เปแอสเชแชมป์ 1986 คือแชมป์ดิวิชัน 1 ครั้งแรกของปารีส แซงต์แชร์กแมง ทีมของเฌราร์ อุลลิเยร์ขึ้นนำตั้งแต่ช่วงเปิดฤดูกาล ไม่แพ้ 26 นัดติดต่อกัน และรักษาความได้เปรียบจนชนะโมนาโกช่วงสามนัดสุดท้าย เส้นทางนี้มีแกนอย่างลุยส์ แฟร์นันเดซ โฌแอล บาตส์ ซาเฟต ซูซิช โดมินิก โรชโต และอูมาร์ เซเน จึงต้องอ่านความต่อเนื่องของผู้เล่นกับผลการแข่งขันตลอด 38 นัด
ทีมก่อนฤดูกาลมีตัวเลือกอะไร
อุลลิเยร์เข้ารับงานในฤดูร้อนปี 1985 พร้อมนักเตะใหม่แปดคน แต่ทีมไม่ได้พึ่งผู้มาใหม่กลุ่มเดียว รายชื่อชุดแชมป์ของสโมสรแสดงตัวเลือกครบทุกแนว ผู้รักษาประตูมีบาตส์กับฌอง-มิเชล มูติเยร์ แนวรับมีมิเชล บีบาร์ โคลด โลวิตซ์ ฌอง-มาร์ก ปิโลร์เฌต์ ฟิลิปป์ ฌ็องนอล เธียร์รี โมแร็ง เธียร์รี บากอนนิเยร์ และฟร็องก์ ทานาซี
แดนกลางประกอบด้วยฟาบริซ ปูแล็ง แฟร์นันเดซ ซูซิช ฌอง-โคลด เลอมูลต์ ฌอง-ฟร็องซัว ชาร์บอนนิเยร์ โลร็อง ปีมง และอแล็ง กูริโอล ส่วนแนวหน้ามีโรชโต เซเน โอมาร์ ดา ฟอนเซกา โรแบร์ ฌัก และปีแอร์ แฟร์เมอเลิน ชื่อเหล่านี้บอกว่าโค้ชสลับผู้เล่นได้ทั้งแกนรับ ตัวเชื่อมเกม และผู้จบสกอร์
เปแอสเชแชมป์ 1986 เริ่มจากการกำหนดแกนทีม
การตัดสินใจสำคัญของอุลลิเยร์คือมอบปลอกแขนกัปตันให้แฟร์นันเดซ เพื่อจัดพลังของกองกลางที่ผ่านฤดูกาลก่อนหน้าอย่างยากลำบาก ผลคือเขาลง 37 นัดและไม่โดนใบแดงตลอดฤดูกาล สโมสรเรียกแฟร์นันเดซว่าเป็นจิตวิญญาณของทีม ขณะที่บาตส์คุมประตู ซูซิชสร้างจังหวะ และโรชโตเป็นตัวเลือกทำประตู
เกมเหย้านัดแรกของอุลลิเยร์กับลีลล์วันที่ 19 กรกฎาคม 1985 แสดงว่าทีมใหม่เริ่มต้นได้ทันที เปแอสเชชนะ 3-0 และโรแบร์ ฌักโหม่งจากการเล่นร่วมกันของทีม สโมสรบันทึกว่านี่เป็นการเปิดงานของอุลลิเยร์ที่ปาร์กเดแพร็งส์ จึงเป็นหลักฐานก่อนช่วงไร้พ่ายยาว ไม่ใช่ผลที่นำมาจากปลายฤดูกาลมาย้อนอธิบายต้นทาง

ช่วงไร้พ่ายยาวแค่ไหนในกรอบใด
สโมสรระบุว่าปารีสไม่แพ้ 26 นัดในการแข่งขันลีกตั้งแต่ต้นฤดูกาล ก่อนแพ้ลีลล์ 0-2 วันที่ 22 มกราคม 1986 ขอบเขตนี้จึงเป็น 26 เกมดิวิชัน 1 ต่อเนื่องในฤดูกาล 1985/86 ไม่ใช่สถิติไม่แพ้ทุกรายการ และไม่ใช่ตลอดปีปฏิทิน 1986
ชุด 26 เกมไม่ได้ประกอบด้วยชัยชนะทั้งหมด เพราะผลเสมอก็อยู่ในช่วงดังกล่าว ความสำคัญคือทีมเก็บคะแนนได้ต่อเนื่องจนสร้างระยะห่างก่อนความพ่ายแพ้ครั้งแรก โดยไม่ต้องนำสถิติของสโมสรอื่นมาใช้กำหนดขอบเขตของผลงานปารีส
รายละเอียดเกมชนะลาวาลวันที่ 7 ธันวาคมช่วยเห็นว่าหลายตำแหน่งมีส่วนทำประตู ฌ็องนอลยิงฟรีคิกสามครั้ง ครั้งหนึ่งเป็นประตู อีกสองครั้งชนกรอบแล้วโรชโตตามทำประตูได้ เหตุการณ์เดียวจึงเชื่อมลูกตั้งเตะของกองหลังกับการตามจังหวะของกองหน้า และอธิบายว่าตัวเลือกทำประตูไม่ได้จำกัดอยู่ที่แนวรุกเพียงคนเดียว
เมื่อชุดไร้พ่ายจบลง ทีมยังมีคะแนนสะสมรองรับ ตารางสุดท้ายยืนยันว่าเปแอสเชแข่ง 38 นัด ชนะ 23 เสมอ 10 แพ้ 5 ได้ 56 คะแนน ยิง 66 และเสีย 33 ประตู การแพ้ห้านัดตลอดฤดูกาลจึงไม่ลบผลของ 26 เกมแรก แต่บังคับให้ทีมต้องบริหารช่องว่างในช่วงที่เหลือ
เกมสำคัญสร้างช่องว่างคะแนนอย่างไร
คืนหนึ่งในเดือนมกราคม เปแอสเชตามนีซจนเกมหยุดเพราะไฟดับในนาที 66 เมื่อไฟบางส่วนกลับมา ทีมพลิกชนะ 3-2 ในเวลาเดียวกันบอร์กโดซ์แพ้โมนาโก 0-9 และน็องต์แพ้มาร์กเซย 0-2 ผลสามสนามทำให้ปารีสขยายระยะนำเป็นแปดคะแนน ช่องว่างจึงเกิดทั้งจากการแก้เกมของจ่าฝูงและการเสียคะแนนพร้อมกันของผู้ตาม
นัดที่ 36 กับโมนาโกวันที่ 11 เมษายน 1986 มีผลต่อเส้นชัยมากกว่าเกมทั่วไป ก่อนแข่งปารีสนำน็องต์สามคะแนน แฟร์นันเดซยิงจากลูกเปิดแต่ติดฌอง-ลุก เอตโตริในนาที 14 ฝั่งโมนาโกมีโอกาสจากฟิลิปป์ อ็องซีอานี โดมินิก บีโฌตา และฟิลิปป์ ตีเบิฟ แต่บาตส์กับเสาช่วยรักษาสกอร์ไว้
นาที 89 ซูซิชเปิดเตะมุม ดา ฟอนเซกายิงไม่เต็มเท้า แต่เซเนตามซ้ำระยะใกล้ให้เปแอสเชชนะ 1-0 เมื่อน็องต์เสมอแรนส์ ช่องว่างกลายเป็นสี่คะแนนโดยเหลือสองนัด และปารีสมีผลต่างประตูดีกว่าแปดลูก สโมสรจึงถือว่าทีมเป็นแชมป์โดยปริยายหลังเกมนี้ แม้การแข่งขันตามโปรแกรมยังไม่จบ

แชมป์ลีกแรกต่างจากถ้วยก่อนหน้านั้นอย่างไร
ก่อนปี 1986 เปแอสเชมีถ้วยฝรั่งเศสสองสมัยแล้ว ปี 1982 ทีมเสมอแซงต์เอเตียน 2-2 หลังต่อเวลาและชนะจุดโทษ 6-5 ปี 1983 ทีมชนะน็องต์ 3-2 ทั้งสองความสำเร็จมาจากนัดชิงแบบเกมเดียว ส่วนแชมป์ลีกปี 1986วัดจากคะแนนรวมตลอด 38 นัด
ความแตกต่างเห็นได้จากช่วงหลังเกมโมนาโก นัดถัดมาบาตส์บาดเจ็บขาซ้ายที่เม็ตซ์ แฟร์นันเดซจึงต้องเฝ้าประตูในครึ่งหลังและทีมแพ้ 1-3 ผลแพ้นั้นไม่ได้ลบฐานคะแนนที่สร้างไว้ ก่อนปิดฤดูกาลด้วยชัยชนะเหนือบาสเตีย 3-1 ที่ปาร์กเดแพร็งส์และจบอันดับหนึ่งอย่างเป็นทางการ
สถิติสุดท้าย 56 คะแนนมาจากระบบสองคะแนนต่อชัยชนะ ชัยชนะ 23 นัดให้ 46 คะแนน และผลเสมอ 10 นัดเติมอีก 10 คะแนน ตัวเลขนี้ทำให้เห็นบทบาทของชุดไร้พ่ายอย่างตรงไปตรงมา ทีมไม่ได้เพียงชนะเกมใหญ่กับโมนาโก แต่หลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ยาวพอที่จะสะสมแต้มเหนือคู่แข่ง
แชมป์ลีกครั้งแรกจึงเป็นผลของโครงสร้างทีมและความต่อเนื่อง อุลลิเยร์กำหนดกัปตัน มีบาตส์เป็นด่านสุดท้าย ซูซิชสร้างจังหวะ โรชโตกับเซเนจบสกอร์ และผู้เล่นอย่างฌ็องนอลช่วยจากลูกตั้งเตะ ถ้วยปี 1982 กับ 1983 เปิดหน้าประวัติศาสตร์ก่อนหน้า ส่วนฤดูกาล 1985/86 ยืนยันว่าปารีสสามารถนำการแข่งขันระยะยาวได้สำเร็จ

