ลาซิโอแชมป์แรก 1974 คือผลของงานสามปีที่วางต่อกันอย่างมีลำดับ ไม่ใช่ฤดูกาลเดียวที่ทุกอย่างเข้าทางพอดี ทอมมาโซ มาเอสเตรลลี เข้ามารับทีมในปี 1971 ตอนที่สโมสรเพิ่งตกชั้นไปเซเรีย บี พาทีมกลับขึ้นมาได้ในฤดูกาลเดียว จบอันดับสามในปีแรกหลังเลื่อนชั้น แล้วปิดงานด้วยสคูเด็ตโต้ 43 คะแนนในฤดูกาล 1973-74 ฤดูกาลที่จอร์โจ คินาเลีย ยิงคนเดียว 24 ประตู
รากฐานหลังเลื่อนชั้น
ลาซิโอจบอันดับสองของเซเรีย บี ฤดูกาล 1971-72 ด้วย 49 คะแนน ตามหลังแตร์นานาหนึ่งคะแนน และเลื่อนชั้นขึ้นมาพร้อมปาแลร์โม จุดต่างจากทีมเลื่อนชั้นทั่วไปคือแกนทีมไม่ถูกรื้อ มาเอสเตรลลียืนยันเก็บคินาเลียไว้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา และมอบปลอกแขนกัปตันให้ปิโน วิลสัน ซึ่งต่อมากลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ลงครบทุกนัดของฤดูกาลแชมป์
ก่อนเข้าฤดูกาล 1972-73 เขาขยับตำแหน่งหลายจุดพร้อมกัน ลุยจิ มาร์ตินี ถูกดึงลงไปเล่นแบ็กซ้าย ลูชาโน เร เชคโคนี ยืนหน้าแนวรับเพื่อคุ้มพื้นที่ให้มาริโอ ฟรุสตาลูปี ทำงานเป็นตัวจ่ายบอล วิลสันเล่นลิเบโร จานคาร์โล ออดดี เป็นสตอปเปอร์ ส่วนหลังเสาคือเฟลิเช ปูลิชี ที่ย้ายมาจากโนวารา ผลลัพธ์คือแนวรับที่ดีที่สุดของลีกด้วยการเสียเพียง 16 ประตู และทีมน้องใหม่จบอันดับสามด้วย 43 คะแนน จากสถิติชนะ 16 เสมอ 11 แพ้ 3
ฤดูกาลนั้นยังเป็นบทเรียนเรื่องเกมนัดสุดท้าย ลาซิโอขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งลุ้นแชมป์จริง ๆ ก่อนจะไปแพ้นาโปลี 0-1 ในวันปิดฤดูกาล ขณะที่มิลานแพ้เวโรนา 3-5 และยูเวนตุสชนะโรมา 2-1 แล้วคว้าแชมป์ด้วย 45 คะแนน การเห็นแชมป์หลุดมือแบบนั้นอธิบายว่าทำไมปีถัดมาทีมจึงให้น้ำหนักกับการไม่แพ้มากกว่าการไล่ยิงให้เยอะ
หน้าที่ของคินาเลียกับผู้เล่นรอบข้าง
ฤดูกาล 1973-74 ลาซิโอยิงได้ 45 ประตูจาก 30 นัด ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขของทีมบุกถล่มทลาย แต่ 24 ประตูในจำนวนนั้นมาจากคินาเลียคนเดียว เขาลงสนามครบทั้ง 30 นัด คว้าตำแหน่งดาวซัลโวของลีก และทำได้ 34 ประตูเมื่อรวมทุกรายการ เท่ากับว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของประตูในลีกผูกอยู่กับกองหน้าเพียงคนเดียว

ผู้เล่นรอบตัวจึงถูกวางให้ทำหน้าที่ป้อนบอลและกดดันคู่แข่งมากกว่าจะแย่งกันจบสกอร์ เรนโซ การ์ลาสเกลลี ลง 29 นัด ยิง 10 ประตู เป็นตัวเลขสูงสุดอันดับสองของทีม วินเชนโซ ดามีโก ลง 27 นัด ยิง 2 ประตู ส่วนฟรุสตาลูปีลงครบ 30 นัดโดยไม่มีประตูในลีกเลยสักลูก ซึ่งสอดคล้องกับงานตัวจ่ายที่เขาได้รับมอบหมาย
ความต่อเนื่องของรายชื่อตัวจริงเป็นอีกจุดสำคัญ มีผู้เล่นถึงหกคนที่ลงครบ 30 นัด ได้แก่ คินาเลีย ฟรุสตาลูปี ฟรังโก นันนี ออดดี ปูลิชี และวิลสัน การใช้ชุดเดิมซ้ำ ๆ ทำให้ระยะยืนนิ่งขึ้น ทีมเสียประตูเพียง 23 ลูกตลอดฤดูกาล และมีแนวรับดีที่สุดของลีกเป็นปีที่สองติดต่อกัน
การยืนระยะในการลุ้นแชมป์
เซเรีย อา ปีนั้นมี 16 ทีม แข่งทีมละ 30 นัด ชนะได้ 2 คะแนน เสมอได้ 1 คะแนน โครงสร้างแบบนี้ทำให้เกมเสมอมีน้ำหนักมาก และการแพ้ติดกันสองนัดเกือบเท่ากับยกธงขาว ลาซิโอออกตัวด้วยการไล่ตามนาโปลีกับยูเวนตุส ก่อนจะชนะรวดสี่นัดแล้วขึ้นเป็นจ่าฝูงในวันที่ 23 ธันวาคม 1973

จุดวัดใจอยู่ที่เกมกับคู่แข่งโดยตรง วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 1974 ลาซิโอชนะยูเวนตุส 3-1 ที่โอลิมปิโก โดยการ์ลาสเกลลียิงหนึ่งลูกและคินาเลียเหมาสองลูก ส่วนดาร์บี้กับโรมาสองนัดในฤดูกาลนั้นจบด้วยสกอร์ 2-1 เหมือนกันทั้งคู่ เมื่อเหลืออีกสามนัดสุดท้าย ทีมจึงยืนอยู่บนยอดตารางด้วยระยะห่างสามคะแนน
นัดที่ 28 วันที่ 5 พฤษภาคม 1974 ลาซิโอไปแพ้โตริโน 1-2 โดยเปาโล ปูลิชี ยิงให้เจ้าบ้านสองประตูในนาทีที่ 13 และ 43 ส่วนคินาเลียตีไข่แตกให้ทีมเยือนในนาทีที่ 32 แต่ในวันอาทิตย์เดียวกันนั้นโรมาชนะยูเวนตุส 3-2 ระยะห่างบนตารางจึงไม่ขยับ
| อันดับ | ทีม | คะแนน |
|---|---|---|
| 1 | ลาซิโอ | 43 |
| 2 | ยูเวนตุส | 41 |
| 3 | นาโปลี | 36 |
| 4 | อินเตอร์ | 35 |
วันตัดสินที่โอลิมปิโก
วันที่ 12 พฤษภาคม 1974 คือนัดที่ 29 จากทั้งหมด 30 นัด ลาซิโอเปิดบ้านรับฟอจจาที่สนามโอลิมปิโก ครึ่งแรกผ่านไปโดยยังไม่มีประตู จนครึ่งหลังทีมได้จุดโทษจากจังหวะที่สกอร์ซาของฟอจจาใช้มือเล่นบอลจากลูกเปิดของการ์ลาสเกลลี คินาเลียรับหน้าที่ยิงเองและทำประตูในนาทีที่ 60 เกมจบลง 1-0 ภายใต้การตัดสินของฟรานเชสโก ปันซิโน
ผลนัดเดียวนั้นทำให้ลาซิโอเป็นแชมป์ก่อนจบฤดูกาลหนึ่งนัด ตารางสุดท้ายจบด้วย 43 คะแนน นำยูเวนตุส 41 คะแนน ตามด้วยนาโปลี 36 และอินเตอร์ 35 สถิติทั้งฤดูกาลคือชนะ 18 เสมอ 7 แพ้ 5 ยิง 45 เสีย 23
รายละเอียดที่ทำให้วันนั้นถูกเล่าซ้ำเสมอคือคู่แข่ง ฟอจจาเป็นทีมที่มาเอสเตรลลีเคยคุมระหว่างปี 1968 ถึง 1971 ก่อนย้ายมาทำงานที่โรม และในฤดูกาลเดียวกันนั้นเองฟอจจาก็จบด้วยการตกชั้น ส่วนผู้ชมเฉลี่ยของเกมเหย้าในลีกฤดูกาลนั้นอยู่ที่ 49,833 คนต่อนัด
สิ่งที่ตามมาหลังแชมป์กลับไม่ใช่การได้ลงเวทียุโรปสูงสุด ยูฟ่าลงโทษสโมสรจากเหตุการณ์ระหว่างเกมยูฟ่าคัพ 1973-74 รอบ 32 ทีมสุดท้ายนัดที่สองกับอิปสวิช ทาวน์ ทำให้ลาซิโอไม่ได้รับอนุญาตให้เล่นถ้วยยูโรเปียนคัพฤดูกาล 1974-75 และการยื่นอุทธรณ์ก็ถูกยืนโทษตามเดิม สโมสรของประธานอุมแบร์โต เลนซินี จึงได้แชมป์ใบแรกมาพร้อมเงื่อนไขที่ไม่สมบูรณ์

