ลาลีกาไม่ได้เริ่มต้นเป็นลีกเดี่ยวแล้วค่อยเพิ่มดิวิชั่นสองเข้ามาทีหลัง แต่สหพันธ์ฟุตบอลสเปนวางทั้งลีกสูงสุดและเซกุนด้า ดิบิซิออน ไว้พร้อมกันตั้งแต่ฤดูกาลแรกในปี 1929 ทางขึ้นและทางลงจึงมีอยู่ในระบบมาตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งมาเสริมทีหลังเมื่อวงการโตขึ้น และนี่คือเหตุผลที่สโมสรเล็กมีที่ยืนอยู่ในระบบฟุตบอลสเปนมาโดยตลอด
ทำไมลีกอาชีพของสเปนต้องมีดิวิชั่นสองตั้งแต่ปีแรก
ฤดูกาลแรกของลาลีกาแข่งขันระหว่างวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ถึง 23 มิถุนายน 1929 มีสิบทีมชิงกันทั้งหมด 90 นัด บาร์เซโลนาจบอันดับหนึ่งด้วย 25 คะแนน เรอัลมาดริดตามมาเป็นที่สองด้วย 23 คะแนน ส่วนราซิ่ง ซานตันเดร์ รั้งท้ายตารางด้วย 9 คะแนน วิธีคัดเลือกสิบทีมแรกก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เก้าที่นั่งมอบให้ทีมที่เคยคว้าแชมป์โกปาเดลเรย์หกทีมคือ อาเรนัส เด เกตโช, แอธเลติก บิลเบา, บาร์เซโลนา, เรอัลมาดริด, เรอัลโซเซียดัด และเรอัลอูนิออน บวกกับรองแชมป์ถ้วยอีกสามทีมคือ แอธเลติก มาดริด, เอสปันญอล และยูโรปา ส่วนที่นั่งสุดท้ายตัดสินด้วยทัวร์นาเมนต์น็อกเอาต์ ซึ่งราซิ่ง ซานตันเดร์ เอาชนะเซบียาในนัดชิงมาครองที่นั่งที่สิบไปได้ เมื่อวางลีกสูงสุดเสร็จ สหพันธ์ก็ไม่ได้ปล่อยทีมที่เหลือไว้ลอย ๆ แต่จัดตั้งเซกุนด้า ดิบิซิออน ขึ้นพร้อมกันในปีเดียวกัน เพื่อให้มีทางขึ้นสู่ลีกสูงสุดรออยู่ตั้งแต่ต้น
สโมสรที่ไม่ได้อยู่ในสิบทีมแรกถูกจัดไว้ตรงไหน
เซกุนด้า ดิบิซิออน ฤดูกาลแรกปี 1928-29 มีรูปแบบต่างจากทุกวันนี้มาก แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละสิบทีม รวมยี่สิบทีม กลุ่มเอทำหน้าที่เป็นลีกระดับสองจริง ๆ ประกอบด้วยอาลาเบส, เบติส, เซลตา, เดปอร์ติโบ, อิเบเรีย, โอเบียโด, ราซิ่ง มาดริด, เซบียา, สปอร์ติง กิฆอน และบาเลนเซีย ส่วนกลุ่มบีทำหน้าที่เป็นระดับสามชั่วคราว มีกุลตูรัล เลโอเนซา และเรอัลมูร์เซีย รวมอยู่ในสิบทีมของกลุ่มนั้นด้วย

เซบียาชนะกลุ่มเอด้วย 22 คะแนนจาก 18 นัด แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือฤดูกาลนั้นไม่มีทีมใดเลื่อนชั้นขึ้นลีกสูงสุดเลย เพราะระบบยุคแรกยังไม่ได้ให้แชมป์กลุ่มขึ้นชั้นทันที ส่วนกลุ่มบีซึ่งเป็นชั้นสามชั่วคราวนั้น สองทีมอันดับต้นคือกุลตูรัล เลโอเนซา และเรอัลมูร์เซีย ได้ขยับขึ้นไปรวมอยู่ในเซกุนด้า ดิบิซิออน กลุ่มเดียวของฤดูกาล 1929-30 ส่วนอีกแปดทีมที่เหลือของกลุ่มบีถูกจัดลงไปอยู่ในเตร์เซรา ดิบิซิออน ที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ นี่คือหลักฐานว่าโครงสร้างสามชั้นของฟุตบอลสเปนก่อร่างขึ้นตั้งแต่ปีแรกจริง ๆ ไม่ใช่ค่อยทยอยเติมทีหลัง
การเลื่อนชั้นยุคแรกตัดสินด้วยวิธีใด
รอบเพลย์ออฟกับทีมอันดับท้ายของลีกสูงสุด
ต่างจากระบบปัจจุบันที่แชมป์เซกุนด้าได้เลื่อนชั้นอัตโนมัติ ฤดูกาลแรกแชมป์ของดิวิชั่นสองยังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งผ่านเพลย์ออฟสองนัดเหย้าเยือนกับทีมอันดับสุดท้ายของลีกสูงสุด เซบียาในฐานะแชมป์กลุ่มเอเจอกับราซิ่ง ซานตันเดร์ ทีมท้ายตารางลีกสูงสุด เซบียาชนะนัดแรกในบ้าน 2-1 แต่กลับแพ้นัดที่สองที่ซานตันเดร์ 0-2 ทำให้ราซิ่งชนะรวมสกอร์ 3-2 และรักษาสิทธิ์อยู่ลีกสูงสุดต่อไปได้ นั่นหมายความว่าการเป็นแชมป์ลีกรองในปีแรกยังไม่การันตีการขึ้นชั้น ต้องเอาชนะทีมจากชั้นบนให้ได้ด้วย ระบบเพลย์ออฟแบบนี้ใช้เพียงช่วงสั้น ๆ ก่อนถูกยกเลิกไป ฤดูกาล 1929-30 สหพันธ์เปลี่ยนมาใช้การตกชั้นตรงแทน ทีมท้ายตารางลีกสูงสุดอย่างแอธเลติก มาดริด ที่เก็บได้เพียง 12 คะแนน ตกชั้นลงเซกุนด้า ดิบิซิออน โดยตรงโดยไม่ต้องมีเพลย์ออฟคั่นกลางอีกต่อไป
การตกชั้นเปลี่ยนวิธีวางแผนของสโมสรขนาดกลางอย่างไร
ความเสี่ยงตกชั้นที่มีจริงตั้งแต่ปีแรกทำให้สโมสรขนาดกลางต้องวางแผนรอบคอบขึ้น แต่โครงสร้างก็ไม่ได้ตายตัวเสมอไป ฤดูกาล 1933-34 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะปีนั้นไม่มีทีมตกชั้นเลยแม้แต่ทีมเดียว เนื่องจากสหพันธ์วางแผนขยายลีกสูงสุดจากสิบทีมเป็นสิบสองทีมในฤดูกาลถัดไป อาเรนัส เด เกตโช ที่จบอันดับสุดท้ายจึงได้อยู่ต่อ แต่ปีต่อมาคือฤดูกาล 1934-35 กลับเป็นปีที่โหดกว่าเดิม เพราะสองทีมตกชั้นพร้อมกัน ทั้งอาเรนัส เด เกตโช และโดนอสเตีย หรือเรอัลโซเซียดัด ต้องหล่นลงไปเล่นดิวิชั่นสอง ฤดูกาลเดียวกันนี้เองที่เซบียาได้ขึ้นมาเล่นลีกสูงสุดเป็นครั้งแรก อาเรนัสซึ่งเคยเป็นหนึ่งในทีมผู้ก่อตั้งลีกสูงสุดตั้งแต่ปี 1929 ในฐานะอดีตแชมป์โกปาเดลเรย์ กลับไม่เคยกลับขึ้นมายืนแถวหน้าของวงการได้อีกเลยหลังจากวันนั้น เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าการตกชั้นในระบบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องชั่วคราว แต่เปลี่ยนอนาคตของสโมสรได้จริง
ระบบเมื่อปี 1929 ยังเหลืออะไรอยู่ในลาลีกาวันนี้

เกือบร้อยปีผ่านไป แนวคิดพื้นฐานของปี 1929 ยังอยู่ครบ เซกุนด้า ดิบิซิออน ปัจจุบันมี 22 สโมสร สองอันดับแรกเลื่อนชั้นขึ้นลีกสูงสุดโดยอัตโนมัติเหมือนที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้น ส่วนทีมที่สามมาจากผู้ชนะเพลย์ออฟระหว่างทีมอันดับสามถึงหก ซึ่งก็คือร่องรอยของระบบเพลย์ออฟที่เคยใช้ตัดสินเซบียากับราซิ่ง ซานตันเดร์ เมื่อเกือบร้อยปีก่อนนั่นเอง ส่วนสี่ทีมท้ายตารางตกชั้นลงไปเล่นในปรีเมรา เฟเดราซิออน ซึ่งเป็นชั้นที่สามของระบบเช่นเดียวกับที่เคยมีกลุ่มบีทำหน้าที่นี้ในปีแรก ประตูขึ้นลงที่เปิดไว้ตั้งแต่ปี 1929 ยังคงทำงานอยู่จริงจนถึงทุกวันนี้ เรอัลโอเบียโดคือตัวอย่างล่าสุดที่ยืนยันเรื่องนี้ได้ดี สโมสรเลื่อนชั้นกลับขึ้นลาลีกาในปี 2025 แต่จบฤดูกาล 2025-26 ด้วยอันดับที่ 20 จาก 20 ทีม เก็บได้เพียง 29 คะแนน และต้องตกชั้นกลับลงไปเซกุนด้า ดิบิซิออน ทันที เรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดเกือบร้อยปีที่ผ่านมา เพราะประตูหลังบานนี้ไม่เคยถูกปิดตายเลยนับตั้งแต่วันที่ลาลีกาถือกำเนิดขึ้น

