เลสเตอร์แชมป์ 2016 ความสม่ำเสมอที่อยู่หลังเรื่องเหนือความคาดหมาย

สนาม King Power Stadium ของเลสเตอร์ ซิตี้

เลสเตอร์แชมป์ 2016 ไม่ได้มาจากโชคช่วยเพียงนัดเดียว แต่มาจากความสม่ำเสมอที่สะสมมาตลอดฤดูกาล 2015/16 จนทีมที่แทบไม่มีใครนับรวมในสิบทีมแรกก่อนเปิดฤดูกาลกลายเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสรได้สำเร็จ บทความนี้ไล่เรียงเส้นทางผ่านผลการแข่งขันและการจัดทีมที่ตรวจสอบได้จริง แทนที่จะเล่าซ้ำเพียงภาพรวมที่หลายคนคุ้นเคยอยู่แล้ว

ฐานก่อนฤดูกาลต่างจากภาพแชมป์อย่างไร

ก่อนฤดูกาล 2015/16 จะเริ่มขึ้น เลสเตอร์ ซิตี เพิ่งรอดตกชั้นมาแบบหวุดหวิดในฤดูกาลก่อนหน้า สโมสรตัดสินใจเปลี่ยนผู้จัดการทีมจากไนเจล เพียร์สัน มาเป็นเคลาดิโอ รานิเอรี ซึ่งขณะนั้นยังไม่ใช่ชื่อที่แฟนบอลอังกฤษคาดหวังอะไรมากนัก ทีมงานเสริมตัวผู้เล่นสองคนที่ภายหลังกลายเป็นกำลังสำคัญ ได้แก่เอ็นโกโล ก็องเต แบ็กกลางที่ยังไม่มีใครรู้จักในวงกว้าง กับคริสเตียน ฟุคส์ แบ็กซ้ายชาวออสเตรีย ทีมเปิดฤดูกาลด้วยชัยชนะ 4-2 เหนือซันเดอร์แลนด์ ซึ่งเป็นสัญญาณเล็ก ๆ ที่ยังไม่มีใครตีความว่าจะนำไปสู่อะไรใหญ่กว่านั้น ภาพของทีมในตอนนั้นจึงต่างไปจากภาพจำของทีมแชมป์ในเวลาต่อมาอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่มีการซื้อขายระดับดาวดังหรือคำประกาศเป้าหมายแชมป์จากสโมสรแต่อย่างใด งบประมาณเสริมทัพของเลสเตอร์ยังต่ำกว่าคู่แข่งอันดับต้นตารางส่วนใหญ่อย่างชัดเจน จึงยิ่งทำให้ภาพของทีมในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลดูห่างไกลจากคำว่าทีมแชมป์ในความหมายที่สื่อกีฬาส่วนใหญ่คุ้นเคย

คะแนนสะสมเปลี่ยนความคาดหวังช่วงใด

ความคาดหวังต่อทีมเริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อยเมื่อผลงานสะสมของเลสเตอร์ไม่ยอมตกลงตามฟอร์มที่หลายฝ่ายคาดไว้ตั้งแต่ช่วงกลางฤดูกาล ทีมรักษาอันดับต้นตารางไว้ได้อย่างต่อเนื่องด้วยระบบ 4-4-2 ที่รานิเอรีใช้ซ้ำถึง 35 จาก 38 นัดตลอดฤดูกาล ความนิ่งของแผนการเล่นสะท้อนผ่านตัวเลขการเปลี่ยนตัวผู้เล่นตัวจริงที่มีเพียง 33 ครั้งตลอดฤดูกาล ซึ่งน้อยเป็นอันดับสองในบรรดาทีมที่เคยครองแชมป์พรีเมียร์ลีก เมื่อทีมอื่นในกลุ่มลุ้นแชมป์อย่างอาร์เซนอลหรือแมนเชสเตอร์ ซิตี เริ่มเสียแต้มในบางช่วง เลสเตอร์กลับเป็นฝ่ายที่เก็บแต้มได้สม่ำเสมอกว่า ความต่อเนื่องของผลงานทำให้สื่อกีฬาเริ่มเปลี่ยนคำถามจากที่เคยถามว่าเลสเตอร์จะรักษาอันดับต้นตารางได้นานแค่ไหน มาเป็นคำถามว่าทีมอื่นจะไล่ตามทันหรือไม่แทน

หอคอยโบสถ์อิฐเก่าแก่ในเมืองเลสเตอร์มองจากมุมเงยใต้ท้องฟ้าสีฟ้า
หอคอยโบสถ์เก่าแก่แห่งหนึ่งในเมืองเลสเตอร์

