์ที่ยิงได้ 77 ประตู และมากกว่าเอฟเวอร์ตันที่ยิงได้ 79 ประตูแต่จบอันดับ 14 อย่างปลอดภัย ปีเตอร์ โดเฮอร์ตี้ ยังคงเป็นผู้ทำประตูสูงสุดของทีมด้วย 23 ประตูในลีก ใกล้เคียงกับฤดูกาลก่อนหน้า นั่นหมายความว่าปัญหาของทีมไม่ได้อยู่ที่แนวรุกเลยแม้แต่น้อย

จุดที่ต่างจากอาร์เซนอลและเอฟเวอร์ตันอย่างชัดเจนคือประตูเสีย ทีมแชมป์เก่าเสียไปถึง 77 ประตู ใกล้เคียงกับที่ยิงได้ ขณะที่เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน อีกทีมที่ตกชั้นเสียไปมากถึง 91 ประตู หนังสือพิมพ์ร่วมสมัยอย่าง Birmingham Weekly Mercury เคยสรุปปัญหาของทีมไว้ตรงไปตรงมาว่าฝีเท้าการเล่นของทีมไม่ได้แย่ แต่การจบสกอร์และการป้องกันในจังหวะสำคัญยังไม่ดีพอที่จะเปลี่ยนเกมสูสีให้เป็นชัยชนะได้บ่อยพอ พูดง่าย ๆ คือทีมเล่นเกมรุกได้สนุกพอจะดึงคนดูเข้าสนาม แต่ไม่นิ่งพอจะรักษาผลการแข่งขันในนัดที่สูสี

เกมรับพังตรงไหน

อัฒจันทร์สีฟ้าล้อมสนามหญ้าภายในสนามเอติฮัด มีตัวอักษรสะกดชื่อสโมสรอยู่บนที่นั่ง
อัฒจันทร์ภายในสนามเอติฮัดที่มีตัวอักษรบนที่นั่งสะกดชื่อสโมสร มองจากอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้าม

เมื่อแยกสถิติเป็นเกมเหย้ากับเกมเยือนจะเห็นภาพชัดขึ้นว่าปัญหาไม่ได้กระจายเท่ากันทั้งฤดูกาล ในบ้านที่เมนโรด ทีมทำได้ 12 ชนะ 2 เสมอ 7 แพ้ ยิง 49 เสีย 33 ประตู เก็บไป 26 แต้ม ซึ่งเป็นผลงานระดับกลางตารางที่ไม่เลวเลย แต่พอออกไปเยือนกลับเป็นคนละทีม เก็บได้เพียง 2 ชนะ 6 เสมอ 13 แพ้ ยิงได้ 31 แต้ประตู เสียไป 44 ประตู รวมเป็น 10 แต้มจาก 21 นัดเท่านั้น

ช่องว่างระหว่างผลงานในบ้านกับนอกบ้านนี้เองที่ฉุดทีมทั้งฤดูกาล เพราะต่อให้ยิงประตูได้มากที่สุดในลีก แต่การเก็บแต้มนอกบ้านได้เพียง 10 แต้มจาก 21 นัดถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานทีมที่หนีตกชั้นได้อย่างสิ้นเชิง นัดที่ปิดผนึกชะตากรรมทีมคือเกมพ่ายฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ 0-1 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 1938 ซึ่งเป็นนัดที่ทำให้การตกชั้นกลายเป็นเรื่องจริงอย่างเป็นทางการ

เรื่องนี้เคยเกิดกับทีมอื่นอีกไหม

คำตอบคือยังไม่เคยเกิดซ้ำอีกเลย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงเป็นทีมเดียวในประวัติศาสตร์ลีกสูงสุดอังกฤษที่ตกชั้นในฤดูกาลถัดจากที่เป็นแชมป์ลีก และยังเป็นทีมเดียวที่ตกชั้นทั้งที่ยิงประตูได้มากที่สุดในฤดูกาลนั้นด้วย สองสถิตินี้เกิดขึ้นพร้อมกันในทีมเดียว ทำให้กรณีนี้ถูกหยิบมาเล่าซ้ำทุกครั้งที่มีทีมแชมป์เก่าทำผลงานย่ำแย่ในฤดูกาลถัดมา แม้จะยังไม่มีทีมไหนตกชั้นจริงตามรอยก็ตาม

สิ่งที่ทำให้เรื่องราวนี้น่าจดจำมากขึ้นไปอีกคือความบังเอิญในปีเดียวกัน เพราะขณะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังหล่นชั้น เพื่อนบ้านร่วมเมืองอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับเลื่อนชั้นขึ้นมาจากดิวิชั่น 2 ได้พอดี ทำให้แผนที่ฟุตบอลลีกสูงสุดอังกฤษของฤดูกาล 1938/39 สลับตัวแทนของเมืองแมนเชสเตอร์ไปโดยสิ้นเชิง เรื่อง แมนซิตี้ ตกชั้น 1938 จึงไม่ใช่แค่สถิติตัวเลขในตาราง แต่เป็นบทเรียนคลาสสิกที่ยังถูกยกมาอ้างอิงทุกครั้งที่วงการฟุตบอลอังกฤษพูดถึงทีมที่ยิงประตูเก่งแต่รักษาแชมป์ไม่ได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO