เวนเกอร์โมนาโก 1988 เริ่มจากการรับทีมของอาร์แซน เวนเกอร์ในวันที่ 1 กรกฎาคม 1987 แล้วผสมผู้เล่นแกนเดิมกับเกล็น ฮอดเดิล มาร์ก เฮตลีย์ ปาทริก บัตติสตง และเรมี โวเกลที่ย้ายเข้ามา ทีมขึ้นนำตั้งแต่นัดที่สอง เล่นด้วย 4-4-2 แบบไดมอนด์ และจบฤดูกาลด้วยแชมป์ดิวิชัน 1 สมัยที่ห้าของสโมสร เรื่องนี้จึงอธิบายได้จากทีมโมนาโกในปีแรก ไม่ต้องยืมความสำเร็จที่อาร์เซนอลมารองรับ
เวนเกอร์รับช่วงทีมเมื่อใด
เวนเกอร์เริ่มงานกับโมนาโกอย่างเป็นทางการวันที่ 1 กรกฎาคม 1987 หลังคุมแนนซีสามฤดูกาล ประธานฌอง-หลุยส์ กัมโปราเลือกโค้ชวัย 37 ปีให้ยกระดับสโมสร ก่อนหน้าเขามาถึง โมนาโกจบฤดูกาล 1986/87 อันดับห้า มี 45 คะแนนจาก 15 ชนะ 15 เสมอ 8 แพ้ ยิง 41 และเสีย 33 ประตู
อันดับห้าบอกว่าสโมสรมีฐานแข่งขันอยู่แล้ว ผู้รักษาประตูและกัปตันฌอง-ลุก เอตโตริยังเป็นแกนทีม แนวรับมีมานูเอล อาโมรอสและลุก โซนอร์ แดนกลางมีโคลด ปูแอล มาร์เซล ดิบ ฌอง-ฟิลิปป์ โรห์ และฌอง-มาร์ก แฟร์ราตจ์ ส่วนแนวรุกมีโอมาร์ ดา ฟอนเซกาและยูสซูฟ โฟฟานา เวนเกอร์จึงไม่ได้เปลี่ยนผู้เล่นทั้งทีม
เวนเกอร์โมนาโก 1988 ต่อทีมอันดับห้าด้วยแกนใหม่
ความเปลี่ยนแปลงอยู่ที่การเติมผู้เล่นเฉพาะหน้าที่ ฮอดเดิลเข้ามาเป็นหมายเลข 10 เฮตลีย์เป็นกองหน้าตัวจบสกอร์ บัตติสตงเพิ่มประสบการณ์ในแนวรับ และโวเกลย้ายจากสตราสบูร์กมาเสริมตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กในปี 1987 ขณะที่รายชื่อชุดแชมป์ยังมีผู้เล่นเดิมกระจายทุกแนว การต่อยอดจึงเกิดจากการวางสมาชิกใหม่ข้างโครงสร้างที่มีอยู่
ผลเริ่มต้นยืนยันว่าการผสมทีมเกิดขึ้นรวดเร็ว โมนาโกชนะมาร์กเซยแล้วบุกชนะล็องส์ด้วยสกอร์ 3-1 ในสองนัดแรก ขึ้นจ่าฝูงตั้งแต่นัดที่สอง และไม่เสียตำแหน่งอีก สโมสรยังชนะตูลูส 5-1 ในนัดที่ห้า ก่อนจบครึ่งฤดูกาลด้วยระยะนำบอร์กโดซ์สามคะแนน

ผู้เล่นใหม่เติมหน้าที่อะไร
ฮอดเดิลรับบอลในพื้นที่หมายเลข 10 หลังแนวหน้า สโมสรอธิบายว่าเขาเป็นผู้เล่นเทคนิคสูง เลี้ยงบอลได้ และสร้างเกมด้วยวิสัยทัศน์ ฤดูกาลแรกเขายิงแปดประตูและได้รับเลือกเป็นนักเตะต่างชาติยอดเยี่ยมของดิวิชัน 1 บทบาทของเขาจึงรวมทั้งการส่งบอลไปข้างหน้าและการเข้าทำด้วยตนเอง
เฮตลีย์เป็นหมายเลข 9 ที่ย้ายจากเอซี มิลาน เขายิง 14 ประตูในลีกและจบเป็นดาวซัลโวอันดับสามของการแข่งขัน ความสัมพันธ์กับฮอดเดิลมีหน้าที่ต่างกันชัด ฮอดเดิลมองช่องและเชื่อมบอล ส่วนเฮตลีย์ยืนเป็นจุดหมายด้านหน้า รับแรงปะทะ และจบการเคลื่อนที่ของทีม
บัตติสตงไม่ได้มีหน้าที่เพิ่มประตูแบบสองนักเตะอังกฤษ เขาช่วยจัดแนวรับร่วมกับโวเกล หน้าเอตโตริที่คุมประตู เมื่อวางข้างอาโมรอส โซนอร์ และผู้เล่นเดิม โมนาโกมีแกนป้องกันที่เสียเพียง 29 ประตูตลอด 38 นัด การเสริมทีมจึงครอบคลุมทั้งการสร้างเกม การจบสกอร์ และความแน่นของแนวหลัง
ระบบที่สโมสรระบุคือ 4-4-2 แบบไดมอนด์ ตำแหน่งของฮอดเดิลอยู่ด้านบนของแดนกลาง ปูแอลช่วยวิ่งครอบคลุมพื้นที่และสนับสนุนการเปลี่ยนจากรับเป็นรุก ขณะที่เฮตลีย์ยืนในคู่หน้า การวางผู้เล่นเช่นนี้ทำให้ผู้เล่นใหม่มีงานต่างกัน โดยผู้เล่นเดิมยังรับหน้าที่เชื่อมแต่ละแนว
วิธีการฝึกมีหลักฐานจากใคร
คำให้การโดยตรงมาจากเฮตลีย์ ซึ่งทำงานกับเวนเกอร์ในฤดูกาลนั้น เขาจำได้ว่าโค้ชมีความมุ่งมั่นจะคว้าแชมป์ตั้งแต่ปีแรก และอธิบายการแบ่งหน้าที่ของทีมว่าเอตโตริเป็นผู้รักษาประตูหลัก บัตติสตงกับโวเกลสร้างโครงสร้างเกมรับ ปูแอลมีพลังวิ่งสูง ส่วนวิสัยทัศน์ของฮอดเดิลช่วยให้ทีมเปลี่ยนเกมเร็วและผ่านแนวคู่แข่ง
คำเล่าของปาทริก วาเลรียืนยันบรรยากาศอีกด้าน เขาขึ้นมาซ้อมกับทีมอาชีพในปีแชมป์และเห็นฮอดเดิลกับเฮตลีย์ใกล้ชิด วาเลรีจำฮอดเดิลจากเทคนิคที่ใช้ได้ทั้งสองเท้า และเรียกจุดเด่นของปูแอลว่าความดุดัน เขายังมองว่าสองนักเตะอังกฤษนำจิตใจแบบต่อสู้เข้ามาในทีม
หลักฐานสองชุดนี้สอดคล้องกับหน้าที่ในสนาม เฮตลีย์ให้ภาพโครงสร้างตั้งแต่ผู้รักษาประตูถึงกองหน้า ส่วนวาเลรีอธิบายคุณลักษณะของผู้เล่นที่ลงฝึกด้วยกัน จึงเห็นได้ว่าเวนเกอร์ไม่ได้วางฮอดเดิลให้ทำทุกอย่าง แต่ใช้เทคนิคของเขาร่วมกับระยะวิ่งของปูแอล โครงสร้างแนวรับ และเป้าหมายอย่างเฮตลีย์

แชมป์1988สะท้อนผลงานทั้งปีอย่างไร
โมนาโกคุมจ่าฝูงตลอดฤดูกาลหลังขึ้นนำในนัดที่สอง ช่วงครึ่งหลังทีมรักษาความได้เปรียบจนถึงนัดที่ 35 กับนีซ เกมสูสีถูกตัดสินโดยมาร์เซล ดิบในนาที 68 โมนาโกชนะ 1-0 และนำบอร์กโดซ์ห้าคะแนน ทำให้คู่แข่งต้องชนะทุกเกมที่เหลือ
นัดถัดมาบอร์กโดซ์สะดุดที่น็องต์ก่อนโมนาโกลงเล่นกับเม็ตซ์ ทีมของเวนเกอร์จึงยืนยันแชมป์ล่วงหน้า แล้วเสมอเม็ตซ์ 2-2 ในวันถัดมา การได้ถ้วยไม่ได้ผูกกับชัยชนะนัดเดียว แต่เกิดจากคะแนนที่สะสมจนผลของคู่แข่งทำให้ระยะห่างไล่ไม่ทัน
ตารางสุดท้ายให้โมนาโก 52 คะแนนจาก 20 ชนะ 12 เสมอ 6 แพ้ ยิง 53 เสีย 29 ภายใต้ระบบสองคะแนนต่อชัยชนะ บอร์กโดซ์ตามหลังหกคะแนน ความต่างจากปีก่อนเห็นทั้งอันดับและประสิทธิภาพ ทีมขยับจากอันดับห้ามาเป็นที่หนึ่ง ยิงเพิ่ม 12 ประตู และเสียลดลง 4 ประตู
ตัวเลขของฮอดเดิลแปดประตูกับเฮตลีย์ 14 ประตูช่วยอธิบายผลงานตัวใหม่ แต่แชมป์ยังต้องพึ่งเอตโตริ ปูแอล ดิบ และผู้เล่นเดิมคนอื่นร่วมกับบัตติสตงและโวเกลที่เข้ามาใหม่ เวนเกอร์รับทีมในเดือนกรกฎาคม 1987 เติมผู้เล่นใหม่ตามหน้าที่ วางไดมอนด์ และรักษาจ่าฝูงได้ตลอด นั่นคือขอบเขตของแชมป์ปี 1988 ก่อนความสำเร็จช่วงหลังในอาชีพของเขา