เอ็นโกโล ก็องเต คือกลไกสำคัญที่ทำให้ความนิ่งนี้เกิดขึ้นได้จริงในสนาม เขาทำสถิติแย่งบอลสำเร็จ 175 ครั้งและสกัดบอลได้ 156 ครั้งตลอดฤดูกาล ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดของทั้งลีกในฤดูกาลนั้น การคุมพื้นที่กลางสนามของเขาช่วยให้แนวรับที่นำโดยกัปตันเวส มอร์แกนไม่ต้องรับแรงกดดันจากคู่แข่งมากเกินไป และเปิดทางให้เจมี วาร์ดีกับริยาด มาห์เรซทำงานในเกมรุกได้เต็มที่ มาห์เรซเองทำผลงาน 17 ประตูและ 11 แอสซิสต์ในฤดูกาลนั้น รวมถึงเป็นผู้ทำประตูสำคัญในเกมที่ทีมเอาชนะเชลซี 2-1 และชนะแมนเชสเตอร์ ซิตีถึงถิ่น 3-1 ซึ่งเป็นสองผลงานที่ตอกย้ำว่าเลสเตอร์ไม่ได้เพียงแค่ตั้งรับเก็บแต้มเท่านั้น

การรักษาผลช่วงท้ายมีรูปแบบใด

เมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายฤดูกาล เลสเตอร์แพ้เพียง 3 นัดจากทั้งหมด 38 นัด และครองบอลเฉลี่ยเพียง 42.43 เปอร์เซ็นต์ตลอดฤดูกาล ซึ่งนับเป็นค่าเฉลี่ยการครองบอลต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีบันทึกไว้สำหรับทีมที่จบด้วยตำแหน่งแชมป์ ตัวเลขนี้บอกอะไรบางอย่างที่ชัดเจน คือทีมไม่ได้ชนะด้วยการเล่นเกมครองบอล แต่ใช้ความนิ่งของแผนการเล่นและความสามารถเฉพาะบุคคลในจังหวะสวนกลับ เจมี วาร์ดียิงประตูได้ต่อเนื่องกัน 11 นัดติดต่อกัน ซึ่งเป็นสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีกในเวลานั้น และปิดฤดูกาลด้วยผลรวม 24 ประตู เป็นรองเพียงแฮร์รี เคนที่ยิงได้ 25 ประตูในตำแหน่งดาวซัลโว รูปแบบการเล่นที่ยอมเสียการครองบอลเพื่อแลกกับความรวดเร็วในการสวนกลับเช่นนี้ ทำให้คู่แข่งจำนวนมากปรับตัวไม่ทันในช่วงกลางถึงปลายฤดูกาล เพราะไม่คุ้นเคยกับทีมอันดับต้นตารางที่เลือกเล่นในลักษณะนี้เป็นหลัก

วันที่ยืนยันแชมป์ต่างจากวันรับถ้วยอย่างไร

วันที่เลสเตอร์ได้แชมป์อย่างเป็นทางการทางคณิตศาสตร์คือวันที่ 2 พฤษภาคม 2016 ซึ่งเป็นวันที่เชลซีเปิดบ้านเสมอกับทอตแนม ฮอตสเปอร์ 2-2 ที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ ผลเสมอนัดนั้นทำให้ทอตแนมไม่มีทางไล่แต้มเลสเตอร์ทันอีกต่อไป แม้เลสเตอร์เองจะไม่ได้ลงเล่นในวันนั้นก็ตาม ส่วนวันที่ทีมได้ยกถ้วยจริงคือวันที่ 7 พฤษภาคม 2016 ในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่คิงเพาเวอร์สเตเดียม โดยเอาชนะเอฟเวอร์ตัน 3-1 เจมี วาร์ดียิงสองประตู แอนดี คิงยิงอีกหนึ่งประตู ก่อนเริ่มเกมมีการแสดงร้องเพลงของนักร้องโอเปราอันเดรอา โบเชลลี และกัปตันเวส มอร์แกนเป็นผู้ชูถ้วยแชมป์ต่อหน้าแฟนบอลเจ้าถิ่น

ยอดหอคอยหินโบราณสไตล์ปราการมีเชิงเทินอยู่ในสวนสาธารณะแบรดเกตใกล้เมืองเลสเตอร์
หอคอยโบราณในสวนสาธารณะแบรดเกต พื้นที่สีเขียวใกล้เมืองเลสเตอร์

ระยะห่างห้าวันระหว่างสองเหตุการณ์นี้คือรายละเอียดที่มักถูกเล่ารวมกันจนเข้าใจผิดว่าเป็นวันเดียวกัน ทั้งที่ในความเป็นจริงทีมต้องรอถึงนัดสุดท้ายของฤดูกาลกว่าจะได้สัมผัสถ้วยจริงในสนามของตัวเอง ตารางคะแนนสุดท้ายปิดฉากด้วยเลสเตอร์ 81 คะแนน นำหน้าอาร์เซนอลอันดับสองที่ 71 คะแนน และทอตแนมอันดับสามที่ 70 คะแนน ความห่างสิบแต้มจากอันดับสองคือเครื่องยืนยันว่าฤดูกาลนี้ไม่ใช่ความบังเอิญเพียงชั่วครู่ แต่เป็นผลจากความสม่ำเสมอที่สะสมมาตลอดสามสิบแปดนัด เมื่อมองย้อนกลับไปทั้งฤดูกาล จุดร่วมของทุกช่วงเวลาสำคัญคือการที่ทีมไม่เคยเบี่ยงเบนไปจากแผนการเล่นเดิมที่วางไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ว่าคู่แข่งในแต่ละสัปดาห์จะเป็นทีมระดับใดก็ตาม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO