เจนัวแชมป์อิตาลีปี 1924 กับมรดกของวิลเลียม การ์บัตต์ โค้ชคนแรกที่ถูกเรียกว่ามิสเตอร์

วิลเลียม การ์บัตต์ ผู้ฝึกสอนเจนัว

เจนัวคือสโมสรที่คว้าแชมป์ฟุตบอลอิตาลีมาแล้วเก้าสมัย แต่สมัยล่าสุดที่ทีมได้แชมป์คือฤดูกาล 1923 ถึง 1924 ตั้งแต่นั้นผ่านมากว่าร้อยปี ทีมก็ไม่เคยกลับไปยืนอยู่จุดสูงสุดของลีกอิตาลีอีกเลย เรื่องราวของเจนัวแชมป์อิตาลีครั้งสุดท้ายผูกอยู่กับชื่อของโค้ชชาวอังกฤษคนหนึ่งที่ชื่อวิลเลียม การ์บัตต์ และคำเรียกที่เขาทิ้งไว้ให้วงการฟุตบอลอิตาลีจนถึงทุกวันนี้

เจนัวเคยเป็นแชมป์กี่สมัยและสมัยสุดท้ายคือปีไหน

สโมสรเจนัวได้แชมป์ฟุตบอลอิตาลีมาแล้วเก้าสมัย เริ่มจากปี 1898 ซึ่งเป็นแชมป์ครั้งแรกของประเทศ ตามด้วยปี 1899 1900 1902 1903 และ 1904 จากนั้นทีมก็ห่างหายจากตำแหน่งแชมป์ไปพักหนึ่ง ก่อนจะกลับมาคว้าแชมป์อีกครั้งในฤดูกาล 1914 ถึง 1915 และปิดท้ายด้วยแชมป์สองสมัยติดต่อกันในฤดูกาล 1922 ถึง 1923 และ 1923 ถึง 1924 แชมป์สมัยหลังสุดนี้เองที่ยังคงเป็นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งล่าสุดของเจนัวมาจนถึงวันนี้ ตัวเลขเก้าสมัยทำให้เจนัวเป็นหนึ่งในสโมสรที่มีประวัติแชมป์ยาวนานที่สุดของอิตาลี แต่สิ่งที่ทำให้ชื่อเจนัวแชมป์อิตาลีครั้งสุดท้ายถูกพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นชื่อของคนคุมทีมในสองฤดูกาลนั้น

ทัศนียภาพเมืองเจนัวมองจากฝั่งน้ำ เห็นตึกที่พักอาศัยเรียงตามไหล่เขาด้านหลังท่าเรือ
เจนัวคือเมืองท่าที่เป็นบ้านของสโมสรฟุตบอลแห่งแรกๆ ของอิตาลีและเคยเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จที่สุดของประเทศ

ก่อนปี 1905 เจนัวคือทีมที่ครองความยิ่งใหญ่ของวงการมาตลอด แต่หลังจากนั้นอำนาจก็เริ่มโยกไปหาสโมสรอื่นอย่างยูเวนตุส มิลาน และโปร แวร์เชลลี เจนัวกลายเป็นทีมรองในหลายฤดูกาลก่อนจะดึงผลงานกลับมาได้อีกครั้งในช่วงกลางทศวรรษ 1910 และต้นทศวรรษ 1920 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ทีมมีโค้ชคนใหม่ชื่อวิลเลียม การ์บัตต์ คุมทัพอยู่

วิลเลียม การ์บัตต์เข้ามาทำทีมในสถานการณ์แบบไหน

วิลเลียม การ์บัตต์เป็นอดีตนักฟุตบอลอาชีพชาวอังกฤษที่เคยเล่นให้สโมสรในบ้านเกิดรวมถึงแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส หลังแขวนสตั๊ดในปี 1912 เขาย้ายมาทำงานที่ท่าเรือเมืองเจนัว ไม่ได้ตั้งใจมาทำอาชีพโค้ชฟุตบอลตั้งแต่แรก แต่ในวันที่ 30 กรกฎาคม 1912 สโมสรเจนัวก็ตัดสินใจว่าจ้างเขาให้เข้ามาคุมทีม ในช่วงเวลานั้นเจนัวเป็นทีมที่ต้องการแรงกระตุ้นใหม่หลังห่างหายจากตำแหน่งแชมป์มานาน การตัดสินใจดึงอดีตนักเตะอังกฤษที่ไม่มีประสบการณ์คุมทีมมาก่อนจึงถือเป็นความเสี่ยงของสโมสรในตอนนั้น แต่ผลลัพธ์ที่ตามมากลับเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของทั้งสโมสรและวงการโค้ชอิตาลีทั้งประเทศ

โค้ชอาชีพคนแรกเปลี่ยนการซ้อมและการคัดตัวอย่างไร

การ์บัตต์ถูกจดจำในฐานะต้นแบบของโค้ชอาชีพคนแรกของอิตาลี เพราะก่อนหน้าเขาการคุมทีมฟุตบอลในอิตาลียังทำแบบกึ่งสมัครเล่น ไม่มีระบบการฝึกซ้อมที่ชัดเจน การ์บัตต์นำจังหวะการฝึกซ้อมแบบใหม่เข้ามาใช้ โดยให้ความสำคัญกับทั้งความฟิตทางร่างกายและแทคติกการเล่นไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นแนวคิดที่ยังไม่เคยมีใครทำอย่างเป็นระบบในวงการฟุตบอลอิตาลีมาก่อน นอกจากเรื่องการซ้อมแล้ว เขายังเป็นผู้บุกเบิกการซื้อขายนักเตะแบบจ่ายเงินเป็นครั้งแรกในวงการฟุตบอลสมัครเล่นของอิตาลีสมัยนั้น ซึ่งเท่ากับวางรากฐานให้ระบบการคัดตัวและการสร้างทีมของสโมสรอิตาลีเริ่มขยับเข้าใกล้ความเป็นมืออาชีพมากขึ้นทีละก้าว แนวทางของโค้ชอาชีพคนแรกของอิตาลีคนนี้เองที่พาเจนัวกลับไปคว้าแชมป์ได้อีกครั้งในปี 1915 ก่อนจะปิดท้ายด้วยแชมป์สองสมัยติดกันในปี 1923 และ 1924

ทำไมคนอิตาลีถึงเรียกโค้ชว่ามิสเตอร์มาจนถึงวันนี้

คำว่ามิสเตอร์ในฟุตบอลอิตาลีที่ใช้เรียกโค้ชกันจนถึงทุกวันนี้มีที่มาจากตัวการ์บัตต์เอง ในช่วงที่เขาเพิ่งเดินทางมาถึงอิตาลีใหม่ๆ คนรอบตัวและนักเตะในทีมเรียกเขาว่ามิสเตอร์ การ์บัตต์ ตามธรรมเนียมการทักทายชาวอังกฤษ คำนี้ติดปากคนอิตาลีจนกลายเป็นคำเรียกโค้ชฟุตบอลทั่วไปสืบต่อมา ไม่ว่าโค้ชคนนั้นจะเป็นชาวอิตาลีหรือชาติอื่นก็ตาม ทุกวันนี้แฟนบอลอิตาลีเวลาพูดถึงโค้ชทีมโปรดก็ยังใช้คำว่ามิสเตอร์อยู่เสมอ โดยที่หลายคนอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคำนี้ย้อนกลับไปถึงโค้ชชาวอังกฤษของเจนัวเมื่อกว่าร้อยปีก่อน นี่คือมรดกทางภาษาที่การ์บัตต์ทิ้งไว้ให้วงการฟุตบอลอิตาลี ซึ่งอยู่ยืนยาวกว่าถ้วยแชมป์ที่เขาพาเจนัวคว้ามาเสียอีก

อะไรทำให้อำนาจในลีกย้ายออกจากเจนัวหลังปี 1924

หลังฤดูกาล 1923 ถึง 1924 เจนัวไม่เคยกลับไปเป็นแชมป์ลีกสูงสุดของอิตาลีได้อีกเลย ส่วนหนึ่งของคำตอบอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่เกิดขึ้นในวงการฟุตบอลอิตาลีช่วงเวลาเดียวกัน ปี 1923 เอโดอาร์โด อันเยลลี รองประธานบริษัทเฟียตเข้ามาเป็นประธานสโมสรยูเวนตุส การเข้ามาของตระกูลอันเยลลีเปลี่ยนฐานะทางการเงินของยูเวนตุสไปอย่างสิ้นเชิง

ทิวทัศน์เมืองตูรินจากมุมสูง มียอดแหลมโมเล อันโตเนลเลียนาเป็นจุดเด่นและเทือกเขาแอลป์เป็นฉากหลัง
ตูรินคือเมืองที่กลายเป็นศูนย์กลางอำนาจใหม่ของฟุตบอลอิตาลีหลังยุคทองของเจนัวจบลงในปี 1924

ผลลัพธ์ตามมาไม่นาน ยูเวนตุสคว้าแชมป์ลีกสมัยที่สองในฤดูกาล 1925 ถึง 1926 และเดินหน้าสร้างทีมด้วยกำลังเงินที่สโมสรอื่นแข่งด้วยยาก จนถึงจุดที่ยูเวนตุสครองความยิ่งใหญ่ด้วยแชมป์ห้าสมัยติดต่อกันระหว่างปี 1931 ถึง 1935 ขณะที่เจนัวยังบริหารสโมสรแบบเดิม ไม่มีกลุ่มทุนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่มาหนุนหลังแบบที่ยูเวนตุสมี เมื่อวงการฟุตบอลอิตาลีค่อยๆ ขยับเข้าสู่ยุคที่เงินทุนและการบริหารแบบอุตสาหกรรมกลายเป็นปัจจัยตัดสินผลการแข่งขันมากขึ้นเรื่อยๆ สโมสรที่เคยพึ่งพาความสามารถของโค้ชเพียงคนเดียวอย่างเจนัวจึงตามไม่ทัน แชมป์ปี 1924 จึงกลายเป็นทั้งจุดสูงสุดและจุดสิ้นสุดของยุคทองที่เจนัวเคยมี และเป็นเหตุผลที่ทุกครั้งที่พูดถึงเจนัวแชมป์อิตาลี ชื่อของวิลเลียม การ์บัตต์ก็จะถูกพูดถึงควบคู่กันไปเสมอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO