เวลอโดรมปี 1937 คือหมุดหมายที่ย้ายฟุตบอลของเมืองมาร์กเซยออกจากสนามซึ่งสโมสรเป็นเจ้าของเอง มาอยู่บนสนามที่เทศบาลสร้างและถือกรรมสิทธิ์ สนามแห่งนี้เปิดใช้วันที่ 13 มิถุนายน 1937 และถูกออกแบบมาให้รองรับหลายกีฬาตั้งแต่ต้น ไม่ได้เป็นสนามฟุตบอลล้วนอย่างที่หลายคนเข้าใจจากภาพถ่ายยุคปัจจุบัน บทความนี้ไล่เรียงว่าก่อนหน้านั้นทีมใช้พื้นที่ใด สนามใหม่เปิดอย่างไร ใช้ทำอะไรบ้าง และภาพที่เห็นทุกวันนี้ห่างจากโครงสร้างเดิมมากแค่ไหน
ก่อนสนามใหม่ทีมใช้พื้นที่ใด
ก่อนปี 1937 โอลิมปิก มาร์กเซย เล่นเกมเหย้าที่สนามอูโวน ซึ่งเปิดใช้ตั้งแต่ปี 1904 ในเขตที่ 8 ของเมือง บริเวณใกล้ปากแม่น้ำอูโวนและหาดปราโด สนามถูกเปลี่ยนชื่อเป็นสนามแฟร์น็อง บุยซง ในปี 1921 เพื่อเป็นเกียรติแก่อดีตนักรักบี้ที่ผันตัวไปเป็นนักการเมือง หลังการปรับปรุงช่วงต้นทศวรรษ 1920 ความจุขยับขึ้นไปอยู่ราว 15,000 ถึง 20,000 คน
จุดที่ต้องแยกให้ชัดคือเรื่องกรรมสิทธิ์ สนามอูโวนเป็นทรัพย์สินของสโมสร ไม่ใช่ของเทศบาล นั่นคือเหตุผลที่เมืองมาร์กเซยเริ่มคิดเรื่องสนามเทศบาลของตัวเองตั้งแต่ปี 1928 เพราะเมืองไม่มีสนามขนาดใหญ่ที่บริหารได้เอง และไม่สามารถใช้พื้นที่ของเอกชนจัดงานระดับชาติได้ตามใจ ความสัมพันธ์ระหว่างทีมกับสนามเก่าจึงไม่ได้ขาดตอนในปี 1937 อย่างที่ไทม์ไลน์แบบสั้นมักเล่า สโมสรกลับไปใช้สนามอูโวนอีกในช่วงปี 1939 ถึง 1945 รวมถึงฤดูกาล 1965-66 และ 1982-83 ก่อนที่สนามเก่าจะปิดตัวในปี 1998 และถูกรื้อในเวลาต่อมา
เวลอโดรมเปิดเมื่อใด
การก่อสร้างเริ่มเป็นรูปเป็นร่างเมื่อวางศิลาฤกษ์วันที่ 28 เมษายน 1935 โดยนายกเทศมนตรี ฌอร์ฌ รีโบ ผู้ออกแบบคือสถาปนิก อ็องรี โปลแก็ง งานเดินหน้าราวสองปีจนสนามเปิดใช้อย่างเป็นทางการวันที่ 13 มิถุนายน 1937 โดยมี เลโอ ลากร็องฌ์ ปลัดกระทรวงด้านกีฬาในเวลานั้นเป็นผู้ทำพิธี ท่ามกลางผู้ชมประมาณ 30,000 คน ความจุเมื่อแรกเปิดอยู่ที่ราว 35,000 ที่นั่ง
โปรแกรมวันเปิดสนามบอกตัวตนของสถานที่ได้ดีกว่าคำอธิบายใด เพราะเริ่มด้วยการแข่งกรีฑาและการแข่งจักรยาน แล้วจึงปิดท้ายด้วยฟุตบอลกระชับมิตรระหว่างเจ้าบ้านกับโตริโนจากอิตาลี ซึ่งมาร์กเซยชนะ 2-1 และ เอมีล แซร์มานี เป็นผู้ทำประตูแรกในสนามแห่งใหม่ ส่วนเกมลีกนัดแรกที่นี่เกิดขึ้นวันที่ 29 สิงหาคม 1937 พบกับกาน
สิ่งที่มักหายไปจากบทสรุปสั้น ๆ คือความลังเลของสโมสร ทีมไม่ได้ย้ายเข้าสนามใหม่ด้วยความกระตือรือร้นเต็มร้อย เพราะมองว่าค่าเช่าที่เทศบาลกำหนดนั้นสูงเกินไป การมีสนามใหม่จึงไม่เท่ากับการเลิกใช้สนามเดิมทันที และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ช่วงหลังจากนั้นทีมยังสลับกลับไปเล่นที่อูโวนเป็นระยะ

สนามรองรับกิจกรรมอะไรนอกจากฟุตบอล
