แอเอส แซงต์เอเตียน กลับขึ้นสู่ลีกสูงสุดฝรั่งเศสอีกครั้งในฤดูกาล 2004/05 หลังต้องใช้เวลาอยู่ในลีกสองนานถึงสามฤดูกาลติดต่อกัน สโมสรที่มีฉายาว่าเลส์ แวรต์ (ทีมสีเขียว) และเคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดฝรั่งเศสมาแล้วถึงสิบสมัย ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลฝรั่งเศส ต้องกลับมาไต่อันดับจากลีกรองอีกครั้งในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ก่อนจะปิดฤดูกาล 2003/04 ด้วยตำแหน่งแชมป์ลีกสองและตั๋วเลื่อนชั้นกลับสู่จุดที่เคยอยู่
สโมสรตกไปอยู่ลีกสองตั้งแต่เมื่อไร
แซงต์เอเตียนตกชั้นจากลีกสูงสุดฝรั่งเศสในปี 2001 โดยสาเหตุเกี่ยวข้องกับการสอบสวนทางกฎหมายที่พบว่าเจ้าหน้าที่บริหารของสโมสรมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงเอกสารประจำตัวนักเตะ ส่งผลให้สโมสรถูกตัดแต้มไปเจ็ดแต้มในตารางคะแนนและต้องตกชั้นไปเล่นลีกสอง หลังจากนั้นสโมสรใช้เวลาอยู่ในลีกสองต่อเนื่องกันสามฤดูกาลเต็ม ก่อนจะกลับขึ้นสู่ลีกสูงสุดอีกครั้งในฤดูกาล 2004/05 ระยะเวลาสามปีนี้ถือว่ายาวนานพอสมควรสำหรับสโมสรที่เคยมีประวัติคว้าแชมป์ลีกมาแล้วสิบสมัยในอดีต โดยแชมป์สมัยล่าสุดก่อนหน้าการตกชั้นครั้งนี้คือฤดูกาล 1980/81 ซึ่งหมายความว่าระหว่างจุดสูงสุดกับจุดที่ต้องเล่นในลีกรองห่างกันเพียงสองทศวรรษเศษเท่านั้น สโมสรที่ใช้ชื่อเล่นว่าเลส์ แวรต์ ตามสีเสื้อเขียวประจำทีมจึงต้องเผชิญกับความจริงว่าฐานะทางประวัติศาสตร์ไม่ได้รับประกันตำแหน่งในลีกสูงสุดเสมอไป
ฤดูกาล 2003/04 จบด้วยตัวเลขอะไร
ฤดูกาลที่ทำให้แซงต์เอเตียนได้กลับขึ้นลีกสูงสุดคือฤดูกาล 2003/04 ซึ่งสโมสรจบอันดับหนึ่งของลีกสองด้วย 73 แต้ม จากผลงานชนะ 22 นัด เสมอ 7 นัด แพ้ 9 นัด ยิงได้ 44 ประตู เสีย 29 ประตู ตัวเลขนี้ทำให้สโมสรคว้าแชมป์ลีกสองไปครองพร้อมสิทธิ์เลื่อนชั้นโดยอัตโนมัติ ทิ้งห่างอันดับสองอย่างก็องที่ทำได้ 71 แต้มอยู่เพียง 2 แต้มเท่านั้น ซึ่งถือว่าสูสีไม่น้อยเมื่อเทียบกับระยะทางการแข่งขันตลอดทั้งฤดูกาล
เมื่อนำตัวเลขชนะ 22 นัดจากทั้งหมด 38 นัดมาพิจารณา จะเห็นว่าแซงต์เอเตียนชนะมากกว่าครึ่งหนึ่งของโปรแกรมทั้งฤดูกาล และแพ้เพียง 9 นัดเท่านั้นตลอดทั้งปี ตัวเลขแพ้ที่ต่ำระดับนี้ถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้สโมสรรักษาตำแหน่งจ่าฝูงเอาไว้ได้ แม้ระยะห่างจากอันดับสองจะแคบเพียง 2 แต้มก็ตาม
ทีมใดเลื่อนชั้นขึ้นมาพร้อมกัน
ฤดูกาล 2003/04 ของลีกสองฝรั่งเศส มีทีมที่ได้สิทธิ์เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดทั้งหมดสามทีม เรียงตามอันดับคือแซงต์เอเตียนที่จบอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยก็องที่จบอันดับสองด้วย 71 แต้ม และอิสทร์ที่จบอันดับสามด้วย 66 แต้ม การที่มีสามทีมขึ้นชั้นพร้อมกันหมายความว่าลีกสูงสุดฤดูกาลถัดมาจะมีหน้าใหม่เข้ามาแข่งขันพร้อมกันถึงสามสโมสรในคราวเดียว