ชื่อสนามอธิบายฟังก์ชันเดิมไว้แล้ว เวลอโดรมหมายถึงสนามจักรยาน และสนามแห่งนี้มีลู่จักรยานล้อมรอบพื้นสนามหญ้าตั้งแต่ยุคแรก การใช้งานจึงหลากหลายกว่าที่คิด มีการแข่งจักรยานลู่ชิงแชมป์โลกในปี 1972 และเป็นจุดจบสเตจของตูร์ เดอ ฟร็องซ์ รวมสิบครั้งระหว่างปี 1937 ถึง 1967 ขณะที่การแข่งกรีฑายังจัดที่นี่ต่อเนื่องจนถึงช่วงทศวรรษ 1960
กีฬาอื่นก็เข้ามาใช้พื้นที่เช่นกัน สนามเคยรับหน้าที่ในรักบี้ลีกเวิลด์คัพหลายครั้ง ทั้งปี 1954 ปี 1972 และปี 1975 ส่วนรักบี้ยูเนียนเข้ามาใช้งานมากขึ้นในยุคหลัง โดยสโมสรตูลงเลือกสนามนี้เป็นที่จัดเกมสำคัญตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา
ด้านฟุตบอลทีมชาติ เวลอโดรมได้ใช้งานในฟุตบอลโลกปี 1938 ซึ่งฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ สองนัดที่จัดที่นี่คือรอบแรกวันที่ 5 มิถุนายน ที่อิตาลีชนะนอร์เวย์ 2-1 และรอบรองชนะเลิศวันที่ 16 มิถุนายน ที่อิตาลีชนะบราซิลด้วยสกอร์เดียวกัน นั่นแปลว่าสนามอายุไม่ถึงหนึ่งปีก็ได้จัดเกมระดับโลกแล้ว
ภาพสนามปัจจุบันต่างจากสนามยุคแรกอย่างไร
โครงสร้างที่เห็นในภาพถ่ายยุคนี้แทบไม่เหลือเค้าของปี 1937 การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ครั้งแรกเกิดในช่วงกลางทศวรรษ 1980 เมื่อ แบร์นาร์ ตาปี เข้ามาเป็นประธานสโมสรในปี 1985 ลู่จักรยานที่แทบไม่ถูกใช้งานแล้วถูกรื้อออก และอัฒจันทร์ด้านโค้งถูกจัดใหม่ให้ขยับเข้าใกล้ขอบสนามมากขึ้น ความจุหลังจากนั้นอยู่ราว 48,000 ที่นั่ง จากนั้นการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 1998 ทำให้ความจุขยับขึ้นไปราว 60,000 ที่นั่ง ก่อนงานปรับปรุงระหว่างปี 2011 ถึง 2014 จะเพิ่มหลังคาถาวรและดันความจุขึ้นเป็น 67,394 ที่นั่ง
| ช่วงเวลา | การเปลี่ยนแปลงหลัก | ความจุโดยประมาณ |
|---|---|---|
| ปี 1937 | เปิดใช้พร้อมลู่จักรยานและลานกรีฑา | 35,000 ที่นั่ง |
| กลางทศวรรษ 1980 | รื้อลู่จักรยานและจัดอัฒจันทร์โค้งใหม่ | 48,000 ที่นั่ง |
| ปี 1998 | ขยายเพื่อรองรับฟุตบอลโลก | 60,000 ที่นั่ง |
| ปี 2011-2014 | เพิ่มหลังคาถาวรและปรับผังอัฒจันทร์ | 67,394 ที่นั่ง |
เรื่องกรรมสิทธิ์ยังเป็นประเด็นที่ควรระบุให้ตรง เมืองมาร์กเซยยังเป็นเจ้าของสนามอยู่ ส่วนสโมสรรับหน้าที่บริหารจัดการมาตั้งแต่ปี 2018 ความสัมพันธ์แบบนี้ต่างจากยุคสนามอูโวนที่สโมสรเป็นเจ้าของเองโดยตรง

ข้อควรระวังสำหรับผู้อ่านที่กำลังไล่ประวัติลีกฝรั่งเศสคือ อย่าอ่านภาพถ่ายอัฒจันทร์มีหลังคาในวันนี้ว่าเป็นภาพของสนามปี 1937 เพราะหลังคาที่เห็นเพิ่งมาพร้อมงานปรับปรุงรอบปี 2011 ถึง 2014 และลู่จักรยานที่เคยเป็นเอกลักษณ์ก็หายไปตั้งแต่ทศวรรษ 1980 การแยกให้ออกว่าอะไรคือของเดิมและอะไรคือของใหม่ ช่วยให้การเล่าเรื่องสนามกับการเล่าเรื่องผลการแข่งขันไม่ปนกัน