ในสามทีมนี้ แซงต์เอเตียนถือเป็นสโมสรที่มีประวัติศาสตร์ระดับลีกสูงสุดยาวนานที่สุด ต่างจากก็องและอิสทร์ที่ไม่ได้มีประวัติคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาก่อน การกลับขึ้นมาของแซงต์เอเตียนในปีนี้จึงถูกมองว่าเป็นการคืนสู่ที่ทางเดิมมากกว่าการก้าวขึ้นสู่จุดใหม่แบบสองสโมสรที่เหลือ

เกมรับสำคัญแค่ไหนกับการขึ้นชั้นปีนี้
ตัวเลขเสียประตูของแซงต์เอเตียนที่ 29 ประตูตลอดฤดูกาลถือว่าอยู่ในระดับที่ดีมาก แต่ที่น่าสนใจคืออิสทร์ซึ่งจบอันดับสามกลับเสียประตูน้อยกว่าที่ 26 ประตู นั่นหมายความว่าอิสทร์มีเกมรับที่ดีที่สุดในกลุ่มทีมเลื่อนชั้นทั้งสาม แต่กลับเก็บแต้มได้น้อยกว่าแซงต์เอเตียนถึง 7 แต้ม เพราะชนะได้น้อยครั้งกว่า สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าการที่แซงต์เอเตียนคว้าแชมป์ลีกสองได้ไม่ได้มาจากเกมรับที่ดีที่สุดในลีกเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการเปลี่ยนเกมรับที่แน่นหนาให้กลายเป็นชัยชนะได้บ่อยครั้งกว่าคู่แข่ง
ในทางกลับกัน ทีมที่ยิงประตูได้มากที่สุดในกลุ่มหัวตารางอย่างลอรียงต์ ซึ่งจบอันดับสี่ด้วยการยิงได้ 57 ประตู กลับไม่ได้รับสิทธิ์เลื่อนชั้น เพราะเกมรับที่หลวมกว่ามากทำให้เสียไปถึง 45 ประตู ภาพรวมของฤดูกาลนี้จึงชี้ให้เห็นชัดว่าทีมที่ทำผลต่างประตูได้เสียโดยรวมดีที่สุดไม่จำเป็นต้องเป็นทีมที่รุกได้ดุดันที่สุด แต่เป็นทีมที่รักษาสมดุลระหว่างเกมรุกกับเกมรับได้ดีที่สุดต่างหาก ซึ่งแซงต์เอเตียนทำได้ดีกว่าคู่แข่งในจุดนี้
กลับขึ้นมาแล้วอยู่รอดได้อย่างไร
ฤดูกาลแรกหลังเลื่อนชั้น แซงต์เอเตียนทำผลงานในลีกสูงสุดฝรั่งเศสฤดูกาล 2004/05 ได้ดีกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ โดยจบอันดับที่หกด้วยคะแนน 53 แต้ม ถือเป็นการกลับสู่ลีกสูงสุดที่มั่นคงมาก ไม่ใช่แค่หนีตกชั้นแบบเฉียดฉิว ส่วนแชมป์ของฤดูกาลนั้นตกเป็นของลียงที่ทำได้ 79 แต้ม ซึ่งเป็นแชมป์ลีกสมัยที่สี่ของสโมสรลียงเองในขณะนั้น

การจบอันดับที่หกในฤดูกาลแรกหลังเลื่อนชั้นแสดงให้เห็นว่าทีมชุดที่คว้าแชมป์ลีกสองมาได้นั้นมีคุณภาพเพียงพอที่จะแข่งขันในระดับสูงสุดได้ทันที ไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวนานหลายฤดูกาลเหมือนสโมสรอื่นที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาบางทีม การกลับมาครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการที่แซงต์เอเตียนกลับมาเป็นหนึ่งในสโมสรที่แข่งขันในลีกสูงสุดฝรั่งเศสอย่างต่อเนื่องอีกครั้งหลังจากหายไปสามปี ระยะห่างจากแชมป์อย่างลียงที่ทำได้ 79 แต้มยังคงมีอยู่มาก แต่สำหรับสโมสรที่เพิ่งขึ้นจากลีกสองมาหมาด ๆ การจบอันดับกลางบนของตารางถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคตของทีมในระยะยาว

